Articles

« Back to Result | List

๑4๑ เปลี่ยนช่องว่างแห่งการให้สู่ของเล่นเชิงสร้างสรรค์

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา “ธุรกิจเพื่อสังคม” ได้กลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้หวังเพียงแค่จะผลิตสินค้าเพื่อกอบโกยหากำไรเพียงอย่างเดียว ในทางตรงกันข้ามเขาเหล่านั้นมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจให้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (มิใช่แค่เจียดเงินกำไรส่วนหนึ่งเพื่อโยนให้กับมูลนิธิ)

นักธุรกิจเพื่อสังคม คือ ผู้ที่นำหัวใจของการแบ่งปันมาผูกติดเข้าไว้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำ พร้อมทั้งสร้างความผูกพันระหว่างตัวสินค้า/บริการ ผู้บริโภค สังคม ฯลฯ ให้หลอมเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้จิตสำนึกแห่งการให้ และนี่เองก็คือที่มาของ “๑4๑” อีกหนึ่งธุรกิจเพื่อสังคมของ คมกฤช และ กฤติยา ตระกูลทิวากร ที่กำลังผลิบานในสังคมไทยอยู่ ณ ขณะนี้

ก้าวที่กล้า…สู่ธุรกิจเพื่อสังคม

“ปัจจุบันนี้ ผู้ผลิตของเล่นหลายรายขาดจิตสำนึกในการส่งเสริมคุณภาพและพัฒนาการด้านจิตใจ เช่น ของเล่นประเภทปืนพลาสติก ดาบ อาวุธ ฯลฯ ที่ปลูกฝังให้เด็กใช้ความรุนแรงตั้งแต่เยาว์วัย หรือของเล่นประเภทที่ส่งเสริมคุณค่าในการบริโภคที่ผิด เช่น โทรศัพท์มือถือปลอม ตุ๊กตาที่แต่งตัวจัด หัวฟู ทาปากสีแรงๆ ของเล่นในกลุ่มนี้ก็สร้างค่านิยมที่ผิดเพี้ยน เป็นการปลูกฝังให้เด็กยึดติดกับความฟุ่มเฟือย”

แนวคิดของ ๑4๑
“ลูก” คือ ต้นน้ำของแนวคิดและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจนี้ เพราะเมื่อพ่อแม่รักลูกก็ย่อมต้องการให้แต่สิ่งดีๆ กับลูก จากจุดนี้คมกฤชและภรรยาจึงคิดต่อไปว่า ถ้าพวกเขาสามารถมอบสิ่งดีๆ ให้กับเด็กที่ขาดโอกาสด้วยก็คงดี ทั้งสองนึกถึง “ของเล่นเด็ก” อันจะนำมาซึ่งโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

ในทางตรงกันข้าม แนวคิดของ ๑4๑ คือ การสร้างของเล่นที่ปลูกฝังให้เด็กได้เติบโตตามธรรมชาติในแนวทางของมนุษยปรัชญา

“เราในฐานะผู้ปกครองควรเคารพในความเป็นเด็กของเด็กให้มากขึ้น และจะต้องไม่ยัดเยียดรูปแบบการบริโภคแบบวัตถุนิยม ความรุนแรง ฯลฯ ให้แก่เขาเร็วเกินไป”

"ธุรกิจของ ๑4๑ สามารถช่วยให้เด็กมีของเล่นที่เรียบง่าย เป็นมิตรกับธรรมชาติ และส่งเสริมให้เขาใช้จินตนาการสร้างสรรค์ผ่านของเล่น ตรงนี้คือ การพัฒนาทางด้านจิตใจเพื่อให้เขาเหล่านั้นเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเราก็จะได้สังคมที่ดีในวันข้างหน้าด้วย”

การลงทุนระยะเริ่มต้น
คมกฤชบอกว่า เขาใช้เงินลงทุนส่วนตัวน้อยมาก สืบเนื่องจากโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก UnLtd Thailand ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ โดย UnLtd Thailand ได้ให้เงินทุนก้อนแรกห้าหมื่นบาทเพื่อพัฒนาต้นแบบและนำไปซื้ออุปรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการทำงาน

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกหลายคนที่ช่วยจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมต่างๆ ให้ในราคาทุน น้ำใจและแรงสนับสนุนดังกล่าวส่งผลให้ขั้นตอนของการพัฒนาและผลิตต้นแบบผ่านไปด้วยดี ถึงตอนนี้โครงการ ๑4๑ สามารถกู้เงินในการทำธุรกิจได้อีกสองแสนบาท โดยเป็นเงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยปีแรก และคิดอัตราดอกเบี้ยตามอัตราเงินเฟ้อและผลกำไรเท่านั้น

The Giving Space - ทำของแต่งบ้าน ได้ของเล่นเด็ก
ผลิตภัณฑ์ของ ๑4๑ นั้นเป็นของใช้ตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ เช่น นาฬิกาแขวนผนัง ที่กั้นหนังสือ กล่องใส่เอกสาร ที่นั่งและบันไดยืนของเด็ก ฯลฯ โดยมีเอกลักษณ์สำคัญตรงที่ลวดลายกราฟิกของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นจะถูกฉลุออกไปเป็นเศษไม้รูปต่างๆ เช่น ช้าง กระต่าย ยีราฟ ต้นไม้ รถ ฯลฯ ลายฉลุที่ถูกเจาะออกไปนี้เปรียบได้กับ “ช่องว่างแห่งการให้” (The Giving Space) เพราะไม้ที่ฉลุออกไปจะถูกนำไปพัฒนาต่อเป็นของเล่นเชิงสร้างสรรค์ให้กับเด็กด้อยโอกาส

ดังนั้นเมื่อคุณซื้อผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นของ ๑4๑ คุณไม่ได้ซื้อแค่ประโยชน์ใช้สอยทางตรงเพียงอย่างเดียว แต่คุณยังจะได้สัมผัสถึงการเป็นผู้ให้และรับรู้ในใจว่า “ส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นของเล่นดีดีให้กับเด็กด้อยโอกาส ณ มุมใดมุมหนึ่งของสังคม”

๑4๑ ส่งมอบของเล่นให้เด็กๆ ด้วยวิธีไหน
คมกฤชเล่าว่าทางโครงการ ๑4๑ จะประสานงานกับมูลนิธิเด็กที่มีเครือข่ายศูนย์เด็กอ่อนในชนบท ซึ่งเขาเองก็จะพยายามคัดเลือกศูนย์เด็กอ่อนที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของ “ของเล่นไม้จากธรรมชาติ” ด้วย (เพื่อให้ทางศูนย์ฯ และเด็กๆ ได้รับประโยชน์จากของเล่นไม้อย่างสูงสุด) ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์เด็กอ่อนที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งคุณครูผู้ดูแลรวมไปถึงเจ้าอาวาสวัดได้ลงมือทำของเล่นไม้ให้เด็กๆ ภายในมูลนิธิเอง เป็นต้น

ปัจจุบัน ๑4๑ วางขายผลิตภัณฑ์ที่ใดบ้าง
ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดขายผ่านเว็บไซต์ที่ http://141.in.th และ www.facebook.com/141SE และมีบางส่วนที่วางตามร้านค้าที่อนุเคราะห์พื้นที่ให้ แต่ ๑4๑ จะไม่ฝากขายตามห้างสรรพสินค้าเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป (ถ้าทำเช่นนั้นธุรกิจจะไม่มีกำไรเหลือพอที่จะไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสตามเป้าหมายหลักที่วางไว้ได้)

การตลาดสำหรับธุรกิจเพื่อสังคม
คมกฤชบอกว่า เขาเชื่อมั่นในพลังของ Social Media มันทำให้เขาได้พบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกหลายคน ซึ่งแต่ละคนก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ในเบื้องต้นหลังจากที่ ๑4๑ ได้เริ่มเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ ก็มีเสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ทั้งทาง Facebook และทางเครือข่ายของ UnLtd เอง

หากคุณผู้อ่านอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “วิถีแห่งการให้และการแบ่งปัน” โดยสนับสนุนการเปลี่ยนช่องว่างและเศษไม้ให้กลายไปเป็นของเล่นสำหรับเด็ก ตามไปกด Like โครงการ ๑4๑ ได้ที่ http://www.facebook.com/141SE


« Back to Result

  • Published Date: 2012-01-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com