Creative Knowledge

« Back to Result | List

REALITY DREAM BUSINESS – รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 2)

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

แม้สังคมไทยโดยรวมจะยังไม่ใช่สังคมแห่งการอ่าน แต่กลุ่มนักอ่านของเราก็เป็นชนกลุ่มน้อยที่กล้าแข็งพอตัว “ความรักในหนังสือ” คือเหตุผลหลักที่ทำให้มีผู้กล้าหลายรายกระโดดลงสนาม “ธุรกิจร้านหนังสือ” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจมหาโหด ยากยิ่งที่จะสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้ (แต่เจ้าของร้านหนังสือทุกคนก็นั่งยันนอนยันว่าความมั่งคั่งทางปัญญาและจิตใจก็มีคุณค่าไม่แพ้เงินทอง)

ท่ามกลางการแข่งขันที่มีร้านหนังสือขนาดใหญ่ยึดหัวหาดอยู่แทบทุกมุมเมือง น่าแปลกที่ปัจจุบันเรายังพบ “ร้านหนังสือทางเลือก” (ที่พยายามสร้างที่ยืนเล็กๆ ให้กับตัวเอง) เปิดตัวขึ้นใหม่เรื่อยๆ นักค้าหนังสือเหล่านี้พยายามสร้างฝันของตน (ให้อยู่บนโลกของความจริง) ด้วยวิธีการต่างๆ กัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเชื่อว่าธุรกิจแห่งปัญญานี้จะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยแรงสนับสนุนจาก “นักอ่านที่มีฝันเดียวกัน” วันนี้ TCDCCONNECT จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 3 ร้านหนังสือขนาดเล็ก ที่มีแบบฉบับเฉพาะตัวจนกลายเป็นไอคอนของใครหลายๆ คนที่ฝันอยากจะมีร้านหนังสือเป็นของตัวเอง

กลุ่มธุรกิจที่ 2 : ร้านหนังสือขนาดเล็ก
กรณีศึกษาที่ 1 - ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Book)

ในกลุ่มคนอ่านหนังสือ ชื่อ “ร้านหนังสือเดินทาง” ไม่ใช่ชื่อที่แปลกหูเลย ร้านเล็กๆ ซึ่งอุทิศพื้นที่ให้กับหนังสือท่องเที่ยวและเดินทางแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นบนถนนพระอาทิตย์เมื่อราวสิบปีก่อน หลังจากได้ทำความรู้จักกับนักอ่านจนกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของถนนพระอาทิตย์ ในปีที่สี่ร้านก็ได้ย้ายไปยังโลเคชั่นใหม่บนถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ ซึ่งก็ยังคงมีลูกค้าประจำแวะเวียนไปไม่ขาดสายจวบจนปัจจุบัน

ความเป็นมา
ร้านหนังสือเดินทางเกิดขึ้นจากพลังกายพลังใจของสองหนุ่มสาวผู้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “การทำงานประจำใช่ทางเลือกเดียวในชีวิตจริงหรือ” เมื่อมีจังหวะดี (พบที่ว่างบนถนนพระอาทิตย์) พวกเขาจึงลงมือทันทีกับทางเลือกใหม่ ตอนนั้นทั้งคู่คิดแค่ว่า “ถ้ามันไม่ดีก็ไปทำอย่างอื่นต่อ” แต่จนถึงทุกวันนี้ร้านหนังสือเดินทางก็ยืนหยัดอยู่ได้บนแนวทางที่ชัดเจนและเสียงตอบรับอบอุ่นจากลูกค้า

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
ภายใต้ชื่อร้านที่บอกชัดถึงจุดยืน เจ้าของร้านทั้งสองเล่าว่าแรงบันดาลใจนั้นเกิดจาก “ความรักที่จะเดินทาง” ของตนเอง จึงได้วางแนวทางร้านไว้ชัดเจนตั้งแต่แรก ทั้งในการตกแต่งร้าน และการเลือกประเภทหนังสือ หนังสือที่ขายในร้านนี้จะเป็นหนังสือท่องเที่ยวและหนังสือที่เหมาะสำหรับอ่านระหว่างเดินทาง มีทั้งรสชาติเบาๆ อ่านสบาย ไปจนถึงรสเข้มข้นหนักหน่วงสำหรับนักอ่านคอแข็ง โดยเจ้าของร้านจัดหมวดหมู่ของหนังสือไว้ชัดเจน เลือกหาง่าย นอกจากนั้น การสร้างบรรยากาศภายในร้าน (ที่เจ้าของร้านคัดสรรสิ่งตกแต่งทุกอย่างด้วยตนเอง) ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นใกล้ชิด สื่อถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคน (Human Touch) ได้มากกว่าร้านหนังสือทั่วไป

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนของร้านหนังสือเดินทาง ทำให้ตัวร้านมีบรรยากาศแตกต่างจากร้านหนังสือทั่วไป ในทางการตลาดถือว่า “สร้างตำแหน่งที่ยืนในตลาด” ได้โดดเด่น สื่อสารกับกลุ่มนักอ่านที่ต้องการหนังสือเฉพาะทาง (ทำตลาดแบบ Niche Market) ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เข้าใจก็อาจผ่านเลยไป (หรือไม่กล้าเข้ามา) แต่สำหรับคนที่เข้าใจก็จะมาซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมพาลูกค้าใหม่ๆ มาให้เพิ่ม ทำให้ร้านนี้มีฐานลูกค้าประจำที่แข็งแรงคอยสนับสนุนอยู่

เคล็ดลับของ “ร้านหนังสือเดินทาง”
- ทำร้านหนังสือเล็กๆ ต้องวางตัวเองเป็นร้านหนังสือเฉพาะทางที่มีแนวคิดชัดเจน ไม่ควรไปแข่งกับร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่มีหนังสือหลายประเภทให้เลือก ร้านเล็กควรกำหนดประเภทให้ชัดไปทางเดียว โดยยึดจากสิ่งที่ตัวเองรัก (เพราะคุณต้องอยู่กับมันไปอีกนาน จงอย่าทำอะไรที่ฝืนตัวเอง) เช่น ถ้าคุณชอบทำอาหาร ก็เปิดร้านหนังสือ Cook book ไปเลย อาจต่อยอดเป็นสถานที่จัดเลี้ยงหรือร้านอาหารได้อีก หรือถ้าคุณชอบดนตรี ก็ทำร้านหนังสือดนตรี ซึ่งอาจจะมีการแสดงดนตรีสดในร้าน หรือเปิดคอร์สสอนดนตรีก็ได้ มันมีทางไปต่อได้อีกมาก ที่สำคัญคือคอนเซ็ปท์ของร้านต้องชัดเจน สิ่งนี้จะดึงลูกค้า “คอเดียวกัน” ให้เข้ามาเอง

- อธิบายความเป็นร้านให้แก่ทุกคนที่สงสัย การตอบคำถามเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องตลอดเวลา ห้ามเบื่อ เพราะร้านหนังสือทางเลือกที่ดูแปลกแตกต่างนั้น ย่อมมีคนสงสัยว่าขายอะไร ? ทำอะไร ? ทำไมขายแต่หนังสือแบบนี้ ? ถ้าเราอธิบายให้เขาเข้าใจและชอบในสิ่งที่เราทำได้ เขาก็จะกลายเป็นลูกค้าเราในระยะยาว

- หาทำเลที่เหมาะกับร้านหนังสือ เลือกทำเลที่การอ่านมีความสำคัญ เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แหล่งที่ผู้คนเดินเที่ยวพักผ่อนกัน แหล่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการค้า หรือแหล่งที่ความเป็นร้านหนังสือไปช่วยขับเน้นบรรยากาศในย่าน ยกตัวอย่างเช่น ย่านเก่าแก่ ย่านประวัติศาสตร์ ย่านศิลปะวัฒนธรรม (ร้านหนังสือเดินทางตั้งอยู่ในย่านเกาะรัตนโกสินทร์)

- หาสิ่งที่มาช่วยเสริมรายได้ โดยไม่หลุดไปจากบรรยากาศของร้านหนังสือ เช่น เครื่องดื่ม โปสการ์ด และของที่ระลึก เนื่องจากกำไรของหนังสือถูกกำหนดโดยระบบที่ประมาณ 20 % เท่านั้น (ต่างจากผู้ผลิตที่พิมพ์หนังสือเอง ขายเอง สามารถตั้งกำไรเองได้ ลดราคาได้)

- จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องหนังสือเป็นประจำ กิจกรรมจะช่วยสร้างความสนใจให้กับผู้อ่านและสื่อมวลชน แถมเป็นการดึงลูกค้าเข้าร้านอีกทางหนึ่งด้วย

ข้อมูลธุรกิจ
เจ้าของร้าน : อำนาจ รัตนมณี และปิโยรจน์ งามวิไลกร
ขนาดร้าน : 1 ห้องแถวชั้นเดียว
ปีที่เปิดให้บริการ : ปี 2544
งบประมาณเริ่มต้น : 300,000 บาท (เฉพาะค่าโครงสร้างร้านที่ทำเองเป็นส่วนใหญ่ จ้างช่างเฉพาะงานระบบ) ไม่รวมค่าเงินประกันสายส่งหนังสือ (บริษัทจัดจำหน่ายหนังสือ) รายละ 30,000 – 50,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : ครึ่งปี (ปัจจุบันคืนทุนแล้ว)
จำนวนพนักงาน : เจ้าของร้าน 2 คนดูแลเอง
โครงการในอนาคต : ยังไม่มี

ข้อมูลการติดต่อ
523 ถ. พระสุเมรุ
บวรนิเวศ พระนคร
กทม 10200
โทรศัพท์ 02 629 0694
อีเมล yo_num@hotmail.com

กรณีศึกษาที่ 2 - ร้านหนังสือสวนเงินมีมา
ตึกแถวสองห้องสีส้มกับสีเขียว ริมถนนเฟื่องนคร ตรงข้ามวัดราชบพิธ เป็นที่ตั้งของร้านหนังสือทางเลือกแนว “วรรณกรรมขับเคลื่อนทางสังคม”
ร้านนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นลูกหลานของร้านศักษิตสยาม ร้านหนังสือแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2510 (ก่อตั้งโดยอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์) ร้านศักษิตสยามเดิมเป็น “สภาสนทนา” ของหมู่ปัญญาชนหลากหลายอาชีพ ส่วน “ร้านสวนเงินมีมา” ก็สืบทอดเจตนารมณ์ที่จะนำเสนอแนวคิดใหม่ต่อสังคมผ่านหนังสือและกิจกรรมต่างๆ

ความเป็นมา
จากร้านหนังสือศักษิตสยามที่ย้ายมาจากสามย่าน สู่ถนนเฟื่องนคร คนทำหนังสือรุ่นต่อมาได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาขึ้นในปี 2544 และขายหนังสือของสำนักพิมพ์ภายในร้านศักษิตสยาม ซึ่งยังคงกิจกรรม “ศักษิตเสวนา” ที่สืบต่อกันมากว่า 40 ปี ประกอบกับโครงการต่างๆ ว่าด้วยประเด็นทางสังคมใหม่ๆ ซึ่งต้องการพื้นที่ในการดำเนินงานมากขึ้น จึงขยายที่ทางมายังตึกแถวใกล้ๆ ให้เป็นสำนักงานสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ ร้านขายอาหารและขายสินค้ากรีนจากผู้ผลิตในเครือข่ายสีเขียวที่สำนักพิมพ์รณรงค์อยู่ ร้านหนังสือสวนเงินมีมาจึงเป็นหน้าร้านรองรับหนังสือของสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา และของสำนักพิมพ์อื่นที่เป็นในในแนวทางเดียวกัน เป็นพื้นที่พบปะ สนทนาของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยมีพื้นที่เงียบๆ ให้พูดคุย อ่านหนังสือ หรือทำงานสบายๆ

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ประเภทของหนังสือที่นำเสนอประเด็นใหม่สู่สังคม อาทิ วรรณกรรมเพื่อการขับเคลื่อนทางสังคม การศึกษาทางเลือก ประวัติศาสตร์ จิตวิญญาณ เศรษฐศาสตร์แนวใหม่ สุขภาพ เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นหนังสือรสเข้มที่ถูกใจนักอ่านคอแข็ง นอกจากนั้น ทางร้านยังพ่วงกับร้านอาหารสุขภาพและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เป็นการช่วยเพิ่มรายได้อีกทาง

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
แนวคิดของร้านนี้ถือว่า “หายาก” ในตลาดร้านหนังสือ เป็นโอกาสของร้านที่จะพุ่งเป้าสู่นักอ่านตรงกลุ่ม และดึงความสนใจจากสื่อมวชนให้มาทำข่าวได้ ประกอบกับเมื่อเปิดร้านในบรรยากาศที่สดใส แต่ยังคงแนวคิดหลักจากร้านศักษิตสยามที่มีมาแต่เดิม ก็ทำให้ร้านได้ท้ังลูกค้ากลุ่มเดิม (ผู้ใหญ่วัยทำงาน) และลูกค้ากลุ่มใหม่ (นักเรียนนักศึกษา)

เคล็ดลับของร้านหนังสือ “สวนเงินมีมา”
- จัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ ทั้งในและนอกสถานที่ อาทิ การจัดเสวนาประเด็นใหม่ๆ ทางสังคม (เช่น เศรษฐกิจแนวใหม่ การรณรงค์เรื่องเกษตรอินทรีย์ การทำตลาดสีเขียว ฯลฯ) และการทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย เหล่านี้เป็นช่องทางที่สามารถดึงผู้คนเข้ามาที่ร้าน

- รับสมัครสมาชิกฟรี ฐานข้อมูลลูกค้าจะทำให้ทางร้านสามารถส่งข่าวสารกิจกรรม แนะนำหนังสือออกใหม่ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไปสู่สมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นส่วนช่วยรักษาลูกค้าเก่าและเรียกลูกค้าใหม่ไปด้วยพร้อมๆ กัน

- ผู้ดูแลร้านหนังสือต้องมีใจรัก เป็นนักอ่าน และติดตามหนังสือออกใหม่อยู่ตลอด ทั้งนี้เพื่อจะได้คัดเลือกหนังสือให้ตรงกับแนวร้าน สามารถสื่อสารกับสายส่งได้รู้เรื่อง (ร้านเล็กมีพื้นที่จำกัด ถ้าไม่คุยกับสายส่งให้ดี จะเกิดปัญหาว่าได้หนังสือที่ไม่ต้องการมาเบียดบังพื้นที่) ที่สำคัญจะทำให้มีข้อมูลสำหรับแนะนำลูกค้า เพราะร้านหนังสือเล็กๆ นั้นลูกค้ามักจะสอบถามข้อมูลกับคนดูแลมากกว่าร้านหนังสือทั่วไป

- ในกรณีที่ร้านมีสำนักพิมพ์ของตนเองด้วย ให้พยายามขายหนังสือของตนมากกว่าของสำนักพิมพ์อื่น เนื่องจากการขายหนังสือของที่อื่นๆ (ผ่านสายส่ง) กำไรจะถูกกำหนดอยู่ที่ 20% แต่ถ้าขายหนังสือของตัวเอง (ไม่ถูกหักเปอร์เซ็นต์จากสายส่ง) ร้านก็จะมีกำไรมากขึ้น อย่างไรก็ดี การวางหนังสือในร้านก็ต้องมีความหลากหลาย ต้องคุมไม่ให้หลุดจากคอนเซ็ปท์ของร้านด้วย

ข้อมูลทางธุรกิจ
เจ้าของ : บริษัท สวนเงินมีมา จำกัด โดยวรนุช ชูเรืองสุข บรรณาธิการสำนักพิมพ์ และผู้ดูแลร้านหนังสือ
ขนาดร้าน : ตึกแถว 2 ชั้น 2 ห้อง (ร้านหนังสือพื้นที่ 1 ห้อง ชั้นเดียว)
ปีที่เปิดให้บริการ : ปี 2552 (นับจากปีที่สร้างร้านหนังสือแห่งใหม่เท่านั้น)
งบประมาณเริ่มต้น : 3,000,000 บาท (ค่าปรับปรุงโครงสร้าง ตกแต่ง และการจัดการสำหรับตึกแถวทั้ง 2 ห้อง) ไม่รวมค่าเงินประกันสายส่งหนังสือ รายละ 30,000 – 50,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : 5 - 6 ปี
จำนวนพนักงาน : 2 คน (เฉพาะร้านหนังสือ)
โครงการในอนาคต : ยังไม่มี

ข้อมูลการติดต่อ
77,79 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์. 02-622-0955,
02-622-0966, 02-622-2495-6
โทรสาร. 02-622-3228
Email: info@suan-spirit.com
Website: www.suan-spirit.com

กรณีศึกษาที่ 3 - ร้านหนังสือก็องดิด (Candide Book)
บนถนนตะนาว เลี้ยวซ้ายจากสี่แยกคอกวัว เลยอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ไปสัก 100 เมตร คุณจะพบกับร้านหนังสือเล็กๆ นามว่า “ก็องดิด” แฝงตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของย่านเก่า ร้านนี้ไม่ใหญ่แต่อัดแน่นไปด้วยวรรณกรรมและความเรียงหลากหลาย แม้กระทั่งหนังสือหายากต่างๆ หากลองถามดู เจ้าของร้านอาจมีคำตอบชวนทึ่งให้กับคุณก็ได้

ความเป็นมา
แรกเริ่มเกิดมาจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน 3-4 คนที่ทำสำนักพิมพ์ 1 (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) ต่อมา ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง เพื่อนรุ่นพี่ (และบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด) ได้เข้ามาเทคโอเวอร์ และปรับบรรยากาศใหม่ด้วยการตกแต่งที่ดูเป็น Boutique แถมมีมุม Café ที่เสิร์ฟกันตั้งแต่กาแฟ นำ้ผลไม้ ไปจนถึงไวน์

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
ร้านก็องดิดเป็นร้านหนังสือทางเลือก เน้นหนังสือแนววรรณกรรมและความเรียงที่คัดสรรมาแล้วอย่างดี (ด้วยสายตาของเจ้าของร้านซึ่งเป็นนักอ่านตัวยงและผู้คร่ำหวอดในวงการวรรณกรรม) และเพื่อให้สอดคล้องกับ “ทำเล” ที่อยู่ใกล้ถนนราชดำเนิน หลังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ที่นี่จึงมีหนังสือเชิงวิเคราะห์สังคมและการเมืองเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งก็ขายดีไม่แพ้กัน นอกจากนั้นเจ้าของร้านยังได้สร้างบุคลิกของก็องดิดให้เป็น Boutique Bookstore มีการตกแต่งที่สวยงามและเพิ่มมุมคาเฟ่เข้าไป ทำให้มีภายในร้านมีบรรยากาศน่านั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
เพราะกำหนดแนวของหนังสือไว้ชัดเจน (แตกต่างจากร้านหนังสือตามห้างสรรพสินค้า) ร้านนี้จึงมีลูกค้าประจำซึ่งเป็นนักอ่านคอวรรณกรรมอยู่จำนวนหนึ่ง (ซึ่งจะซื้อหนังสือคราวละมากๆ) ประกอบกับคุณดวงฤทัย เจ้าของร้าน มีคอนเน็กชั่นที่ดี (จากการอยู่ในวงการหนังสือมานาน) จึงสามารถกระจายข่าวผ่านสื่อที่รู้จักกันได้รวดเร็ว ทำให้ลูกค้าที่แสวงหาร้านหนังสือแบบนี้อยู่แล้วมุ่งมาที่ร้านนี้โดยเฉพาะ ที่สำคัญลูกค้าซึ่งเป็นนักอ่านเหล่านี้ก็มีความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเฉพาะทางเช่นกัน เมื่อเห็นคนตั้งใจทำก็อยากสนับสนุนให้อยู่ไปได้นานๆ

เคล็ดลับของร้านหนังสือ “ก็องดิด”
- ประสบการณ์ยาวนานในวงการหนังสือเป็นต้นทุนที่สำคัญและหาซื้อไม่ได้ ประสบการณ์ในการผลิตหนังสือช่วยให้เจ้าของร้านรู้จักประเภทหนังสือหลากหลาย รู้จักสำนักพิมพ์ และติดต่อกับสายส่งได้ง่าย ช่วยย่นระยะเวลาการเรียนรู้และขั้นตอนการนำหนังสือเข้าร้านไปได้มากโข

- คัดสรรหนังสือที่เหมาะกับร้าน โดยทำความรู้จักประเภทของหนังสือและสำนักพิมพ์ให้ดี เพราะสำนักพิมพ์แต่ละแห่งตีพิมพ์หนังสือในแนวที่ต่างกัน ฉะนั้นเจ้าของร้านต้องรู้ว่าสำนักพิมพ์ไหนอยู่กับสายส่งใด จะได้เลือกติดต่อได้ถูกต้อง ยิ่งถ้ามีเงินทุนจำกัดก็ยิ่งต้องเลือกสายส่งให้ดี เพราะแต่ละสายส่งจะเรียกเงินประกันหนังสือรายละ 30,000 -50,000 บาท หากเราใช้สายส่งมากเจ้า เงินทุนก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปตามลำดับ

- จัดกิจกรรมต่างๆ โดยต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเคลื่อนไหว เชื่อมสัมพันธ์กับลูกค้า และกระตุ้นการซื้อขาย เช่น การจัดแสดงดนตรีแจ๊ซเป็นประจำ หรือจัดเสวนาเดือนละ 2 ครั้ง โดยเชิญนักเขียน นักแปล บรรณาธิการ หรือคนในวงการหนังสือมาร่วมพูดคุยกับนักอ่านโดยตรง

- อาศัยโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับกลุ่มผู้อ่าน ควรสร้างหน้าแฟนเพจขึ้นในเฟซบุ๊ค อัพเดทข่าวสารทางทวิตเตอร์ รวมถึงเขียนบล็อกรีวิวหนังสือบ่อยๆ ทั้งหมดนี้สามารถกระตุ้นยอดขายได้อีกทาง (แฟนๆ ไม่น้อยที่ติดตามอ่านบล็อกของดวงฤทัยตามมาซื้อหนังสือที่เธอรีวิวกันถึงร้าน)

ข้อมูลทางธุรกิจ
เจ้าของร้าน : ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
ขนาดร้าน : 1 ห้องแถว ชั้นเดียว
ปีที่เปิดให้บริการ : พฤษภาคม ปี 2552 (ก่อนที่ดวงฤทัยจะเข้ามาเทคโอเวอร์ และดูแลต่อในเดือนมิถุนายน 2553)
งบประมาณเริ่มต้น : 550,000 บาท (ประกอบด้วยค่าเซ้งร้านที่มีโครงสร้างร้านและหนังสือครบอยู่แล้ว 350,000 บาท ค่าตกแต่งและทำเคาน์เตอร์กาแฟ 200,000 บาท) ไม่รวมค่าเงินประกันสายส่งหนังสือ รายละ 30,000 – 50,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : 3 ปี
จำนวนพนักงาน : 1 คน (ไม่รวมเจ้าของร้านซึ่งมาดูแลเป็นประจำ)
โครงการในอนาคต : ทำสินค้าที่ระลึกของทางร้าน เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์

ข้อมูลการติดต่อ
207 ถนนตะนาว แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 02-622-2862
Email: duangruethai@candidebooks.com
Website: http://www.facebook.com/CandideBooks

อ่านเรื่องในหัวข้อเดียวกัน :
REALITY DREAM BUSINESS - รวมธุรกิจในฝันขนาดย่อม (ตอนที่ 1) ร้านกาแฟและเบเกอรี่


« Back to Result

  • Published Date: 2011-05-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี