Articles

« Back to Result | List

“CE” Platform Toy มาแรง ปลุกตลาดคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ไทย

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

ในโลกของ Platform Toy ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ ณ ตอนนี้ มี CE (ออกเสียงว่า ซี) ของเล่นหัวกลมสัญชาติไทยที่กำลังโลดแล่นทำความรู้จักกับคนรุ่นใหม่ทั้งในและนอกประเทศรวมอยู่ด้วย โดยล่าสุด CE ได้เบียด Platform Toy แบรนด์ใหญ่ๆ เข้าไปเป็น 1 ใน 5 ผู้เข้ารอบสุดท้ายในสาขา Best DIY Platform และสาขา Most Influential Event ของ DESIGNER TOY AWARDS 2011 (เวทีรางวัลระดับโลกที่เมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา) ความแรงระดับนี้ทำให้เราสนใจขึ้นมาว่า Platform Toy รายแรกและรายเดียวของประเทศไทยนี้มีดีอย่างไรกันแน่ TCDCCONNECT ได้พูดคุยกับ ณภัทร พรหมพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัท Expertise Partner International ผู้ริเริ่มโครงการ CE นี้ขึ้นมา

แต่เดิมนั้นประเทศไทยเคยถูกนานาประเทศมองว่า ไม่ใช่ฐานลูกค้าของ Platform Toy แต่ CE ได้ก้าวเข้าเปลี่ยนความเชื่อนั้นเสียใหม่ โดยทำให้สินค้าที่อยู่ใน Niche Market เติบโตกลายเป็น “วัฒนธรรม” ด้วยการผลักดันอย่างเป็นระบบ ซึ่งในการสัมภาษณ์ครั้งนี้นอกจากเราจะได้ทำความรู้จัก CE แล้ว เรายังจะได้เห็นวิธีการพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ที่เกิดจากความชอบส่วนตัวบวกกับการนำระบบธุรกิจเข้ามาใช้อย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนจะมาเป็น Platform Toy รายแรกและและรายเดียวของไทย
ณภัทร : ผมทำงานสายพัฒนาธุรกิจมากว่าสิบปีก่อนจะไปเรียนต่อด้าน Management Technology ที่อเมริกาครับ คือ ผมสนใจการทำธุรกิจกับคอนเทนท์ใหม่ๆ พอเรียนจบแล้วก็อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
พอมีโอกาส จึงร่วมกับบริษัท Expertise Partner International ซึ่งเชี่ยวชาญในการจัดทำโครงการในรูปแบบ Creative Project จัดทำโครงการ CE นี้ขึ้นมา (ปัจจุบันคุณณภัทรอยู่ในตำแหน่ง Business Development Director)

หลังจากที่เราตั้งบริษัทเราก็มีโอกาสไปทำงานกับ Promotional Partner Worldwide (PPW) ซึ่งเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ต่างๆ โดยดูแลลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของคาแรคเตอร์การ์ตูน ภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ที่ต่อยอดจากงานอีเวนท์ (Event-based) อย่างงานบอลโลกหรืองานราชพฤกษ์

ผมเห็นโอกาสของธุรกิจนี้ซึ่งมีมูลค่าสูงมาก เฉพาะประเทศไทยในแต่ละปีมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท (ตัวเลขโดยประมาณเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว) แต่น่าตกใจว่าเงินจำนวนมหาศาลนั้นมันย้อนกลับมาสู่เจ้าของลิขสิทธิ์ของไทยอย่างก้านกล้วย ปังปอนด์ หรือเชลล์ดอน ไม่ถึง 10% (เมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 7-8%) ส่วนอีก 6,200 ล้านบาทตกเป็นของดิสนีย์ ที่เหลือก็เป็นของมาร์เวล และอื่นๆ พอรู้แบบนั้น ผมจึงตัดสินใจพัฒนาโครงการเพื่อจะผลักดันคาแรกเตอร์ไทยให้เข้าสู่ธุรกิจลิขสิทธิ์ครับ

ผมได้มีโอกาสเรียนท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลชุดก่อนว่า ถ้าเราสามารถผลักดันธุรกิจนี้ขึ้นมาได้อีกเพียง 1% นั่นก็เท่ากับเงิน 100 ล้านบาทแล้ว ซึ่งพอทางรัฐเขาเห็นถึงศักยภาพมันก็เกิดโครงการความร่วมมือขึ้นมา จากนั้น เราก็ต้องทำคาแรคเตอร์ขึ้นมา 1 ตัวเพื่อใช้เป็นมาสคอต มีการหาข้อมูลเพื่อนำคาแรคเตอร์นี้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในหลายลักษณะ โดยวงจรของการพัฒนาคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ 1 ตัวนั้นเราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างมาก เช่น ทำเป็นการ์ตูน, แอนิเมชั่น, เกม, โปรดักท์, Character Toy, Functional Toy หรือแม้กระทั่ง Art Object

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นต้องอาศัยการลงทุนที่สูงและเวลาที่ยาวนานกว่าจะเป็นที่รู้จักได้ ดังนั้น เมื่อดูบริบทต่างๆ แล้ว พวกเราจึงหันไปหาเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วง 2-3 ปีนี้ก่อน ซึ่งนั่นก็คือ Platform Toy เพราะมันเป็นธุรกิจเลือดใหม่ที่ใช้ทุนไม่มากนัก นั่นแหละครับคือ จุดเริ่มต้นของ CE ภายใต้การทำงานของทีมที่เราตั้งชื่อว่า MAFIA FACTORY


ศักยภาพของ Platform Toy
ณภัทร : Platform Toy อาจจะเรียกว่า DIY Toy หรือ Canvas Toy ก็ได้ เพราะมันคือ ของเล่นตัวเปล่าๆ ที่มาบวกกับดีไซน์ที่คุณออกแบบเอง จุดขายของ Platform Toy คือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง มันเข้ากับยุคสมัยของการตลาดแบบ segmentation ที่ผู้คนมองหาความแตกต่างไม่ซ้ำกับใคร

ปัจจุบัน Platform Toy ส่วนมากทำโดยดีไซเนอร์ ในโลกนี้มีแบรนด์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แบรนด์ด้วยกัน คือ QEE ของฮ่องกง, Trexi ของสิงคโปร์ และ KIDROBOT ของอเมริกา พวกนี้เขาอยู่ในธุรกิจมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Platform Toy มันก้าวกระโดดกลายเป็นเทรนด์ และเริ่มมีแบรนด์ใหม่ๆ (จากบริษัทเล็กๆ) เกิดขึ้นมากมาย หลายตัวก็เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเราในช่วง 2-3 ปีนี้แหละครับ ทุกวันนี้ Platform Toy ได้ก้าวเข้าไปในโลกของการตลาดและแบรนด์ดิ้งด้วย แบรนด์ใหญ่ระดับโลกหลายแบรนด์เคยใช้ Platform Toy ไปทำงาน Corporate Identity หรือ Product Set ยกตัวอย่างเช่น Swatch เคยร่วมกับ KIDROBOT ทำนาฬิกาออกมา 8 แบบ ทำตุ๊กตา 8 ตัวจากดีไซเนอร์ 8 คน ฯลฯ

ผลจากการนำ Platform Toy เข้ามาใช้กับการตลาดนั้น มันทำให้หลายๆ แบรนด์มีสินค้าพรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคต้องการ ส่วนใหญ่ทำกันแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่พอสินค้าหมดราคาในตลาดมือสองก็จะสูงขึ้นเยอะ

จุดเด่นของ CE
ณภัทร : ชื่อ CE ย่อมาจาก Creative Enhancement ครับ คอนเซ็ปท์คือ ตัวเขาเป็นตัวเปล่าเหมือนผืนผ้าใบ พร้อมที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ โปรเจ็คท์นี้เราใช้ทีมงานภายในประเทศ ขั้นตอนการพัฒนาและและกระบวนการผลิตทั้งหมดก็อยู่ในประเทศไทย เราใช้เวลาพัฒนากันเป็นปีตั้งแต่ขั้นตอนการคิดไปจนถึงการผลิตซึ่งต้องลองผิดลองถูกหลายครั้ง การพัฒนาในช่วงแรกจึงยุ่งยากมาก

CE มีความพิเศษตรง Mechanic ครับ ตัวผม (ซึ่งไม่ได้เป็นดีไซเนอร์) จะไม่ค่อยได้คิดเรื่อง Artistic เท่าไร ผมจะคิดเรื่อง Function มากกว่า โจทย์แรกของการพัฒนาคือ “ความทันสมัย” และ “ลูกเล่น” ที่จะทำให้นักออกแบบสามารถเล่นกับมันได้เยอะกว่า Platform Toy ทั่วไปในท้องตลาด

คือตัวอื่นๆ หลังจากที่ลงสีเสร็จแล้วก็เอาไว้แค่โชว์อย่างเดียว แต่ของ CE จะมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติม มี Plastic Kit ที่ทำให้ส่วนหัวหมุนได้ มีหมวกที่ถอดได้ หมุนเปลี่ยนมุมมองได้ เรียกว่าเป็น Platform Toy ที่มีชิ้นส่วนมากที่สุดในโลก

ช่วงแรกๆ ยอมรับว่า เหนื่อยครับ เพราะคนยังไม่เข้าใจว่า Platform Toy คืออะไร ทำออกมาขายใคร แต่พอทำไปเรื่อยๆ คนก็เริ่มเห็นภาพชัด ตอนนี้เรามีดีไซเนอร์ระดับโลกหลายคนมาช่วย การทำงานก็ง่ายขึ้นมาก ในขณะเดียวกันเราก็เน้นทำงานกับภาคเอกชนและองค์กรใหญ่ๆ ด้วย เพราะเราอยากจะสร้างอิมแพคในวงกว้าง

เติบโตแบบก้าวกระโดด
ณภัทร : ความที่ CE เป็น Designer Toy ที่มีเอกลักษณ์จึงมีดีไซเนอร์ (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) มาร่วมสนุกกับเราเยอะ นอกจากนั้นเรายังให้กระทรวงพาณิชย์นำ CE ไปใช้เป็นมาสคอตของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคาแรกเตอร์ดีไซน์ด้วย (ปัจจุบัน CE เป็นคาแรกเตอร์หนึ่งที่อยู่ในการ์ตูน Creative Kid ที่ทางกระทรวงฯ จัดทำเพื่อแจกให้เด็กๆ ทั่วประเทศ)

นอกจากนี้เรายังได้จัดงานประกวด Platform Toy ขึ้นในชื่อ CE Design Award แบ่งเป็นระดับนักศึกษาและระดับมืออาชีพ ซึ่งในระดับมืออาชีพนั้นมีคนส่งแบบเข้ามากว่า 400 แบบ (จากดีไซเนอร์ 200 กว่าคนใน 32 ประเทศ) ซึ่งเราก็ได้คัดเลือก 100 แบบขึ้นมาทำเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนในรอบสุดท้ายเราได้คัดเลือกดีไซเนอร์ต่างประเทศ 5 คน และดีไซเนอร์ไทย 5 คน ให้มาแข่งขันกันออกแบบ Product set จากกราฟฟิกบนตัว CE สู่สินค้าและบรรจุภัณฑ์ครับ

งานประกวดของเรามีความแตกต่างและได้รับการยอมรับจากดีไซเนอร์ระดับโลก อย่างเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2011) เราก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็น 1 ใน 5 อีเวนท์สุดท้ายที่เข้าชิง DESIGNER TOY AWARDS สาขา Most Influential Event ซึ่งแม้เราจะไม่ได้รางวัลชนะเลิศแต่มันก็น่าพอใจมากสำหรับ CE ที่เพิ่งเข้าสู่วงการนี้ได้ไม่ถึง 2 ปี (อีก 4 อีเวนท์ที่เข้าชิงอยู่ในอเมริกาทั้งหมด และอยู่ในวงการนี้มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว)

ก้าวต่อๆ ไป ของ CE
ณภัทร : ในขวบปีนี้ CE จะโตขึ้นอีกหน่อยด้วย DNA 4 ข้อที่เราวางให้เขา ข้อแรก คือ Art & Design โดยเราได้จับมือทำงานกับ Bangkok Design Festival ข้อที่สอง คือ Creative Entertainer ซึ่งเราจับมือกับ VERY TV มีการทำแอนิเมชั่นคั่นรายการ รวมถึงแจก CE เป็นรางวัลผ่านกิจกรรมต่างๆ ข้อที่สาม คือ Fashion ที่เราจับมือกับสยามเซ็นเตอร์ จัดอีเวนท์ใหญ่และมีหน้าร้านที่ MOB F (โดยมีสยามเซ็นเตอร์เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์) ส่วนข้อสุดท้าย คือ Innovator ซึ่งเราจับมือกับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จัดการประกวด Creative Marketing Plan ในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยให้ CE เป็นโจทย์ของการประกวด

DNA ทั้งสี่ข้อนี้ จะช่วยให้เราสามารถดึงกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่ดีไซเนอร์เข้ามามากขึ้น เช่น กลุ่มคนที่ชอบสะสมงานดีไซน์และงานของดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบ, กลุ่มคนที่ดู VERY TV, กลุ่มคนที่ชื่นชอบศิลปินและแบรนด์แฟชั่น, รวมไปถึงกลุ่มนักศึกษาด้วยครับ

ทุกวันนี้ ทั่วโลกรู้จัก Platform Toy ของเรามากขึ้นแล้ว ในเชิงธุรกิจเราก็กำลังดูอยู่ว่าจะต่อยอดไปทางไหนต่อ เพราะวงจรที่ผมเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการบริหารคาแรกเตอร์ลิขสิทธ์นั้นบริษัทเราก็ทำได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเริ่มต้นทำตรงไหนก่อน ส่วนในปี 2012 นี้เราวางแผนจะโร้ดโชว์ CE ไปทั่วโลก เพราะเราอยากให้คำว่า Made in Thailand (และชื่อของดีไซเนอร์ไทย) มันตามไปกับตัว CE ด้วย ผมว่าถ้าเราสามารถไปถึงตรงนั้นได้ ประโยชน์ที่จะกลับมายังประเทศไทยมันจะมากมายมหาศาลครับ

จับประเด็นเด่น
- ต่างจากธุรกิจหลายๆ เจ้าที่เจ้าของมักโฟกัสกับสิ่งที่มีหรือสิ่งที่รักเท่านั้น แต่ Expertise Partner International ได้ผนวกวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการและเลือกดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบจึงประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
- การทำธุรกิจกับคอนเทนท์ใหม่ๆ อย่าง Platform Toy ถือว่ายังอยู่ใน White Ocean เพราะมีคู่แข่งน้อย อย่างไรก็ดีธุรกิจแบบนี้ก็ต้องอาศัยความสร้างสรรค์สูง และต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดใหม่ให้เติบโต
- ไม่ใช่เพียงทำธุรกิจให้บริษัทของตนก้าวหน้าเท่านั้น แต่คุณณภัทรยังผลักดันธุรกิจคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์ไทยในระดับสังคมและนโยบายด้วย ซึ่งวิสัยทัศน์เช่นนี้สำคัญต่อการยกระดับเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างยิ่ง

เครดิตภาพ:
http://www.facebook.com/CEplanet
http://www.ceplanet.net/

« Back to Result

  • Published Date: 2012-01-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com