Articles

« Back to Result | List

สื่อดิจิตอลล้ำหน้าสร้างสังคมยุคใหม่แห่งเกาหลีใต้

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

สาธารณรัฐเกาหลีหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เกาหลีใต้” คือ ประเทศที่ครั้งหนึ่งไทยเคยต้องส่งข้าวส่งน้ำไปช่วยเหลือในยามสงคราม (และต้องฝ่าวิกฤตหนักๆ มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า) แต่ปัจจุบันนี้ดินแดนดังกล่าวได้ฟื้นคืนกลับมาเป็น “ดาวเด่นทางเศรษฐกิจ” จนประเทศมหาอำนาจต่างๆ ต้องหันมาจับตามอง (ทั้งสังเกตการณ์เป็นกรณีศึกษาและขอจับมือร่วมเป็นคู่ค้าด้วย) …ทำไมเกาหลีใต้ถึงทำเช่นนั้นได้ ?

ทุกวันนี้เกาหลีใต้มิได้มาแรงเฉพาะเรื่อง “Korean Wave” แต่ขณะนี้เขาคือ ผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT-Information Technology) และสื่อดิจิตอล (Digital Media) จากข้อมูลที่ว่าเกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่สุดในโลก (100 MB ต่อวินาที) มีประชากรที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากที่สุดในโลก (กรุงโซล 98% และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ 78%) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่างๆ ของประชากรก็มีการขยายตัวมากที่สุดในโลก ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้นโยบายรัฐที่มุ่งพัฒนา “โครงสร้างสื่อดิจิตอล” เพื่อสร้างแพลทฟอร์มใหม่ให้กับเศรษฐกิจที่กำลังมีอนาคตสดใส

ความก้าวล้ำด้านไอทีและสื่อดิจิตอลนี้ถือเป็นพาหนะความเร็วสูงที่นำพาเกาหลีใต้ให้ทะยานไปข้างหน้า ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา หรือวัฒนธรรม ซึ่งวิสัยทัศน์ที่พุ่งทะยานสู่อนาคตนี้นับเป็นโมเดลที่น่าติดตาม และนำมา “ปรับใช้” กับประเทศที่ยังวิ่งตามหลังอยู่เป็นอย่างยิ่ง (อาทิเช่น ประเทศไทย)

สังคมออนไลน์ปั่นเม็ดเงินให้เศรษฐกิจเติบโต (อย่างไร?)
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น ช่วยให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ LG พัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขึ้นมาได้ เช่น บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดที่เชื่อมต่อระบบออนไลน์ถึงตัวผู้ใช้ สามารถควบคุมทุกอย่างได้แม้ไม่อยู่บ้าน นอกจากนั้น ยังผลักดันให้ “อุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์” ขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2011 เกาหลีใต้คาดว่า อุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์จะสร้างเม็ดเงินให้สะพัดได้ถึง 2000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ด้านธุรกิจธนาคารในเกาหลีใต้
ปัจจุบันธนาคารทุกแห่งได้เสนอบริการออนไลน์และธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือที่รวดเร็ว ส่วนรัฐบาลก็ได้เพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วยบริการสาธารณะออนไลน์ต่างๆ เช่น การชำระค่าบริการ การคำนวณและชำระภาษี ฯลฯ แถมยังโปรโมทบริการจากรัฐสู่ธุรกิจอีกมากมาย (เพื่อสนับสนุนและดึงธุรกิจต่างๆ ให้เข้ามาสร้างกลยุทธ์ควบคู่ไปกับนโยบายรัฐ)

และไม่ใช่แค่กลุ่มคนทำงานเท่านั้นที่รัฐบาลเกาหลีใต้เกื้อหนุนเรื่องอินเตอร์เน็ต ทุกวันนี้ เขามีการจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อผลักดันให้ประชากรโดยรวมของประเทศสามารถเข้าถึงข่าวสารความรู้อย่างรวดเร็ว และเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ภายในประเทศด้วย

“โซล” เมืองหลวงแห่งชีวิตดิจิตอล
กรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ คือ ผู้นำแห่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านสื่อดิจิตอล ทุกวันนี้ประชากร 12 ล้านคนของกรุงโซลสามารถอวดอ้างได้ว่า พวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งโครงข่ายดิจิตอลอย่างแท้จริง เพราะทุกหลังคาเรือนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เร็วที่สุดในโลกได้ (ที่ความเร็ว 100 MB ต่อวินาที) ตึกสูงแต่ละตึกในเมืองมีเครือข่ายเคเบิลที่เชื่อมต่อถึงกันหมด แถมรัฐบาลยังมีนโยบายผลักดันการใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อแบบไร้สายควบคู่ไปด้วย ซึ่งแพลทฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้ชาวเกาหลีใต้ทุกคนสามารถ “ออนไลน์” ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการออนไลน์ผ่านทาง “สมาร์ทโฟน” (ที่สัญญาณไม่วูบแม้อยู่ในรถไฟใต้ดินหรือรถไฟความเร็วสูง)

นอกจากคอมพิวเตอร์ในบ้านและบนโทรศัพท์มือถือแล้ว สื่อดิจิตอลในเกาหลีใต้ยังได้ขยายตัวไปในพื้นที่สาธารณะด้วย ยกตัวอย่างเช่น “Digital View” ระบบนำทางแบบ “ทัชสกรีน” (Touchscreen) ในรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่มีรูปลักษณ์คล้ายหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงแต่ขนาดใหญ่กว่า Digital view นี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นหลากหลาย อาทิ การช่วยคำนวณเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด เพียงป้อนจุดตั้งต้นและปลายทาง ผู้โดยสารก็จะรู้ว่าควรขึ้นรถขบวนใด ณ เวลาใด เปลี่ยนรถที่สถานีไหน ฯลฯ จึงจะสะดวกที่สุด แถมยังมีแผนที่ดาวเทียมไว้ให้ค้นหาสถานที่เหมือนใน google earth ด้วย (ยิ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเดินทางขึ้นไปอีก)

ที่เดิ้นไปกว่านั้นคือ ปัจจุบันระบบ Digital View ยังเชื่อมต่อกับ T-Money ซึ่งเป็นระบบเติมเงินสำหรับการโดยสารรถบัสและรถไฟใต้ดิน รวมทั้งเป็นช่องทางอัพเดทข่าวสารต่างๆ ได้อีกมากมาย (ในอนาคตอันใกล้รัฐบาลเกาหลีได้วางแผนจะขยายแพลทฟอร์มของ Digital View ให้ครอบคลุมไปทั่วประเทศ)

DMC : Digital Media City
นอกจากจะวางโครงข่ายให้ประชาชนได้เข้าถึงชีวิตดิจิตอลได้ทั้งเมืองแล้ว รัฐบาลยังได้สร้างสัญลักษณ์เมืองแห่งสื่อดิจิตอลขึ้นมา นั่นก็คือ ย่าน DMC : Digital Media City ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 570,000 ตารางเมตร ทางเหนือของเขตริมแม่น้ำฮาน DMC เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2002 เพื่อเป็นศูนย์กลางของสื่อดิจิตอลทั้งในด้านศิลปะวัฒนธรรม การออกแบบ และธุรกิจบันเทิง (ทยอยก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันแล้วเสร็จไปราว 60%)

สถาปัตยกรรมทั้งหมดในย่าน DMC เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีและการออกแบบที่พลิกวิธีคิดไปจากเดิมๆ มันมีความโดดเด่นเป็นสง่าทั้งในเชิงรูปแบบและการใช้งาน รวมทั้งยังอยู่ภายใต้แนวคิดเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักที่เกาหลีใต้พัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง

การก่อสร้างเริ่มต้นในพื้นที่ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเกาหลีก่อน จากนั้นจึงไล่ลำดับพัฒนาการมายังสื่อดิจิตอลที่ไฮเทคขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นของพื้นที่ที่แล้วเสร็จคือที่จัตุรัส Digital Pavilion Nurikkum (เพื่อการซึมซับประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม) ต่อด้วย Korea Cultural Contents Center พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เกาหลี (ที่จัดแสดงผ่านภาพยนตร์) และ Digital Media City Gallery ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและการออกแบบบนเทคโนโลยีใหม่ๆ นอกจากนี้ DMC ยังเป็นแหล่งรวมขององค์กรธุรกิจด้านสื่อ เทคโนโลยี และความบันเทิง ที่จะยิ่งหนุนให้เกิดการพัฒนาด้านสื่อดิจิตอลเต็มรูปแบบในอนาคต ปัจจุบัน DMC กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารสุดหรูล้ำอีกแห่งเพื่อเป็นแลนด์มาร์คของย่าน (ตึกนี้จะสูงและไฮเทคพอๆ กับตึก Burj Al Arab ในดูไบ) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2015

การตลาดสไตล์เกาหลี : ผสานการใช้สื่อดิจิตอลหลากแพลทฟอร์ม
เมื่ออินเตอร์เน็ตกลายเป็นเหมือนถนนไฮเวย์ที่พุ่งเข้าหาผู้บริโภคโดยตรง องค์กรธุรกิจต่างๆ จึงจำเป็นต้องลงวิ่งบนถนนสายนี้ และรู้จัก “ใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิตอล” ที่พัฒนาตัวเองขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ๆ ตลอดเวลา ทุกวันนี้ ธุรกิจใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ อย่างเช่น Samsung, LG และ Hyundai ได้ประยุกต์แพลทฟอร์มต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ในการสนับสนุนการตลาด บริษัทเหล่านี้จะมีทั้งบล็อกของ CEO บล็อกของบริษัทเอง หน้าเพจบนเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฯลฯ เพื่อที่จะสื่อสารกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง และเชื่อมความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ตัวอย่างบล็อก CEO ที่กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดชั้นดีก็คือ บล็อกของ Chan Jin Lee ซึ่งเป็น CEO ของ DreamWiz Inc. (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและเว็บท่าสำหรับธุรกิจบันเทิงและการสื่อสาร) CEO ผู้นี้เริ่มสร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมาเพื่อค้นหาว่าเหล่าบรรดาบล็อกเกอร์ “ต้องการอะไร” ในการให้บริการด้านบล็อกกิ้ง ซึ่งในบล็อกของเขาจะมีทั้งบันทึกส่วนตัว โปรเจ็คท์ใหม่ๆ ของบริษัท และการรีวิว gadget ต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่นานบล็อกของเขาไต่ระดับขึ้นเป็นบล็อกยอดนิยม แถมยังมีอิทธิพลอย่างมากในหมู่บล็อกเกอร์อีกด้วย

สังคมเกาหลียังมีความเหลื่อมล้ำทางอำนาจและชนชั้นอยู่สูงเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก บริษัทต่างๆ จึงมุ่งใช้กลยุทธ์การสื่อสารไปที่ตัวบุคคลแบบ Top Down ซึ่งนอกจากจะสื่อ “สาร” ของสินค้าและบริการได้ดั่งใจแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ดึงดูดผู้คน โดยเฉพาะ “พลเมืองเน็ต” (Netizen) ให้เข้ามาร่วมสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ เกี่ยวกับตัวสินค้า เพื่อเป็นการปลุกกระแส ดูทิศทางของกระแส และสร้างกระแสให้เกิดขึ้นก่อนที่จะออกสินค้าใหม่

ทำเงินกับ UCC - User Created Content
พลเมืองเน็ตสัญชาติเกาหลีที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ (ตามอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต) ทำให้พวกเขากลายเป็นทั้งกลุ่มเป้าหมายและผู้ผลิตชั้นดี เนื่องจากชาวเน็ตเหล่านี้มักมีความสนใจเฉพาะทางอย่างลึกซึ้ง พวกเขาสามารถสร้างคอนเทนท์ดีๆ แบบรู้ลึกรู้จริงบนพื้นที่ออนไลน์ของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้เกิดอีกกระแสธุรกิจหนึ่งบนสื่อดิจิตอลที่กำลังมาแรงมาก นั่นก็คือ “ทำเงินกับคอนเทนท์ที่ผู้ใช้สร้างเอง (UCC-User Created Content)” สังเกตได้ว่า “คนดังในเน็ต” ทุกวันนี้มีแฟนๆ คอยติดตามนับแสนนับล้าน พวกเขาสามารถดึงสปอนเซอร์ให้เข้ามาสนับสนุนคอนเทนท์ของตัวเองได้ด้วยซ้ำ

ในประเทศเกาหลีใต้ ไม่ใช่เพียงองค์กรธุรกิจต่างๆ เท่านั้น ที่หมั่นจัดการแข่งขัน UCC เพื่อโปรโมทสินค้าหรือแคมเปญของตัวเอง ปัจจุบัน หน่วยงานรัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ก็จัดการประกวด UCC ขึ้นทุกปี เพื่อค้นหาวิดีโอที่จะนำไปใช้โปรโมทการท่องเที่ยวเกาหลียังประเทศต่างๆ กระแส UCC นี้ได้กระจายรายได้ไปยังพลเมืองเน็ตตัวเล็กๆ (แต่มากความสามารถ) และไม่ทำให้รายได้กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มบริษัทโฆษณาเท่านั้น

นี่อาจเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของการใช้สื่อดิจิตอลในการพัฒนาธุรกิจ แต่พื้นฐานสำคัญก็คือสื่อดิจิตอลได้เปิดโอกาสให้ผู้คนตัวเล็กๆ สามารถ “สร้างคอนเทนท์หรือผลิตภัณฑ์” ขึ้นมาด้วยตนเอง ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าสื่อใดๆ ที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ แถมยังเข้าถึงผู้คนจำนวนนับแสนนับล้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับจุลภาคไปถึงมหภาคเลยทีเดียว

เทคโนโลยีปะทะความคิดสร้างสรรค์ ปรากฎการณ์ฟิวชั่นสู่สิ่งใหม่
ในวงการโฆษณาของเกาหลีใต้ แบรนด์ดังทั้งหลายไม่ได้ต้องการแค่โฆษณาที่แตกต่าง แต่มันยังต้องเชื่อมต่อกับ “เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน” ของผู้คนด้วย แคมเปญโฆษณาล่าสุดของ Tesco (จากมันสมองของ Cheil Worldwide เอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้) ได้จับมือกับ Samsung เพื่อนำเอาเทคโนโลยี QR Code เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นชิ้นงานโฆษณา

จาก Print Ad ธรรมดาๆ รอบสถานีรถไฟ เอเจนซี่ได้ทดลองแนวคิดใหม่โดยการหุ้มเสาทั้งหมดในสถานีด้วย “ภาพขนาดเท่าจริงของชั้นวางสินค้าในห้าง Tesco” (เรียกว่าเปลี่ยนบรรยากาศของสถานีรถไฟให้กลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตย่อมๆ กันเลยทีเดียว) ซึ่งสินค้าต่างๆ ในภาพล้วนมี QR Code ติดอยู่ด้วย ลูกค้าที่สนใจสามารถหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “สแกนโค้ด” แล้วเชื่อมต่อสู่เว็บไซต์ของ Tesco เพื่อสั่งซื้อสินค้าได้เลย ความชาญฉลาดในการสร้างสรรค์โฆษณาชุดนี้ทำให้ Cheil Worldwide ได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์จาก Cannes Media (ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เอเจนซี่สัญชาติเกาหลีได้ครองรางวัลนี้ในรอบ 58 ปีที่มีการก่อตั้งรางวัล Cannes Media ขึ้นมา)

การลงทุนด้าน IT ในอนาคต
แม้จะเป็นอันดับหนึ่งด้านการเติบโต แต่เกาหลีใต้ก็ยังไม่หยุดนิ่ง ในปี 2015 กระทรวงการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ได้ประกาศแล้วว่า ตำราเรียนเป็นเล่มๆ จะถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ “Tablet” ทั้งหมด ส่วนนักเรียน (ตั้งแต่ระดับอนุบาล) ก็จะไม่ต้องพกหนังสือเรียนอีกต่อไป เพราะรัฐบาลจะใช้งบประมาณ 2000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเปลี่ยนตำราเรียนต่างๆ ให้เป็น e-book และสร้างเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับการศึกษาผ่านระบบ wi-fi ในโรงเรียนทั้งหมด (โดยรัฐเน้นย้ำว่าให้ใช้ Tablet แบรนด์เกาหลีอย่าง Samsung ไม่ใช่ Ipad จากค่าย Apple)

รัฐบาลเกาหลีพยายามผลักดันสังคมโดยรวมให้ก้าวไปสู่การเสพข้อมูลแบบไร้กระดาษ (Paperless Society) การอ่าน e-book จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรม ส่วนหนังสือเล่มจะกลายเป็นวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย และอาจจะต้องพาเหรดเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งการอ่านในอนาคต (ถ้ามี) ทุกวันนี้ธุรกิจสิ่งพิมพ์ในเกาหลีต่างก็ปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงนี้ โดยได้หันมาจับตลาด e-book และผลิตสิ่งพิมพ์ต่างๆ ลงบนแพลทฟอร์มดิจิตอลกันแล้ว

ชาตินิยมหนุนพัฒนาการเทคโนโลยี
สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้จากวิวัฒนาการของสื่อดิจิตอลเกาหลีก็คือ “คนเกาหลียังคงความชาตินิยมไว้อย่างเหนียวแน่น” โดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟนและโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่ชาวเกาหลียังคงสนับสนุนแบรนด์ในประเทศกันแบบสุดๆ

หัวใจสำคัญของการใช้เว็บในเกาหลีใต้นั้นอยู่ที่ “ภาษา” ซึ่งเมื่อเป็นภาษาแม่แล้ว “การเข้าถึง” ก็ย่อมง่ายกว่า (ประกอบกับการใช้งานของเว็บก็ไม่ได้หย่อนประสิทธิภาพไปกว่ามาตรฐานสากลเลย) ทุกวันนี้แม้ Apple จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดไปบ้าง แต่ Samsung ก็ยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของประเทศ แม้ facebook จะมีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง แต่เว็บเครือข่ายสังคมของเกาหลีเองอย่าง Cyworld ก็ยังมีผู้ใช้มากกว่าหลายเท่าตัว ส่วน Me2Day (twitter ฉบับเกาหลี) ก็เป็นที่นิยมยิ่งกว่า twitter จริง หรือแม้กระทั่งเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นอันดับหนึ่งอย่าง google ก็ยังต้องพ่ายให้กับเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นภาษาเกาหลีอย่าง Naver เป็นต้น

ความชาตินิยมนี้เองได้ถูกนำไปสร้างต่อเป็น “แบรนด์ของประเทศ” โดยมีรัฐบาลคอยให้การสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ ที่มีศักยภาพ ส่วนในเรื่องของเทคโนโลยีรัฐบาลเกาหลีใต้ก็มีโครงการ Advanced Technology & Design Korea ที่ขึ้นตรงกับ Presidential Council on Nation Branding และกระทรวงเศรษฐกิจการเรียนรู้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการโปรโมทความสำเร็จของเกาหลีใต้และแบรนด์เกาหลีต่างๆ ผ่านบทความชั้นดี (ไม่ใช่ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วๆ ไป) ส่งผลต่อการรับรู้และความร่วมมือร่วมใจของคนในชาติที่จะช่วยกันพัฒนาและช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศในท้ายที่สุดนั่นเอง

อ้างอิง:
https://wiki.smu.edu.sg/digitalmediaasia/Digital_Media_in_South_Korea
http://en.wikipedia.org/wiki/Digital_Media_City
http://www.guardian.co.uk/smarter-cities/smarter-cities-a-digital-revolution
http://www.advancedtechnologykorea.com/
http://www.dailyrecord.co.uk/news/science-and-technology/2011/07/04/south-korean-schools-to-replace-all-textbooks-with-digital-tablets-by-2015-86908-23246456/
http://www.huffingtonpost.com/2011/02/23/south-korea-gigabit-internet-2012_n_827145.html
http://discoveringkorea.com/2011/02/26/seouls-digital-media-city/

เครดิตภาพ:
http://superjchung.wordpress.com/2011/02/03/1153/
http://www.advancedtechnologykorea.com/?p=5989
http://www.ecofriend.com/entry/eco-architecture-som-s-digital-media-city-will-be-the-tallest-tower-in-east-asia/
http://www.greenlaunches.com/awareness-and-hype/south-korea-turns-away-from-paperback-textbooks-to-use-digital-textbooks-instead.php
http://satlog.net/2010/03/korean-biz-trip-subway-navigation-system-%E2%80%93-digital-view/
http://www.greentechmedia.com/articles/read/south-korea-guns-for-smart-grid-finish-line

« Back to Result

  • Published Date: 2011-09-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com