Articles

« Back to Result | List

REALITY DREAM BUSINESS – รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 6)

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส, สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์
ภาพ : วลัยรัตน์ ยุทธนาวราภรณ์, พลอย มัลลิกะมาส

ทุกวันนี้ธุรกิจ “โรงเรียนสอนทำอาหาร” ในบ้านเรากำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก (ทั้งในกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ) ซึ่งแต่ละสถาบัน แต่ละอาจารย์ แต่ละครัว ก็จะมีวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอนที่แตกต่างกันไป เช่น พวกที่สอนกันแบบเอาจริงเอาจังเพื่อทำเป็นธุรกิจ พวกที่เน้นพัฒนาแรงงานป้อนสู่อุตสาหกรรมเฉพาะ หรือพวกที่เรียนกันเล่นๆ เป็นงานอดิเรก ฯลฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2554 นี้ จะมีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจสอนทำอาหารสูงถึง 250 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงเรียนสอนการทำครัวหลักสูตรเร่งรัดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

กลุ่มธุรกิจที่ 6 : โรงเรียนสอนทำอาหาร (Cooking School)
กรณีศึกษาที่ 1 : โรงเรียนทำครัว “เรียนร่วมโต๊ะ”

ความเป็นมา เมื่อ 9 ปีก่อน ปริสนา บุญสินสุข ก่อตั้งบริษัทและ “โรงเรียนเรียนร่วมโต๊ะ” ขึ้น เพื่อรองรับอาชีพยามเกษียณ หลังจากใช้ชีวิตคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงโฆษณามายาวนานถึง 37 ปี ก่อนเธอจะลาจากอาชีพโฆษณาอย่างเด็ดขาด ปริสนาได้ลางานเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อเข้าเรียนหลักสูตร Intensive Cordon Bleu Diploma Course ที่ Tante Marie School of Cookery เมือง Woking แคว้น Surrey ประเทศอังกฤษ โดยเธอตั้งใจจะยกระดับทักษะการทำครัวของตัวเอง จากระบบ “เปิดตำราแล้วลองทำ” ให้พัฒนาสูงขึ้นถึงขั้น “เป็นครู” ได้

“เป้าหมายของเรา คือ การสอนทำอาหารเพื่อเป็นงานอดิเรก เพื่อกินกันในครอบครัว ในหมู่เพื่อนฝูง ซึ่งแน่นอนว่า อาหารจานนั้นต้องอร่อยด้วยความที่เราศึกษาอ่านตำรามานานนับสิบปี ก็ทำให้พอจะมองออกว่าสูตรไหนตำราไหนที่ทำได้จริง วิธีการไม่ยุ่งยากเกินไป แถมทำออกมาแล้วน่าจะอร่อยมากด้วย”

นอกจากความรักในการปรุงอาหารด้วยตนเองแล้ว คุณปริสนายังเป็นเจ้าของบทความแสนสนุกที่แนะนำเรื่อง “การทำอาหาร” ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และนิตยสารอิมเมจอีกด้วย งานเขียนของเธอจะเป็นเรื่องเล่าถึงความนิยมชมชอบ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและความคิดเห็นที่มีต่ออาหารจานโปรด ตลอดจนที่มาและเหตุผลในกระบวนการทำอาหารต่างๆ เป็นต้นว่า “หน้าที่ความรับผิดชอบของยีสต์ที่มีต่อขนมปังและขนมอบ” ถึงกับมีคนเคยบอกกับเราว่า เสน่ห์ในตัวหนังสือของคุณปริสนานั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ารสมือในการปรุงอาหารหรือขนมของเธอเลย

จุดเด่น เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
คุณสมบัติพิเศษของคุณครูปริสนาที่เราสัมผัสถึงได้ คือ ความรู้จริง – รู้ลึก – รู้กว้าง และรู้รอบ รวมถึงความรักที่มีต่ออาหาร และจิตวิญญาณความเป็นครู ซึ่งคุณปริสนาต้องการจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ในแบบ “ดีที่สุด เยี่ยมที่สุด” ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนของโรงเรียนอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายให้นักเรียนจบไปประกอบอาชีพ จึงมุ่งเน้นไปที่ตัวเลขต้นทุนการผลิตที่ “ต่ำที่สุด” เป็นหลัก

“ที่เรียนร่วมโต๊ะ เราจะไม่ให้นักเรียนใช้วัตถุกันเสียในการปรุงอาหารเลย นี่คือ อีกเรื่องที่ทำให้โรงเรียนของเราต่างจากที่อื่น เพราะที่อื่นเขาสอนให้ไปทำเป็นอาชีพ มันจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องพวกนี้เพื่อให้ต้นทุนถูก …แต่เราบอกเลยว่า มันเป็นไปได้ยากที่ใช้ของถูกแล้วจะทำออกมาให้อร่อย”

ความแตกต่างอีกข้อก็คือ ตำราอาหารของคุณปริสนานั้นได้รับการกล่าวขวัญว่า “แม้แต่แม่บ้านมือสมัครเล่น หรือคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความชำนาญเรื่องการครัวก็สามารถทำตามได้ และมั่นใจได้ว่า รสชาติอร่อยจริง” ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาเรียนได้มาก

“มีคนเคยถามว่า จริงหรือไม่ที่การหาตำราอาหารที่ทำตามได้ง่าย แล้วรสชาติออกมาอร่อยจริงนั้น…เป็นเรื่องยากมาก ? สำหรับตำราภาษาไทยต้องยอมรับว่า จริงค่ะ เพราะเคยลองมาแล้วกับตัว มันเหมือนว่า เขาไม่ได้บอกเคล็ดลับทั้งหมด ดังนั้น เวลาที่เราทำตำราของตัวเอง เราจึงคิดเสมอว่า จะไม่ปิดบังซ่อนเร้นอะไรทั้งสิ้น เพราะท้ายสุดแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าจะออกตำราอาหารแล้วคนอื่นทำตามไม่ได้ ถูกมั้ยคะ” คุณปริสนากล่าว

“สำหรับหนังสือ 100 Best Cookbook เล่มล่าสุดที่เพิ่งทำออกมา คอนเซ็ปท์ของมันก็คือ การนำเอาสูตรอาหารที่เคยใช้สอนนักเรียนที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า ถ้านักเรียนของเราซึ่งไม่ใช่มืออาชีพสามารถทำได้ …คุณเองก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน”

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
ความที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงโฆษณานานเกือบ 40 ปี ทำให้คุณปริสนามีความชำนาญในเรื่องกลยุทธ์การตลาดเป็นอย่างมาก โดยนอกจากเธอจะเปิดบ้านเป็นโรงเรียนสอนทำครัวแล้ว คุณปริสนายังขยายกิ่งก้านให้กับธุรกิจด้วยการแบ่งพื้นที่เล็กๆ ภายในบ้านเป็น “ร้านคู่ครัว” เพื่อจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ในการทำครัวให้กับผู้ที่สนใจ นอกจากนั้น เธอยังเปิดกิจการร้านขนมออนไลน์ ภายใต้ชื่อ www.bb100best.com เพื่อรับสั่งทำขนม พร้อมทั้งเขียนตำราทำอาหารในรูปแบบของตำราเดี่ยวๆ (ที่มีมากกว่า 800 ตำรา) และในรูปแบบของหนังสืออีกหลายสิบเล่ม

แนวคิดการทำ CRM (Customer Relation Management) ในสไตล์ของ “ปริสนา บุญสินสุข” นั้น แม้แต่นักการตลาดชั้นนำก็ยังยอมรับว่า “ยอดเยี่ยม” เพราะมันช่วยต่อยอดและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโรงเรียนทำครัวขนาดจิ๋วแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครสมาชิก, การออกจดหมายข่าวรายปี, การให้ตำราอาหารและสิทธิพิเศษต่างๆ, การทำบริการ Collectors’ Club เสมือนเลขาส่วนตัวของนักสะสมตำราอาหาร ตลอดจนการนำสูตรอาหารคาว-หวานที่เคยใช้สอนนักเรียนมาต่อยอดเป็นตำราอาหารเล่มพิเศษ (ที่เจ้าตัวปรุงเอง สอนเอง เขียนเอง ทำเอง และขายเองด้วย)

เคล็ดลับของ “เรียนร่วมโต๊ะ”
- ดำเนินธุรกิจแบบ “น้อยๆ เล็กๆ ตามกำลังที่มี” เนื่องจากธุรกิจนี้เป็นอาชีพที่สองหลังจากการเกษียณอายุ แนวคิดการบริหารจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการ “ทำทุกอย่างเองเท่าที่พอจะทำได้” โดยมีจุดประสงค์แค่ให้ธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองและทีมงานทุกคนได้อย่างมีความสุข

- สิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบกิจการ คือ ความสบายใจ ดังนั้น เจ้าของกิจการควรต้องมีอิสระในตัวเองเพียงพอ

- หากคิดจะเปิดโรงเรียนสอนทำครัว ข้อแรกที่ต้องคิดคือ เรื่องของทำเลที่ตั้ง คุณปริสนาแนะนำให้ดูที่ทางของตัวเองว่า พอจะนำมาดัดแปลงเป็นโรงเรียนได้หรือไม่ ไม่แนะนำให้ลงทุนทำอะไรมากมายใหญ่โตตั้งแต่เริ่มแรก

