Articles

« Back to Result | List

โมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัว

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส

ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่หวั่นกลัวมากที่สุดก็คือคำพูดที่ว่า “ธุรกิจครอบครัวมักส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ไม่ยาวไกล” ด้วยว่าการบริหารความสัมพันธ์ในครัวเรือนให้ก้าวเดินไปพร้อมๆ กับความเติบโตทางธุรกิจนั้น...เป็นเรื่องที่ยากเย็นที่สุด

ผู้สืบทอดธุรกิจครอบครัวจึงต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมให้กับทายาทที่จะมารับทอดความเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรักษาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ผูกสมัครรักใคร่กันตราบนานเท่านาน ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้ก้าวไกลยั่งยืน

สิ่งที่น่าสนใจ ณ ตอนนี้ก็คือ การสืบทอดธุรกิจ (Succession in Family Business) ในเมืองไทยมีทฤษฎีและการพัฒนาเชิงธุรกิจที่ยังไม่เป็นรูปธรรมเด่นชัด จนถึงกับมีคำพูดที่ว่าธุรกิจครอบครัวในเมืองไทยขาดการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาอย่างจริงๆจังๆ มานานหลายทศวรรษ

โมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัวที่เราศึกษากันส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันจึงเป็นตำราจากต่างชาติ โดยหนึ่งในโมเดลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวไทยก็คือ สุดยอดโมเดลการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของ Longenecker ซึ่งถูกพัฒนาตั้งแต่ปีค.ศ.1978


ต้นแบบการสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดย จันทิมา สมรรคะบุตร : ดัดแปลงจาก Longenecker J.G. Moore C.W., & Petty J.W. (2003)

การสืบทอดธุรกิจของครอบครัวตามทฤษฎีของ Longenecker นี้แบ่งออกได้เป็น 7 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 : ก่อนเข้าสู่ธุรกิจ
ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้รับความคุ้นเคยกับธุรกิจนั้นๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเติบโตมากับมันตั้งแต่วัยเยาว์ โดยในสมัยเด็กมักได้ติดตามพ่อแม่ไปที่บริษัท จึงมีความใกล้ชิดคุ้นเคยและมีโอกาสได้สัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ระยะแรกเริ่มนี้คือ ระยะการตระเตรียมทายาทในวัยเด็กก่อนเข้าสู่ธุรกิจ เปรียบเสมือนการสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปสู่ระยะที่ชัดเจนกว่าในขั้นต่อไป

ระยะที่ 2 : การแนะนำเบื้องต้น
ระยะนี้จะรวมถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้สืบทอดจะมีอายุมากพอที่จะมาทำงานกับธุรกิจครอบครัว ต่างจากระยะที่ 1 ตรงที่สมาชิกครอบครัวจะเริ่มแนะนำให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะสืบทอดธุรกิจได้รู้จักกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นๆ ทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ระยะที่ 3 : การแนะนำเข้าสู่การปฏิบัติงาน
ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจจะเริ่มเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงานชั่วคราว (ในระหว่างหยุดเทอมหรือหลังเลิกเรียน) ในระยะนี้เด็กๆ จะพัฒนาความคุ้นเคยกับบุคคลที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท หน้าที่ของเด็กๆ มักเริ่มต้นที่คลังสินค้า ฝ่ายผลิต หรือฝ่ายการตลาด แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะได้เรียนรู้และรับประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจในอนาคตได้

ระยะที่ 4 : การปฏิบัติงาน
เมื่อผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้เข้าสู่การเป็นพนักงานประจำ (ซึ่งมักเกิดขึ้นภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษาและก่อนที่จะก้าวเข้ารับตำแหน่งบริหาร) อาจเริ่มต้นด้วยการเป็นสมุห์บัญชี พนักงานขาย หรือกระทั่งเสมียน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้รับประสบการณ์จากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่หลากหลายของกิจการ

ระยะที่ 5 : การปฏิบัติงานระดับสูง
ระยะนี้จะเกี่ยวข้องกับการชี้แนะถึงการปฏิบัติงานของผู้อื่น โดยผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจจะได้รับหน้าที่ในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานขั้นสูง แต่ยังไม่ได้บริหารงานทั้งบริษัท

ระยะที่ 6 : การรับช่วงเบื้องต้น
ในระยะที่ 6 นี้ ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจมักได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือผู้จัดการใหญ่ของบริษัท มีหน้าที่ดูแลและอำนวยการทั่วไป โดยที่พ่อแม่ยังคอยช่วยเป็นเบื้องหลัง บทบาทผู้นำที่แท้จริงยังไม่ได้ถูกโอนถ่ายให้กับผู้มีแนวโน้มจะสืบทอดฯ ในทันทีหรือในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากเขายังขาดความเชี่ยวชาญที่จะจัดการกับความซับซ้อนของบทบาทนี้ ผู้เป็นพ่อแม่จึงยังลังเลใจที่จะให้เขาตัดสินใจเองทั้งหมดในทุกเรื่อง

ระยะที่ 7 : การรับช่วงอย่างสมบูรณ์แบบ
คือ ระยะที่ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้จบลงอย่างสมบูรณ์ ผู้มีแนวโน้มที่จะสืบทอดธุรกิจได้เป็นผู้บริหารทั้งในความเป็นจริงและในนาม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของระยะที่ 7 มักจะเกิดขึ้นในปีที่ 2 หรือ 3 หลังจากที่ผู้สืบทอดได้รับตำแหน่ง (สำหรับบางครอบครัวระยะนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าบรรพบุรุษรุ่นก่อนจะสิ้นชีวิต)

เครดิตข้อมูล :
- การสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดย จันทิมา สมรรคะบุตร , มหาวิทยาลัยกรุงเทพ - Longenecker J.G. Moore C.W., & Petty J.W. (2003)

เครดิตรูปภาพ:
http://www.bizaims.com/articles/business%20economy/family%20business%20succession%20planning
http://www.cehd.umn.edu/fsos/centers/RuralMNLife/businessTension.asp
http://www.dcfamilybusiness.com/resources/family-business-101/succession


« Back to Result

  • Published Date: 2011-12-28
  • Resource: www.tcdcconnect.com