Articles

« Back to Result | List

REALITY DREAM BUSINESS – รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 5)

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์, พลอย มัลลิกะมาส

พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนทำงานในเมืองกรุงดูจะเปลี่ยนไปจากอดีตมาก พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องนั่งจ้องหน้ากับคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ผลกระทบที่ได้นั้นไม่เพียงแต่สายตาจะเริ่มมีปัญหา แต่ยังลามไปถึงระบบการทำงานของกล้ามเนื้อตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นยึด คอแข็ง ปวดหลัง เมื่อยขา ข้อนิ้วล็อค ฯลฯ เพื่อบำบัดให้ร่างกายกลับมาสู่สมดุล การพึ่งพา “หมอนวด” ดูจะเป็นเส้นทางลัดที่เหล่าคนเมืองนิยมกันไม่น้อย และนี่คงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ “ร้านนวดและสปา”ในเมืองกรุงขยายตัวเป็นดอกเห็ด เล็กบ้าง หรูบ้าง ถูกแพงตามคุณภาพ โลเคชั่น และการตกแต่งสถานที่

ปัจจุบัน มูลค่าตลาด “ธุรกิจสปา” ในประเทศไทยนั้นพุ่งสูงกว่าหมื่นล้านบาท (และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10 – 20 % ต่อปี) ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ “สปาไทย” ก้าวไกลในภูมิภาคอาเซียน ก็ทำให้ธุรกิจร้านนวดและร้านสปานี้กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ใครต่อใครหลายคนใฝ่ฝันถึง วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปเจาะลึกถึงเรื่องราวของสองธุรกิจนวดและสปาที่ต่างก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วร่วมทศวรรษ

กลุ่มธุรกิจที่ 5 : สปาและร้านนวด
กรณีศึกษาที่ 1 - ดีวานา สปา และ คลีนิค

ความเป็นมา
ย้อนไปเมื่อสมัยที่คนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จักการทำ “สปา” (และมักเข้าใจว่า การไปนวดหรือไปสปานั้นเป็นเรื่องของชนชั้นไฮคลาส) คำว่า “สปา” เป็นเพียงการให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำ (หรือที่เรียกกันว่า Hotel and Resort Spa) อย่างไรก็ดีในยุคนั้นก็มีผู้ประกอบการใจกล้ากลุ่มเล็กๆ ที่อาจหาญให้กำเนิดธุรกิจเดย์สปา (Day Spa) ขึ้นแบบโดดเดี่ยว โดยใช้ชื่อว่า “ดีวานา” (Divana) ซึ่งหมายถึง Goddess of Love หรือเทพธิดาแห่งความรัก เป็นนัยว่าธุรกิจนี้เกิดจากความรักความสนใจในเรื่องสุขภาพและความงาม โดยเชื่อมโยงผ่านเรื่องราวของสมุนไพร การนวด สปาบำบัด (Smooth per Aqua) และศาสตร์ของแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) ที่ห่างไกลจากการใช้สารเคมีมากที่สุด

ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ฉีกกรอบกระแสธุรกิจสปาที่มีอยู่เฉพาะตามโรงแรมหรูๆ ในขณะนั้น โดยพวกเขาเลือกเปิดธุรกิจแรกขึ้นในบ้านหลังน้อยย่านซอยสุขุมวิท25 ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติแสนรื่นรมย์ บ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนสถานที่ (หลบมา) พักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง ช่วยให้ชาวเมืองได้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย ยิ้มได้ และสบายตัว โดยไม่ต้องผ่านพิธีรีตองแบบโรงแรม 5 ดาว

ร้านดีวานา นวดและสปา (Divana Massage & Spa) ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็ต้องขยายพื้นที่จากบ้านหลังที่หนึ่งไปยังหลังที่สองหลังที่สาม พร้อมกับพัฒนาการทางด้าน “โปรแกรมสปาและทรีตเมนท์” ที่พวกเขาไม่เคยหยุดคิดค้น ทุกวันนี้ดีวานาได้ชื่อว่าเป็นร้านนวดและสปาที่มีโปรแกรมให้เลือกมากที่สุดในประเทศ (มีโปรแกรมหลากหลายกว่า 100 โปรแกรม) และนี่ก็คือเรื่องราวความเป็นมาของ “ดีวานา” ที่สุดของตราสินค้า “สปา” สัญชาติไทยแท้ เจ้าของรางวัลสปาดีเด่นแห่งเอเชียที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
การดำเนินธุรกิจของดีวานาดูจะสวนทางจากแบรนด์อื่นๆ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ “From Spa to Products” เพราะในขณะที่สินค้าส่วนมากเริ่มต้นจากตัวผลิตผลิตภัณฑ์ (Product) แล้วค่อยพัฒนาสู่การให้บริการ (Service) ดีวานากลับเลือกเดินในเส้นทางตรงกันข้าม คือ มุ่งมั่นให้บริการ “นวดและสปา” เป็นพื้นฐาน ก่อนจะแตกไลน์ขยายสู่การผลิตสินค้าในกลุ่มสกินแคร์ เช่น ครีมอาบน้ำ แชมพู แฮนด์ครีม และผลิตภัณฑ์สปาอื่นๆ จนนำไปสู่การเปิดหน้าร้านสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดีวานาโดยเฉพาะ (Stand Alone Shop)

นอกจากนั้นแล้ว พวกเขายังได้พัฒนารูปแบบการให้บริการโดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้อย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น การนำเอาศาสตร์ของการ “นวดแบบอายุรเวช” มาผสมผสานกับ “คุณสมบัติพิเศษของอัญมณี” ก่อนจะแตกไลน์สู่การผลิต “ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมี่ยม” ซึ่งปัจจุบันก็กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้รักสุขภาพชาวไทย
คุณกฤษณา เรืองศรี หนึ่งในทีมบริหาร มันสมองสำคัญของบริษัทฯ เล่าให้เราฟังว่า ดีวานาเลือกใช้ความ “ถนัด” ของตนเองเป็นตัวตั้งในการทำธุรกิจ เนื่องจากทีมงานทุกคนมีพื้นฐานและชอบงานบริการ จึงเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยธุรกิจสปาก่อน จากนั้นค่อยขยายต่อไปยังการผลิตสินค้า “หัวใจสำคัญคือเรื่องของความจริงใจ เราต้องทำและให้ในสิ่งที่ตนรู้จริงและเชี่ยวชาญที่สุด เพราะเราเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้มันจะบอกเองว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป”

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
นอกจากการให้บริการที่ได้รับยกย่องว่า “นวดดี – บริการเยี่ยม – มาตรฐานสูง – ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม –อบรมฝึกฝนพนักงานได้ยอดเยี่ยม” แล้ว ดีวานายังโดดเด่นในเรื่องการมุ่งมั่นพัฒนาและความไม่หยุดนิ่ง ทำให้ชื่อของ “ดีวานา” ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสปาอันดับ 1 ในดวงใจของหลายๆ คน ล่าสุด “ดีวานา” ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสถานที่แนะนำ (Recommended Place) ในกรุงเทพมหานคร สำหรับหมู่นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงและญี่ปุ่น (ซึ่งตรงนี้เองที่จะเป็นประตูพาแบรนด์ “ดีวานา” ให้ขยายอาณาจักรออกไปสู่ตลาดสากลได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต)

ที่สำคัญแบรนด์ “ดีวานา” ยังมีกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นระบบ โดยในแต่ละปีดีวานาจะมี 3 โปรแกรมสปาใหญ่ๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมไฮไลท์ใหม่ของแต่ละสาขา และหลังจากที่ได้ออกโปรแกรมสปา 3 โปรแกรมใหญ่นี้แล้ว ผู้บริหารก็จะกลับมาดูผลตอบรับจากลูกค้าว่า โปรแกรมใดที่ลูกค้าชอบและให้ความสนใจมากที่สุด ก่อนจะนำไปพัฒนาต่อเป็น “ผลิตภัณฑ์” เพื่อวางขายในร้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ “เราให้ความสำคัญและพิถีพิถันกับการพัฒนาโปรแกรมนวดและสปาต่างๆ เป็นอย่างมาก บางโปรแกรมเราใช้เวลาศึกษาหาข้อมูล ปรับปรุงและทดลองกันนานกว่า 6 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าปราศจากการแพ้และผลข้างเคียงจริงๆ หลังจากนั้นเราก็จะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน ก่อนจะทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์วางขายในร้านค่ะ” คุณกฤษณากล่าว

เคล็ดลับของ “ดีวานา”
- หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจสปาในทศวรรษหน้า คือ ความจริงใจ ทุกคนต้องทำในสิ่งที่ตนเองรู้และถนัดที่สุด
- กระแสหรือเทรนด์เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจสปาต้องตามให้ทัน ต้องคอยเปิดหูเปิดตารับเทรนด์จากนานาชาติอยู่เสมอ
- รายละเอียดปลีกย่อยของการให้บริการ คือ การสร้างจุดเด่น ความแตกต่างเหล่านี้คือสิ่งที่จะเอาชนะใจลูกค้าได้
- “รู้เขา รู้เรา” คือ หัวใจในการดำเนินธุรกิจ เช่น เราต้องรู้ว่าคนฮ่องกงชอบอะไร คนญี่ปุ่นชอบอะไร คนไทยชอบอะไรและไม่ชอบอะไร เป็นต้น
- การฝึกอบรมทีมงานเป็นเรื่องที่จะละเลยไม่ได้ ผู้บริหารกับพนักงานทุกฝ่ายควรต้องคุยกัน เช่น มีการ brief งาน และให้ feedback กันอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูลธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจ : กฤษณา เรืองศรี, ธเนศ จิระเศวตดิลก, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์
ปีที่เปิดให้บริการ : ปี 2544
จำนวนสาขา :
สปา 3 แห่ง ได้แก่ 1) Divana massage & Spa สุขุมวิท 25, 2) Divana divine Spa สุขุมวิท 55 ทองหล่อ 17, 3) Divana virtue spa และ Divana clinic เลขที่ 10 ถนนศรีเวียง
สถานที่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกหลายแห่ง อาทิ
1) Divana Shop ที่ คิงส์เพาเวอร์ ซอยรางน้ำและสนามบินสุวรรณภูมิ, สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม 2) Stand Alone Shop ที่ประเทศฮ่องกง, ญี่ปุ่น และที่ห้าง Barneys New York
งบประมาณเริ่มต้น : 10 ล้านบาท (เฉพาะค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่ของสาขาแรก - สุขุมวิท 25)
อัตราค่าบริการ : 1,500 บาท ขึ้นไป
ระยะเวลาคืนทุน : 1 ปี
จำนวนพนักงานเมื่อเริ่มต้น : 7 คน
จำนวนพนักงานในปัจจุบัน : 100 คน
โครงการในอนาคต : Divana Clinic ซึ่งเป็น Holistic clinic ภายใต้คอนเซปท์ Natural Anti Aging เน้นแนวธรรมชาติบำบัดเพื่อความเยาว์วัย จะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2554

กรณีศึกษาที่ 2 - ร้านเรือนนวด

ความเป็นมา
จากตำแหน่ง Account Director ของบริษัทโฆษณาเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน คุณกาญจนา โอภาสปกรณ์กิจ ตัดสินใจหันหลังให้กับแวดวงการแข่งขันและวิถีชีวิตแบบ Fast Moving เข้าสู่การสร้างธุรกิจของตนเองในสไตล์ “Slow Life” เธอเปิดธุรกิจ “เรือนนวด” ขึ้นในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของซอยคอนแวนต์ ตั้งใจให้เป็นร้านนวดเล็กๆ ที่เน้นความสงบเรียบง่าย มอบความรู้สึก “ช้าช้า” ให้กับกลุ่มลูกค้าย่าน Business District อย่างสีลมและสาธร

ในยุคนั้น (พ.ศ. 2543) ธุรกิจร้านนวดและสปาถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับอย่างชัดเจน คือ พวกที่ราคาแพงมากๆ ที่อยู่ตามโรงแรมห้าดาว กับพวกที่ราคาถูกจริงๆ เช่น การนวดที่วัดโพธิ์ คุณกาญจนามองว่ายังไม่มีใครจับตลาด “ลูกค้าระดับกลาง” ซึ่งมองหา “ร้านนวดคุณภาพดีในราคาพอเหมาะ” เธอจึงเลือกที่จะลงตลาดใหม่นี้ทันที

เมื่อได้แนวคิดและช่องทางการทำธุรกิจแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอีกข้อก็คือ เรื่องของ “สถานที่” คุณกาญจนาเองบอกว่าเธอโชคดีสุดๆ ที่ได้พบพื้นที่ทำเลทองในซอยคอนแวนต์ ย่านถนนสีลม ซึ่งเป็นกลุ่มเรือนไม้เก่าของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) โดยเธอได้เลือก “เรือนไม้หลังงามด้านในสุด” เป็นจุดเริ่มต้นของการทำร้าน “เรือนนวด” ร่วมกับพี่สาวของเธอ

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
สิ่งที่ทำให้เรือนนวดมีเอกลักษณ์แตกต่างจากร้านนวดอื่นๆ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงในปัจจุบันก็คือ “ตัวสถานที่” คุณกาญจนาเล่าว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นบ้านเก่าหลังนี้ หุ้นส่วนหลายคนไม่เห็นด้วย (บางคนถึงกับถอนตัวออกไป) เพราะสภาพของเรือนไม้และภายในดูทรุดโทรมมาก แต่เธอเองกลับรู้สึกประทับใจในความงดงามของสถาปัตยกรรมจากอดีต โดยเฉพาะในส่วนของระเบียงซึ่งดูมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร คุณกาญจนาจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ และได้ไหว้วานให้เพื่อนซึ่งเป็นมัณฑนากรช่วยเนรมิตบ้านไม้ทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“การปรับปรุงสถานที่ครั้งนั้นเรายึดหลักการอนุรักษ์เรือนไม้เก่าไว้ให้มากที่สุดค่ะ เฟอร์นิเจอร์ใดๆ ที่ซื้อมาตกแต่งเพิ่มก็จะต้องกลมกลืนกับรูปแบบของเรือนไม้หลังนี้ เราอยากให้แขกที่มาใช้บริการรู้สึกผ่อนคลายเสมือนว่ามาใช้บริการในบ้านของตนเอง”

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
เมื่อเราถามว่า คุณกาญจนามีข้อแนะนำอะไรบ้างสำหรับผู้ที่คิดจะเปิดธุรกิจร้านนวดในปัจจุบัน เธอตอบตรงๆ ว่ามันไม่ใช่ธุรกิจที่ง่ายอีกต่อไป เพราะร้านนวดได้ขยายตัวและกระจายไปครบทุกจุดแล้ว (หมายถึงทุกระดับ ทุกราคา และทุกรูปแบบ) ดังนั้น เมื่อตลาดมีตัวเลือกเยอะ โอกาสทางธุรกิจก็จะยากขึ้นเป็นทวีคูณ

“ถ้าคุณคิดจะเปิดร้านนวดสักแห่ง สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะต้องทำการบ้านให้ดีก็คือ การหาเอกลักษณ์ของร้าน (Uniqueness) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปแบบของสถานที่ การให้บริการ วิธีการนวด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ฯลฯ อะไรก็ได้ที่จะทำให้ร้านของคุณโดดเด่นขึ้นมาจากร้านอื่นๆ ได้”

เคล็ดลับของร้าน “เรือนนวด”
- ความจริงใจ คือ หัวใจสำคัญ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจใดก็แล้วแต่ ความจริงใจของเจ้าของธุรกิจถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงาน เช่น อัตราค่านวด จะต้องสมเหตุสมผลกับคุณภาพที่ได้รับ
- คุณภาพของการบริการและผลิตภัณฑ์สำคัญพอๆ กัน แม้ว่าร้านนวดจะมี “การนวด” เป็นพระเอก แต่เรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันที่ใช้นวด ก็มีส่วนช่วยเสริมไม่น้อย ดังนั้นธุรกิจร้านนวดจะต้องคัดเลือกและอบรมพนักงานให้ดีอย่างสม่ำเสมอ (ทั้งในด้านของเทคนิคฝีมือและความเอาใจใส่ต่อลูกค้า) และต้องพิถีพิถันในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึง “คุณภาพ” และเกิดความประทับใจสูงสุด
- บรรยากาศภายในร้านต้อง “ใช่” และเป็นหนึ่งเดียว จำเป็นอย่างยิ่งที่การตกแต่งสถานที่จะต้องสร้างความรู้สึก “ผ่อนคลาย” ให้กับลูกค้า รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง อุปกรณ์ เครื่องใช้ คุณภาพของเตียง ผ้าปู ฯลฯ ก็จะต้องสร้างความรู้สึกไปในทางเดียวกันด้วย
- ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ให้มาก เพราะมันคือ เคล็ดลับการสร้างความประทับใจ (และความเชื่อมั่น) ให้ลูกค้าทางอ้อม เช่น พนักงานของเรือนนวดสามารถจดจำชื่อลูกค้าและรูปแบบการนวดที่แต่ละคนชื่นชอบ พร้อมทั้งยังสามารถแนะนำพนักงานนวดที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ

ข้อมูลธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจ : คุณกาญจนา โอภาสปกรณ์กิจ
ขนาดพื้นที่ : ประมาณ 350 ตารางเมตร, มีเตียงสำหรับให้นวดบริการ 28 เตียง
ปีที่เปิดให้บริการ : ตุลาคม 2543
งบประมาณเริ่มต้น : 1.5 ล้านบาท
อัตราค่าบริการ : 350 บาท ขึ้นไป
ระยะเวลาคืนทุน : 1 ปี
จำนวนพนักงานเมื่อเริ่มต้น : ไม่ระบุ
จำนวนพนักงานในปัจจุบัน : 20-30 ท่าน
โครงการในอนาคต : ยังไม่มี

ข้อมูลการติดต่อ
อีเมล ruen_nuad@yahoo.com

อ่านเรื่องในหัวข้อเดียวกัน :
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 1) ร้านกาแฟและเบเกอรี่
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 2) ร้านหนังสือขนาดเล็ก
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 3) ร้านดอกไม้

REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 4) บูติกโฮเต็ล

« Back to Result

  • Published Date: 2011-05-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com