ข้อมูลธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจ : ปริสนา บุญสินสุข
ปีที่เปิดให้บริการ : ปี 2545
จำนวนสาขา : 1 สาขา
งบประมาณเริ่มต้น : 300,000 – 500,000 บาท (สำหรับการต่อเติมและดัดแปลงจากพื้นที่พักอาศัยเดิม)
อัตราค่าบริการ : 3,000 บาทขึ้นไป / คลาส (จำกัดจำนวนผู้เรียนคลาสละ 4 คน)
ระยะเวลาคืนทุน : 1 ปี
จำนวนพนักงานเมื่อเริ่มต้น : 5 คน (คุณครู, ผู้จัดการโรงเรียน, ผู้ช่วยในครัว 2 คน, และกราฟฟิกดีไซเนอร์)
จำนวนพนักงานในปัจจุบัน : 5 คน
โครงการในอนาคต : หนังสือ Cookbook เล่มใหม่ ในรูปแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อน

กรณีศึกษาที่ 2 : โรงเรียนสอนทำอาหาร A Little Something

ความเป็นมา
เชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายท่านคงมีปัญหาเวลาเข้าครัวเหมือนกันผู้เขียน นั่นก็คือไม่ว่า จะหยิบผักมาหั่น จะเอาหมูมาสับ จะจับตะหลิวมาผัด ฯลฯ รู้สึกมันจะเคอะเขินไปหมด อาการแบบนี้ เราจะไปโทษว่าเพราะของกินแถวบ้านหาซื้อง่ายก็คงไม่ถูกนัก เพราะอันที่จริงแล้ว “ศาสตร์และศิลป์ของการทำอาหาร” มันควรจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ “วัยเยาว์” ซึ่งนี่เองคือแนวคิดและที่มาของ “A Liitle Something” โรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 3 ขวบขึ้นไป

แม้ว่า พื้นฐานของตัวเจ้าของกิจการอย่างคุณแหม่ม วรางคณา กาญจนชูศักดิ์ จะเป็น Web Designer และเป็นคนที่ทำอาหารไม่เป็นเลยก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดต่อการทำธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็ก คุณแหม่มเล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจแรกที่จุดประกายให้เธอสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาก็คือ การได้มีโอกาสไปเดินดูนิทรรศการในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เธอได้พบกับอุปกรณ์ทำอาหารมากมายที่ออกแบบไว้สำหรับเด็กเล็ก (ภายใต้การดูแลของ Dr. Kawashima) ด้วยความน่ารักของอุปกรณ์เหล่านั้นประกอบกับความฝันที่อยากจะทำอาหารเป็น เธอจึงคิดอยากจะเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็ก เพื่อปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักการทำอาหารตั้งแต่ยังเล็ก

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
ถ้าหันไปมองธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหารในบ้านเรา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโรงเรียนสอนผู้ใหญ่หรือไม่ก็เด็กโต การจับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นเด็กเล็ก (ตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป) จึงถือได้ว่าเป็น “ของใหม่” ในตลาดนี้

“เมื่อพูดถึงคำว่าครัว สิ่งที่ตามมาคู่กันก็คือเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะกับเตาร้อนและของมีคมทั้งหลาย ดังนั้นที่โรงเรียน A Little Something เราจึงออกแบบพื้นที่ใช้สอยบนพื้นฐานของเด็กเล็กเป็นหลัก ตั้งแต่ขนาดความสูงของโต๊ะเก้าอี้ ไปจนถึงอุปกรณ์การทำครัวต่างๆ ทุกอย่างต้องมีขนาดพอเหมาะกับสัดส่วนของเด็ก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งนี่ถือเป็นจุดแข็งของโรงเรียนเราค่ะ”

นอกจากนั้น จุดเด่นอีกข้อของโรงเรียนแห่งนี้ก็คือ “รูปแบบการเรียนการสอน” ที่ไม่เพียงแค่สอนให้เด็กเล็กทำอาหารได้ แต่ยังช่วยฝึกฝนในเรื่องของภาษาและการพัฒนา EQ ด้วย ห้องเรียนทำอาหารของ A Little Something จะเน้นการเรียนการสอนแบบ Bilingual โดยครูผู้สอนจะให้ความรู้ในเรื่องของศัพท์ภาษาอังกฤษ ผ่านการสนทนา การเข้าสังคม และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างครูและเด็กๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยพัฒนาทักษะทางด้าน EQ ได้เป็นอย่างดี

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
สำหรับตลาดบ้านเรารูปแบบของโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็กถือว่ายังใหม่มาก โรงเรียน A Little Something คือ “โมเดลธุรกิจใหม่” ที่สร้างขึ้นจากความฝันและอยู่พื้นฐานของความเป็นไปได้ เจ้าของธุรกิจนี้เลือกชูธงในเรื่องการพัฒนา IQ และ EQ (เพื่อสร้างสมดุลทางการเรียนรู้) ผ่านห้องครัวที่สนุกสนาน ซึ่งเป็นจุดขายที่โดนใจพ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่อย่างพอเหมาะพอดี ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดใหม่แล้ว A Little Something จึงมีโอกาสเติบโตสูงและสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ได้ก่อนใคร (ก่อนที่เทรนด์นี้จะขยายวงกว้างและมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นตามมา)

เคล็ดลับของ “A Little Something”
- ต้องมีใจรักและเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ เจ้าของธุรกิจอย่างคุณแหม่มแม้จะไม่มีพื้นฐานทางด้านการทำอาหาร แต่เธอกลับใช้จุดด้อยข้อนี้มาพลิกเป็นจุดแข็งในการสร้างธุรกิจ “Cooking School” สำหรับเด็ก (ที่ย่อมทำอาหารไม่เป็นเช่นกัน) โดยเธอเน้นว่าทักษะนี้ควรปลูกฝังกันตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อที่ในอนาคตข้างหน้าเด็กๆ จะได้รู้สึกใกล้ชิดกับครัวและพัฒนาทักษะต่อไปได้ด้วยตนเอง

- หาเพื่อนร่วมงานที่ “ใช่” เพื่อเติมเต็มธุรกิจ เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณแหม่มกล่าวว่า เธอโชคดีมากที่ได้เพื่อนร่วมงานที่มีความรู้ รักเด็ก แถมมีทักษะในการทำอาหารอย่างดีเยี่ยม

- ถ้าจะทำธุรกิจกับ “เด็ก” ก็ต้องเข้าใจทั้งเด็กและผู้ปกครอง การทำธุรกิจสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก นอกจากจะต้องรู้จักพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กเล็กแล้ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้ปกครองด้วย โดยอย่าไปเน้นแค่ว่าจะต้องหารายได้เป็นตัวเลขสูงๆ เท่านั้น สำคัญคือต้องสร้างความผูกพันที่เพิ่มมูลค่าทางใจ ซึ่งถึงวันนี้ผู้ปกครองหลายท่านก็ได้เปลี่ยนสภาพจากลูกค้ากลายเป็นเพื่อนร่วมรับประทานอาหาร เพื่อนดื่มกาแฟ กับเจ้าของโรงเรียนไปแล้ว ความสัมพันธ์อันดีเช่นนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจ และทำให้ลูกค้าช่วยประชาสัมพันธ์ต่อไปแบบปากต่อปาก

- การตกแต่งสถานที่ต้องตอบโจทย์ความเป็นครอบครัว เมื่อโจทย์เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็กแล้ว ภาพลักษณ์ของโรงเรียนก็ต้องให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่กับบ้านกับครอบครัว โดยในขณะที่เด็กๆ กำลังสนุกอยู่ในห้องครัวไซส์มินิของพวกเขา ผู้ปกครองที่มารอก็ต้องมีที่ทางของเขาด้วย เช่น สามารถนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ ดื่มชากาแฟ ฯลฯ ในบรรยากาศสบายๆ เสมือนนั่งอยู่กับบ้านตัวเอง

ข้อมูลธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจ : วรางคณา กาญจนชูศักดิ์
ขนาดของร้าน : สาขาแรกที่ตึก Racquet Club สุขุมวิท 49 พื้นที่ 170 ตารางเมตร, สาขาสองในโครงการ The Circle Ratchapruk พื้นที่ 75 ตารางเมตร
ปีที่เปิดให้บริการ : สิงหาคม ปี 2552
จำนวนสาขา : 2 สาขา
งบประมาณเริ่มต้น : สาขาแรก 3 ล้านบาท, สาขาที่สอง 800,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ประมาณ 3 ปี
จำนวนพนักงานในปัจจุบัน : 6 คนที่เป็นพนักงานประจำ และ อีก 6 คนที่เป็นคุณครู Part Time สอนทำอาหาร
โครงการในอนาคต : ปัจจุบันเพิ่งเปิดสาขาที่สองไปเมื่อต้นเดือนเมษายน 2554

ข้อมูลการติดต่อ
www.a-littlesomething.com

อ่านเรื่องในหัวข้อเดียวกัน :
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 1) ร้านกาแฟและเบเกอรี่
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 2) ร้านหนังสือขนาดเล็ก
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 3) ร้านดอกไม้
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 4) บูติกโฮเต็ล
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 5) สปาและร้านนวด

« Back to Result

  • Published Date: 2011-05-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com