Creative Knowledge

« Back to Result | List

นักคิดนวัตกรรม - เมื่อโรงงานแผ่นพื้นกระบะ พลิก วิกฤตน้ำ สู่ ธุรกิจเรือ

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

“วิกฤตการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ไม่ใช่อุทกภัยครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เรื่องนี้เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาโดยตลอด และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น”

อุทกภัยปี 54 ส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตรและอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น 63 จังหวัด 684 อำเภอ และมีประชาชนกว่า 13 ล้านคนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัตินี้ มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุทกภัยครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในแง่ของปริมาณน้ำและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นก็มักจะมีสิ่งดีดีแฝงอยู่ด้วยเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การได้เห็นน้ำใจของคนรุ่นใหม่ที่หันมาช่วยเหลือสังคมมากขึ้น, ความร่วมมือของภาคเอกชนในการช่วยฟื้นฟูความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย, หรือแม้กระทั่งโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการจะสามารถต่อยอดได้

วันนี้เราขอพูดถึงเรื่องราวของ บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด (ARK) หนึ่งในธุรกิจเอกชนของคนไทย ที่ได้นำประสบการณ์จากการเป็น “ผู้ให้” ในวิกฤตการณ์น้ำท่วม มาต่อยอดเป็น “ธุรกิจใหม่” เพื่อคนหมู่มากในอนาคต

ความเป็นมาของ “แอร์โรคลาส”
แอร์โรคลาส (Aeroklas) เป็นสมาชิกของ The Eastern Polymer Group of Companies (EPG) พัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางและพลาสติกมากว่า 50 ปี และในปี 2539 บริษัทนี้ได้ขยายธุรกิจสู่การผลิตชิ้นส่วนรถกระบะ โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า Aeroliner และ Heroliner

ปัจจุบัน แอร์โรคลาสผลิตชิ้นส่วนให้รถกระบะแทบทุกยี่ห้อในประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์หลักเป็นพื้นปูกระบะ (Bed Liner) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งมายาวนาน นอกจากนี้ แอร์โรคลาสยังพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นอีกหลายชนิด อาทิเช่น ฝาครอบกระบะเอนกประสงค์, หลังคากระบะ, ที่เก็บของด้านหลังกระบะ U Box, ชุดแต่งรถยนต์, แผ่นรองพื้นท้ายรถยนต์ (Cargo Liner), ตู้บรรทุกสินค้า (Truck Body), สไตล์ลิ่งบาร์ ฯลฯ ที่สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศ

นวัตกรรม = ความแตกต่างเพื่อผู้บริโภค
แม้ว่าสินค้าที่ผลิตโดยแอร์โรคลาสจะมีคู่แข่งทางการตลาดมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้แอร์โรคลาสถีบตัวออกจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน ก็คือ การนำนโยบายและแนวคิดเชิงนวัตกรรมมาสอดแทรกไว้ในทุกขั้นตอนและทุกชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์

คุณตฤณ เยี่ยมยงชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของแอร์โรคลาส กล่าวกับเราว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น ฝ่าย R&D ของเราจึงต้องเป็นกลไกหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด แม้ว่า ความต้องการนั้นจะต้องใช้กระบวนการผลิตที่ยากกว่าปกติ หรือต้องคิดค้นเครื่องจักรในการผลิตใหม่ก็ตาม”

วิสัยทัศน์ข้างต้นทำให้องค์กรแห่งนี้มีพนักงานฝ่ายออกแบบและวิจัยพัฒนามากกว่า 25% (ของพนักงานทั้งหมด) ซึ่งคนเหล่านี้จะทำหน้าที่คิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างผลงานนวัตกรรมที่คิดค้นและพัฒนาโดยแอร์โรคลาส มีอาทิเช่น
- Composite Hook ที่ใช้ยึดแผ่นพื้นกระบะ พัฒนาขึ้นจากวัสดุพิเศษคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ไม่เป็นสนิม และทนต่อสารเคมีได้ดี ที่สำคัญ Composite Hook ชิ้นนี้ไม่จำเป็นต้องเจาะตัวถังรถเพื่อยึดติด
- หลังคารถกระบะจากวัสดุ ABS แอร์โรคลาสเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่คิดค้นกรรมวิธีการผลิตหลังคารถจากวัสดุ ABS ที่ซ้อนกันถึง 2 ชั้น โดยสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานเป็น 2 เท่า
- เทคโนโลยี Reaction Injection Molding (RIM) คือการขึ้นรูปพลาสติกขนาดใหญ่ โดยใช้ของเหลวที่มีความหนืดต่ำไหลผ่านเข้าไปในแม่พิมพ์ จากนั้นส่วนผสมจะถูกกระตุ้นด้วยความร้อนจนเกิดปฏิกิริยาทางเคมีทำให้แข็งตัว เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การขึ้นรูปชิ้นงานพลาสติกขนาดใหญ่ (เช่น ตัวครอบเครื่องยนต์ของรถแทรกเตอร์) มีความสะดวกขึ้นมาก

เปลี่ยนวิกฤตสู่โอกาส
จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซ้ำๆ กันหลายปี บริษัทแอร์โรคลาสเห็นว่า พื้นรองกระบะ Bed Liner ที่ผลิตอยู่นั้น มีรูปทรงคล้ายกับเรือท้องแบน จึงทำการทดสอบโดยนำพื้นรองกระบะไปลอยน้ำ ผลปรากฏว่า คุณสมบัติของพื้นรองกระบะนี้สามารถใช้แทนที่เรือท้องแบนได้ ดังนั้น ตั้งแต่อุทกภัยปี 2553 เป็นต้นมา แอร์โรคลาสจึงบริจาคแผ่นพื้นรองกระบะนี้เพื่อช่วยในการขนถ่ายสิ่งของ และเคลื่อนย้ายคนในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ

อย่างไรก็ดี ในมหาอุทกภัยปี 2554 มีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก (และกระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมเมือง) หลายชุมชนจำเป็นต้องใช้เรือเพื่อ “การดำรงชีวิตและสัญจรในพื้นที่” ทางแอร์โรคลาสเห็นว่าลำพังการใช้พื้นรองกระบะอย่างเดียวคงไม่สามารถตอบโจทย์ ความต้องการนี้ได้อย่างสมบูรณ์ บริษัทจึงตัดสินใจระดมทีมงาน (พร้อมทีมที่ปรึกษาจากกองทัพเรือและผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย) เพื่อพัฒนา “เรือฉุกเฉินขนาดเล็ก” ขึ้น โดยใช้ระยะเวลาในการทำงานรวมทั้งสิ้นเพียง 2 สัปดาห์ตั้งแต่ออกแบบจนถึงผลิต

นวัตกรรม เรือแอร์โรคลาสขนาดเล็กนี้มีคุณสมบัติที่รับน้ำหนักได้ถึง 800-1,000 กิโลกรัม (ประมาณ 8-10 คน) สามารถผลิตและส่งต่อถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยในเบื้องต้นทางแอร์โรคลาสได้บริจาคเรือเล็กนี้ไปแล้วทั้งสิ้น 10,000 ลำ (ประมาณ 30 ล้านบาท) และได้ผลิตเพิ่มเติมสำหรับจำหน่ายในราคาทุนอีกกว่า 4 หมื่นลำ (จำหน่ายหมดในระยะเวลาเพียง 44 วัน)

พลิกวิกฤตสู่ธุรกิจใหม่
จากช่วงเวลาสุดแสนกระชั้นชิดในการผลิตเรือช่วยผู้ประสบภัย บริษัทแอร์โรคลาสเห็นว่ามี “ช่องว่างในตลาด” ที่จะพัฒนาสายธุรกิจใหม่เกี่ยวกับ “เรือ” ขึ้น (โดยสามารถแตกไลน์จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมที่เน้นทางด้านรถกระบะและรถยนต์ได้)

ทั้งนี้ คุณตฤณได้เผยแนวคิดของเขาว่า “เราไม่สามารถจะเชื่อใจได้ว่าอุทกภัยจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ดังนั้นการตั้งรับหรือแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คงไม่ใช่หนทางเดียวที่เราจะอยู่รอดกับธรรมชาติ ผมว่า เราจะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้ นี่คือเหตุผลหลักที่บริษัทเราทำการวิจัยและพัฒนาเรือขึ้นมา โดยจะใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรมของทีมเป็นตัวผลักดัน”

“ในอันดับ แรกแอร์โรคลาสตั้งใจจะทำเรือสำหรับใช้งานในน้ำจืด เป็นเรือซึ่งสามารถพายได้ง่าย คงทนแข็งแรง และมีประโยชน์ใช้สอยดีเยี่ยม ขณะนี้เรากำลังทำการทดลอง พร้อมทั้งเตรียมจดสิทธิบัตรให้กับผลิตภัณฑ์เรือรูปแบบใหม่นี้ครับ”

นวัตกรรมคือหัวใจของธุรกิจ
ก่อนจากกัน คุณตฤณได้ฝากแนวคิดการดำเนินธุรกิจว่า “ในบางครั้งความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียวก็ไม่สามารถสร้างรายได้ให้ธุรกิจมาก นัก นวัตกรรมต่างหากคือหัวใจที่แท้จริงของการต่อยอดทุกอย่าง”

“นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร จากนั้นค่อยใช้การวิจัยและพัฒนามาเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อจะผลิตสินค้าที่ตอบ สนองต่อความต้องการนั้นๆ ซึ่งนี่แหละคือที่มาของการคิดค้นวัสดุใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ และกระบวนการผลิตใหม่ๆ ของเรา”

ภาพประกอบ :
http://www.aeroklas.com/

ข้อมูลอ้างอิง :
http://th.wikipedia.org
http://www.aeroklas.com/


« Back to Result

  • Published Date: 2012-06-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง