Creative Knowledge

« Back to Result | List

อัน ยอง ฮา เซ โย “โคเรีย เวฟ” (Korea Wave) ตอนที่ 2 : อุตสาหกรรมภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส

กรณี “กิมจิศึกษา”
ก้าวแรกของกระแสเกาหลีฟีเวอร์เกิดจากการที่รัฐบาลต้องการผลักดัน “อุตสาหกรรมบันเทิง” ให้เป็นกลไกสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่วางแผนงานและส่งเสริมธุรกิจบันเทิงอย่างจริงจัง ผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้จัดละคร และค่ายเพลงต่างๆ มีหน้าที่ผลิตผลงานดีๆ ออกมา ต่อจากนั้น เป็นหน้าที่ของทาง กสช. ที่จะวางแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์ให้อย่างครบถ้วน พร้อมกันนี้ กสช. ยังได้ผลักดันเรื่องของ “เทคโนโลยีการสื่อสาร” เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้ติดตามเนื้อหาทางวัฒนธรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด สังเกตุว่า ในทศวรรษที่ผ่านมาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารของเกาหลีนั้นเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด (ล้ำหน้ายิ่งกว่าประเทศพัฒนาแล้วใดๆ) ผู้คนจากทั่วสารทิศสามารถเข้าถึงและแลกเปลี่ยน “เนื้อหาทางวัฒนธรรม” ของเกาหลีได้อย่างง่ายดายและฉับไว นำพาไปสู่การจุติของ “กระแสเกาหลีฟีเวอร์” ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปในที่สุด

1. อุตสาหกรรมภาพยนตร์
ในช่วงระหว่างปีค.ศ.1980 – 1990 ความนิยมใน “ภาพยนตร์อเมริกัน” เกือบทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีทั้งหมดต้องปิดตัวลงด้วยว่าไม่สามารถแข่งขันกับความแรงจากฝั่งฮอลลีวู้ดได้ รัฐบาลเกาหลีจำต้องจัดทำนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐได้ยกเลิกกฏการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ถึง 2 ครั้ง (ทั้งก่อนการผลิตและก่อนขายในโรงภาพยนตร์) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์ในประเทศมีเสรีภาพในการ “แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์” มากขึ้น

พร้อมกันนั้นยังได้ออกมาตรการอีกหลายข้อเพื่อโอบอุ้มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ภายในประเทศ เป็นต้นว่า ผู้นำเข้าภาพยนตร์จากต่างประเทศต้องวางเงินประกันจำนวน 80,000 เหรียญสหรัฐ, กำหนดให้โรงภาพยนตร์ในประเทศฉายภาพยนตร์เกาหลี 30 - 40 % ของการฉายภาพยนตร์ทั้งหมด, ออกมาตรการลดหย่อนทางภาษีให้กับบริษัทสร้างภาพยนตร์, ส่งเสริมให้มีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และผลักดัน “เมืองปูซาน” ให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจภาพยนตร์ของเอเชีย

นอกจากนี้ เรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วเอเชียในปี 1997 ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี เพราะเมื่อค่าของเงินวอนอ่อนตัวลง ผู้นำเข้าภาพยนตร์จากต่างประเทศก็ต้องใช้เงินจำนวนมากกว่าเดิมในการนำเข้าภาพยนตร์ พร้อมกันนั้นชาวเกาหลีที่ถูกลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงสัปดาห์ละ 5 วันก็มีเวลาว่างมากขึ้น นี่เองทำให้โรงภาพยนตร์ของกลุ่มบริษัทต่างๆ อาทิ Orion Group, Lotte และ CJ ถูกขยายไปทั่วประเทศ นำมาซึ่งความจำเป็นที่จะต้องหาสินค้า “ภาพยนตร์” เข้ามาฉายเพิ่ม เพื่อรองรับกับจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังไม่รวมถึงความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Shiri โดย Samsung Entertainment Group ที่ทำรายได้ถล่มทลายจนบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ อย่าง Hyundai และ Daewoo ต้องหันมาให้ความสนใจและพากันตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลด้านการสื่อสารโดยเฉพาะ นับเป็นการผนึกกำลังของสื่ออิเลคทรอนิคส์และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

2. อุตสาหกรรมวิทยุและโทรทัศน์
ละครโทรทัศน์หรือ “ซีรีส์เกาหลี” เริ่มเข้ามามีบทบาทในทวีปเอเชียตั้งแต่ปีค.ศ.1999 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียเริ่มเปิดเสรีทางด้านสื่อ มีสถานีโทรทัศน์เพิ่มขึ้นมากมายที่ต่างก็ต้องการสินค้าภาพยนตร์ที่มีความงดงาม ให้ความเพลิดเพลิน และมีราคาไม่แพงมากมาดึงดูดผู้ชม ซึ่งในช่วงเวลานั้นซีรีส์เกาหลีถือว่าเป็นละครที่มีคุณภาพการถ่ายทำสูง มีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับประเทศเอเชียอื่นๆ และที่สำคัญคือ “มีราคาถูกที่สุด” เนื้อหาส่วนใหญ่ในละครเกาหลีจะเน้นเรื่องของความรักความผูกพันในครอบครัว มิตรภาพ คุณธรรม และการตามหารักแท้ โดยทุกเรื่องจะใช้นักแสดงหน้าตาดีมีฝีมือ ถ่ายทำในสถานที่อันสวยงาม เน้นเพลงประกอบที่ไพเราะ จนทำให้ละครซีรีส์จากประเทศนี้ก้าวเข้าไปนั่งอยู่กลางใจผู้คนทั่วทั้งเอเชียได้ในที่สุด

ภาพยนตร์เรื่อง Winter Love Song ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แม่บ้านญี่ปุ่น (อายุ 40 ปีขึ้นไป) นั้น ส่งผลให้ เบ ยอง จุน นักแสดงนำฝ่ายชาย แจ้งเกิดในแดนปลาดิบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความสำเร็จของละคร (และนักแสดง) ทำให้มี “โครงการนำเที่ยวตามรอยภาพยนตร์” เรื่องนี้ออกมามากมาย ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่อง แด จัง กึม ที่นำเสนอเรื่องราวของ “วัฒนธรรม” และ “ประวัติศาสตร์” ที่เกี่ยวกับอาหารเกาหลีและตำรายาสมุนไพร ก็ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกต้องการเดินทางมาเห็น “พระราชวังเคียงบกกุง” อันเป็นฉากสำคัญในละครเรื่องนี้ด้วยตาตนเอง

กระแสบันเทิงกิมจิในไทย
อันที่จริงแล้วกระแสเกาหลีฟีเวอร์เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยช้ากว่าประเทศในเอเชียอื่นๆ โดยคลื่นลูกแรกๆ ที่ซัดเข้าประตูใจผู้บริโภคชาวไทยได้สำเร็จก็คือ “ละครซีรีส์เกาหลี” ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ลิขิตรักแห่งดวงดาว” (Wish Upon a Star), รักนี้ชั่วนิรันดร์ (Autumn in my Heart), เพลงรักในสายลมหนาว (Winter Love Song), แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง, สะดุดรักที่พักใจ (Full House), เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (Princess Hours) ฯลฯ ละครเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของความชื่นชมในกระแสเกาหลีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสไตล์ เรื่องราว เนื้อหา วิวทิวทัศน์ ไปจนถึงดนตรีและตัวดารานักแสดง ซึ่งเมื่อพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียดแล้ว เราจะสังเกตว่าแม้กระแสเกาหลีฟีเวอร์จะเดินเข้าสู่ประเทศไทยช้ากว่าประเทศอื่นๆ แต่ “ไทยแลนด์” กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีประสบความสำเร็จสูงสุด โดยตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา ภาพยนตร์ ละคร เพลง การ์ตูนแอนิเมชั่น และเกมส์ออนไลน์จากเกาหลี มีอัตราการนำเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยต่อเนื่อง

สื่อบันเทิงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสความนิยม (และบ้าคลั่ง) ความเป็น “เกาหลี” มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีหนังสือและนิตยสารเวอร์ชั่นภาษาไทย (ที่เกี่ยวกับละคร อาหาร และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้) คลอดออกมามากมาย นอกจากนั้นคนไทยยังสนใจเรียนภาษาเกาหลีกันเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไทยกว่า 20 แห่งเปิดสอนวิชาภาษาเกาหลี (7 แห่งในนั้นเปิดสอนเป็นหลักสูตรวิชาหลัก), จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นถึง 13.28%, ทุกวันนี้สินค้า “เมดอินเกาหลี” ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอาง (จากผลการสำรวจพบกว่า 78.25% ของพนักงานกินเงินเดือนที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ชื่นชอบเครื่องสำอางเกาหลีที่สุด)

เครดิตรูปภาพ:
http://www.koreataste.org/lang/en/en/news-en/interactive-%E2%80%98touch-korea%E2%80%99-program-unveiled/
http://www.biff.kr
http://en.wikipedia.org/wiki/File:Korean.culture-Sinchon-Movie.theatre.jpg
http://www.dramabeans.com/2010/12/2010-kbs-drama-awards/
http://www.dramabeans.com/2010/12/2010-sbs-drama-awards/
http://www.dramabeans.com/2010/12/2010-mbc-drama-awards/
http://www.mono2u.com/review/content/winter_love_song/
http://www.showwallpaper.com/view.php?topic=5570&page=4




« Back to Result

  • Published Date: 2011-08-25
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี