Creative Knowledge

« Back to Result | List

“Grameen UNIQLO” เพื่อสังคม เพื่อชีวิต เพื่อสตรีชนบทในบังคลาเทศ

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจราวาณิชย์

ที่ผ่านมาหลายๆ ท่านอาจจะเคยมองธุรกิจแค่ในมิติเดียว นั่นก็คือ การหากำไรให้ได้มากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจยังมีอีกหลากหลายแง่มุมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งต่อจิตใจของเราเอง เมื่อโลกเราตระหนักรู้ถึงความจริงข้อนี้ หลายๆ องค์กรธุรกิจจึงเริ่มหันมาใส่ใจกับ “สังคม” มากขึ้น เราจะเห็นว่ามีกิจกรรมประเภท Corporate Social Responsibility (CSR) เกิดขึ้นใหม่มากมายในมุมมองและมิติที่แตกต่างกัน (ตามแต่ประเภทของธุรกิจและบุคลิกขององค์กร)

ไม่ใช่แค่ CSR เท่านั้นที่กำลังเบ่งบาน ในอีกหลายๆ มุมของโลก (รวมทั้งในประเทศไทยเรา) ยังมีธุรกิจรูปแบบใหม่ซึ่งเรียกกันว่า “ธุรกิจเพื่อสังคม” (Social Business) ที่กำลังพัฒนาเติบโตขึ้น ธุรกิจเหล่านี้มักมีต้นกำเนิดมาจากการหยิบยกปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมมาเป็นแรงขับเคลื่อน จากนั้นก็สรรสร้างโมเดลธุรกิจฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหานั้นๆ โดยเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น Be Magazine ผู้ประกอบการนิตยสารรายเดือน ที่ตั้งเป้าว่าจะช่วยคนยากไร้ในสังคมให้สามารถลุกยืนขึ้นเองได้ผ่านการขายนิตยสาร ซึ่งโมเดลธุรกิจที่ Be Magazine นำเข้ามาตอบสนองต่อเป้านี้ก็คือ การให้คนยากจน (หรือคนตกงาน) สมัครเข้ามาเป็นเครือข่าย “คนขายนิตยสาร” เพื่อจะรับส่วนแบ่งรายได้จากการขายตามจำนวนเล่มต่อวัน (นิตยสารราคาหน้าปก 45 บาท ถ้าขายได้ 1 เล่ม ผู้ขายก็จะได้ส่วนแบ่งไป 20 บาท)

นอกเหนือจากการแก้ปัญหาในท้องถิ่นของตนเองแล้ว หลายๆ บริษัทที่ประกอบธุรกิจในระดับสากล (มีฐานการผลิตและช่องทางการจำหน่ายในหลากหลายภูมิภาค) ก็ยังมุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมช่วยแก้ไขปัญหาในมุมอื่นๆ ของโลกด้วย อย่างไรก็ดีธุรกิจยักษ์ใหญ่เหล่านี้รู้ดีว่า ถ้าพวกเขาต้องการจะทำโครงการที่เข้าถึงชุมชนต่างถิ่น และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้จริง พวกเขาจำเป็นต้องทำมันให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศนั้นๆ และจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือองค์กรที่มีแนวคิดไปในทางเดียวกันด้วย

และนี่เองก็คือที่มาของ “Grameen UNIQLO” ธุรกิจเพื่อสังคมน้องใหม่ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Grameen Bank ธนาคารเพื่อคนยากจนของบังคลาเทศ (ก่อตั้งโดยนาย Muhammad Yunus นายธนาคารและนักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบลเพื่อสันติภาพปีพ.ศ.2549) กับ บริษัท Fast Retailing จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น (UNIQLO) ทั้งสองบริษัทนี้ร่วมกันก่อตั้ง Grameen UNIQLO ขึ้นโดยมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องความยากจน การอ่านออกเขียนได้ และการรณรงค์ส่งเสริมสุขลักษณะที่ดีให้กับชาวบังคลาเทศ

“มันถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรต้องถามตัวเองว่าธุรกิจของเราดีพอต่อโลกใบนี้รึยัง” นาย Tadashi Yanai ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fast Retailing กล่าวไว้เช่นนั้น

รูปแบบธุรกิจของ Grameen UNIQLO
Grameen UNIQLO มุ่งหวังที่จะผลิตและขายสินค้าที่มีคุณภาพในระดับราคาที่คนยากจนในบังคลาเทศสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยกำไรที่ได้จากธุรกิจนี้จะนำไปสนับสนุนต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ เพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้าง

โมเดลธุรกิจของ Grameen UNIQLO ถูกออกแบบไว้อย่างดีเพื่อสร้างงานให้กับคนท้องถิ่นได้เต็ม 100% และมีขั้นตอนการทำงานหลักๆ 6 ขั้นตอนด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. Product Design เนื่องจากราคาของเสื้อยืดทีเชิ้ตในท้องตลาดบังคลาเทศตกอยู่ที่ตัวละประมาณ 20 บาท ดังนั้นงานที่ท้าทายมากของฝ่ายออกแบบก็คือ การสร้างและผลิตเสื้อทีเชิ้ตที่ขยับราคาสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคยังรู้สึกว่าเป็นราคาที่ยอมรับได้ของเสื้อที่มีคุณภาพ

2. Material Procurement ในส่วนของการจัดซื้อวัตถุดิบทางการผลิต อาทิเช่น ผ้า บริษัทจะสั่งโดยตรงจากพันธมิตรทางธุรกิจ (ในราคาที่ต่ำแต่คุณภาพสูง) โดยวัตถุดิบทุกชนิดจะต้องผลิตภายในประเทศบังคลาเทศเท่านั้น

3. Production in Local Factories ภาคการผลิตทั้งหมดถูกจัดทำภายในโรงงานท้องถิ่นที่มีความเข้าใจและสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคม โดย UNIQLO ได้กำหนดมาตราฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ชัดเจน เพื่อให้งานทุกชิ้นออกมาตรงตามสเป็คที่บริษัทต้องการ

4. Face-to-Face Sales ผลิตภัณฑ์ของ Grameen UNIQLO จัดจำหน่ายโดยกลุ่ม “ผู้หญิง” ที่ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จาก Grameen Bank โดยเธอเหล่านั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบในยอดจัดจำหน่ายทั้งหมด และได้รับค่าคอมมิชชั่นจากยอดที่ทำได้ ส่วนรูปแบบการขายนั้นก็มีตั้งแต่การขายตรงถึงหน้าบ้าน ไปจนถึงการใช้พื้นที่บางส่วนภายในบ้านเปิดเป็นร้านค้า

5. Purchasing and Wearing เนื่องจากเสื้อทีเชิ้ตของ Grameen UNIQLO มีราคาสูงกว่าท้องตลาดประมาณ 20-30% ดังนั้น การส่งเสริมการขายที่สำคัญก็คือ การกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้สวมใส่เสื้อผ้าให้มากที่สุด เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้เข้าใจถึงคุณภาพและความทนทานของตัวสินค้า

6 Reinvestment of Profit รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำกลับไปลงทุนใหม่ในธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ โดยเป้าหมายหลักก็คือ การจำหน่ายสินค้าให้ได้หนึ่งแสนชิ้นภายในปีแรก และขยับขึ้นเป็นหนึ่งล้านชิ้นภายในปีที่สาม

ผ้าอนามัย Grameen UNIQLO - นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
นอกจากเสื้อทีเชิ้ต เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล และกระเป๋าที่มีคุณภาพดีเยี่ยมแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมากอีกชนิดของ Grameen UNIQLO ก็คือ “ผ้าอนามัยที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่” โดยปกติแล้ว
ผู้หญิงที่อาศัยตามชนบทของบังคลาเทศจะใช้ผ้าคอตตอน (ฝ้าย) แทนผ้าอนามัยที่เราใช้กันทั่วไป (ซึ่งแน่นอนว่าผ้าคอตตอนเหล่านั้นย่อมมิได้ถูกออกแบบไว้เพื่อการเฉพาะของสตรีเช่นนี้) Grameen UNIQLO จึงมีไอเดียที่จะพัฒนาและผลิตผ้าอนามัยรูปแบบใหม่ที่ยังคงทำจากผ้าเช่นเดิมแต่สามารถซักทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ในการนี้ฝ่ายวิจัยและออกแบบได้เข้าไปศึกษาถึงพฤติกรรมผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง จนสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของสตรีชนบทในบังคลาเทศ (หนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก) ซึ่งนวัตกรรมเช่นนี้ถือเป็นการช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง

หนึ่งปีที่ผ่านพ้น กับ อิทธิพลของความหวังดี
กว่าหนึ่งปีจากจุดเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2553 Grameen UNIQLO สามารถก่อตั้งธุรกิจเสื้อผ้าแบบครบวงจรในบังคลาเทศได้เป็นผลสำเร็จ เริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศ การตัดเย็บโดยอาศัยแรงงานท้องถิ่น การกระจายสินค้ารวมไปถึงการขายผ่านเครือข่ายสตรียากไร้ในประเทศ

เห็นได้ชัดว่า ธุรกิจเสื้อผ้า “เพื่อสังคม” ของ Grameen UNIQLO ที่เกิดขึ้นในบังคลาเทศนี้ สามารถช่วยเหลือคนยากจนให้ยืนหยัดต่อสู้ได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้น ทางบริษัทยังผลักดันเรื่อง “สุขอนามัย” (ด้วยการพัฒนาและผลิตผ้าอนามัยรีไซเคิล) รวมไปถึงช่วยกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของ “การศึกษา” และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เข้าโรงเรียนในวัยอันสมควร

ความสำเร็จครั้งนี้ของ Grameen UNIQLO ดูจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับเพื่อนมนุษย์ที่อยู่รายรอบ เพราะมีกลุ่มอาสาสมัครและผู้มีจิตกุศลมากมายที่ติดต่อขอช่วยบริจาควัตถุดิบกันอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งขวบปีที่ผ่านไปองค์กรเพื่อสังคมที่ “Think Global Act Local” อันนี้ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเกินความคาดหมาย ซึ่งทำให้ทาง UNIQLO เองเชื่อมั่นว่า “เสื้อผ้านี่แหละจะเป็นประตูที่ช่วยสร้างอนาคตให้กับคนยากจนในบังคลาเทศ”

ข้อคิดจาก TCDCCONNECT
- การประกอบธุรกิจไม่ควรมองแต่มิติด้านรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะมองในมิติแวดล้อมอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะกับมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์

- ถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรธุรกิจจะต้องหันมาถามตัวเองว่า เราได้ทำอะไรให้กับสังคมที่เราอาศัยอยู่นี้บ้างหรือยัง?

- ไม่ว่าสินค้าของคุณจะขายที่ระดับราคาไหน หรือมาจากแหล่งผลิตใดในโลก หัวใจสำคัญคือคุณจะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันให้ได้อย่างต่อเนื่อง

- ในการลงทุนและประกอบธุรกิจข้ามชาติ เราจำเป็นต้องศึกษาถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตและทัศนคติของผู้คนในประเทศนั้นๆ ให้ได้อย่างถ่องแท้ เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาอย่างแท้จริง

เครดิตภาพ :
http://www.facebook.com/grameenuniqlo
http://www.uniqlo.com/en/csr/socialbusiness/
http://www.uniqlo.com/

เครดิตข้อมูล :
http://www.uniqlo.com/en/csr/socialbusiness/
http://www.uniqlo.com/
http://www.grameensocialbusiness.org/
http://www.grameenuniqlo.com/
http://www.facebook.com/grameenuniqlo
http://www.nextbillion.net/news/japans-uniqlo-joins-grameen-bank-to-help-poor-in-bangladesh


« Back to Result

  • Published Date: 2012-04-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง