Creative Knowledge

« Back to Result | List

EXCEPTIONALL : ตลาดสินค้าไม่เหมือนใครในกลุ่มประเทศ “Emerging Markets”

แปลและเรียบเรียง : รัตมา พงศ์พนรัตน์

บทความเดือนพฤศจิกายน 2553 ของ Trendwatching.com กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า EXCEPTIONALL ซึ่งเป็นการรวบรวมนวัตกรรมและสินค้านำร่องใหม่ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อกลุ่มผู้บริโภคภายใต้การค้าในรูปแบบธุรกิจกับบุคคล (Business to Customer – B2C) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจาก “กลุ่มตลาดเกิดใหม่” (Emerging Markets) ซึ่งกำลังมาแรงอย่างมากในยุคโลกาภิวัตน์

ปัจจุบันการแย่งชิงพื้นที่ทางการตลาดของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ อย่างเช่น ประเทศจีน บราซิล อินเดีย อเมริกาใต้ ฯลฯ กำลังเป็นที่จับตามองของนักการตลาดทั่วโลก หากจะตั้งคำถามว่า ทำไม “ความไม่เหมือนใคร” ต้องมากับตลาดที่เกิดใหม่ เราสามารถอธิบายได้จาก “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งมีความสำคัญอย่างที่สุด กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยถือเป็นชนกลุ่มหลักในประเทศที่สามารถผลักดันโลกธุรกิจ นวัตกรรมและการออกแบบสร้างสรรค์ให้เติบโต กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมประเทศจีน) จะเป็นแหล่งรวมของผู้ประกอบการที่มีอายุน้อย มีฐานะและการศึกษาดี รวมทั้งยังเป็นนักเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตัวยง (เดินทางบ่อย)

กลุ่มคนเหล่านี้นอกจากจะเป็นผู้ประกอบการแล้ว พวกเขายังเป็นผู้บริโภคที่ “ช่างเลือก” (คัดสรรแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต) และด้วยความพร้อมด้านการเงิน (มีกำลังซื้อสูง) จึงมีโอกาสที่ดีกว่าในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ สามารถค้นคว้าหาความรู้และสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสฝึกฝนการบริหารจัดการควบคู่ไปด้วย ซึ่งนี่เองคือเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับสินค้าแบรนด์เดิมที่ครองใจผู้บริโภคมานานแสนนาน ?
การเกิดขึ้นของตลาดใหม่ๆ จะไม่ได้ทำให้ตลาดสินค้ารุ่นเก่า (โดยเฉพาะจากตะวันตก) ถูกทำลายไป เพราะแบรนด์ที่ก่อตั้งมานานก็จะยังคงมีสเถียรภาพ ประเทศอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน นอรเวย์ แคนาดา ออสเตรเลีย หรือสิงค์โปร์ จะยังคงต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ได้ไม่หยุดนิ่ง อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะหันมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมากขึ้น และจะยังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปอีกนานเท่านาน

สถิติที่บ่มเพาะ “ความแรงไม่เหมือนใคร”
• การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนาคิดเป็น 70% ของโลกใน 5 ปีที่ผ่านมา (Carnegie 2553)
• ในปี 2543 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศที่กำลังพัฒนาคิดเป็น 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทุกประเทศ ภายในหนึ่งทศวรรษมันเพิ่มสูงเป็น 34% (ในปี 2553) และคาดว่าจะสูงขึ้นได้ถึง 39% ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2558)
• กลุ่มชนชั้นกลางประมาณ 2 พันล้านคนใช้จ่ายเงินประมาณ 6.9 แสนล้านดอลล่าร์ต่อปี โดยคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 20 แสนล้านดอลล่าร์ ซึ่งถือว่ามากกว่าการบริโภคของชาวอเมริกันถึง 2 เท่าภายในปี 2020 (McKinsey, กรกฎาคม 2553)
• กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาคาดว่าจะมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของการค้าขายทั้งหมดในปี 2593 (Carnegie 2553)
• ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะเติบโต 1.3 เท่า ของขนาดเศษรฐกิจก้าวหน้าในปี 2593 ประเทศจีนจะใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาถึงสองเท่าตัวในด้านอำนาจการซื้อ (Carnegie 2553)
• ปัจจุบันประเทศอินเดียมีครัวเรือนที่มั่งคั่งมากกว่าคนจน โดยวัดจากจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้สูง 46.7 ล้านครัวเรือน เทียบกับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย 41 ล้านครัวเรือน (โดยในจำนวนครัวเรือนทั้งหมดเป็นชนชั้นกลางร้อยละ 62)
• ภายใน 5 ปีข้างหน้า ผู้คนประมาณ 700 ล้านคน จะเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชีย (McKinsey, กันยายน 2553)

Trendwatching.com ได้ยกตัวอย่างผู้ประกอบการนวัตกรรมจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่น่าสนใจไว้ดังต่อไปนี้

แรงไม่เหมือนใครในประเทศจีน
หากจะพูดถึงนวัตกรรมที่ทำให้การค้าขายในตลาดโลกกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง คงไม่มีตัวอย่างไหนที่เห็นได้ชัดเท่ากับ จักรยาน Forever ของประเทศจีน แม้จักรยานนี้จะเริ่มผลิตกันมาตั้งแต่ปี 2483 แต่มันเพิ่งได้ฤกษ์ “เปิดตัวใหม่” อีกครั้งภายใต้หัวเรือหนุ่มวัย 23 ปี (นามว่า Chen Shan) หนุ่มคนนี้ทำให้จักรยาน Forever มีสีสันสดใสกระชากใจวัยกระเตาะเป็นอย่างมาก ปรากฏการณ์นี้ทำให้ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมสำหรับตลาด B2C เลยทีเดียว

อีกตัวอย่างที่ชัดเจนของตลาด B2C จีน เห็นจะอยู่บนโลกไซเบอร์ ทุกวันนี้หลายๆ เว็บได้ทำให้การค้าบนอินเทอร์เน็ตมีพลังเหนือขีดจำกัด แม้ร้านจะอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง คุณก็สามารถช้อปปิ้งของถูกใจมาครอบครองได้สบายๆ ยกตัวอย่าง “Group Buying” หรือ Taungou เว็บไซต์นี้มีสมาชิกหลายแสนคน โดยทุกคนต่างมีความชอบเหมือนกัน ซึ่งนี่เองส่งผลให้การสั่งซื้อสินค้า (ที่หลายคนชอบเหมือนกัน) มีราคาถูกลง (ตามสัดส่วนของจำนวนผู้ซื้อ) กลยุทธ์นี้ส่งผลดีกับฝ่ายผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบัน Taungou ถือว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรงาม โดยรายรับส่วนใหญ่มาจากค่าเช่าพื้นที่โฆษณา และ/หรือค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขาย

แรงไม่เหมือนใครในประเทศอินเดีย
สำหรับประเทศอินเดีย ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มบริษัท Tata Group ผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจถึง 7 ประเภท ตั้งแต่เหล็ก เคมี โทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรม จนถึงเครื่องใช้ในบ้าน เฉพาะปี 2552-2553 Tata Group มีรายได้สูงถึง 67.4 พันล้านดอลล่าร์ (โดยร้อยละ 57 มาจากธุรกิจนอกประเทศอินเดีย) ล่าสุด Tata Group ได้พัฒนารถยนต์ Tata รุ่น Nano และเคลมว่าเป็นรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุดในโลก (คันละประมาณ 2,200 ดอลล่าร์) นอกจากนั้น Tata ยังได้คิดค้น “Swach” เครื่องกรองน้ำแบบพกพา เพื่อมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชาวอินเดีย เครื่องกรองน้ำนี้ไม่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าหรือต่อกับท่อน้ำก็อกใดๆ มันทำให้คุณสามารถดื่มน้ำที่สะอาดได้ในทุกหนทุกแห่งที่คุณไป

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจจากอินเดีย คือ เว็บไซต์ลูกครึ่งอินเดีย-อังกฤษที่ชื่อ One Billion Minds เว็บนี้เขารวบรวมแนวคิดและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ได้จากการระดมสมอง (และร่วมมือกันแก้ไขปัญหา) ของนักศึกษาและนักวิจัย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หลายประเทศต้องการอย่างมากสำหรับการเยียวยาความขัดแย้งต่างๆ ทั้งทางสังคมและจิตใจ One Billion Minds เปิดตัวขึ้นเมื่อปี 2552 โดย Sanjukt K. เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ องค์กร บริษัท และสถาบันที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยท้าทายความสามารถของนักศึกษาและศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ผลตอบแทนนั้นมีตั้งแต่การให้เงินรางวัล สถานะการยอมรับนับถือทางวิชาชีพ หรือแม้กระทั่งตำแหน่งงานในบริษัทชั้นนำ

แรงไม่เหมือนใครในประเทศบราซิล
จากอินเดียเราข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังประเทศบราซิล ที่นี่มีนวัตกรรมแปลกใหม่อย่าง Aldeia Saint Sebastien ซึ่งเป็น “หมู่บ้าน” ที่บริษัท Plena Venture สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน สิ่งก่อสร้างภายในโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่สำคัญของชาวสีรุ้งทั่วโลก โดยจากการสำรวจพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ชอบครัวกว้างๆ ชอบพื้นที่สันทนาการ เช่น จากุชชี่ ที่ออกกำลังกาย และโฮมเธียเตอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ได้ถูกจัดไว้ให้อย่างครบครันในหมู่บ้านนี้
สำหรับสินค้าประเภทแฟชั่น ใครจะเชื่อว่า “ปัญหาทางการเมือง” จะกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของการเนรมิตเสื้อผ้าที่สวยงามได้ แต่ที่บราซิลห้องเสื้อ Stoned Cherrie ทำได้ (!) Stoned Cherrie เป็นห้องเสื้อแฟชั่นที่แสดงแนวคิดต่อต้านการปฏิวัติอย่างชัดเจน พวกเขาใช้ฮีโร่ในยุคของการแบ่งแยกเชื้อชาติในอัฟริกาใต้เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและทัศนคติของคนในชาติตัวเอง Stoned Cherry ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2553 โดยสามารถเข้าไปอยู่ในร้านค้าปลีกที่มีชื่อว่า Forschini ได้ถึง 48 สาขาทั่วประเทศ ภายในเวลาเพียง 9 ปีหลังการก่อตั้ง

แรงไม่เหมือนใครในประเทศตุรกี
แอพลิเคชั่นมือถือในปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหนุ่มสาวยุคดิจิตอล ล่าสุด Turkcell ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สัญชาติตุรกีได้เปิดตัวแอพลิเคชั่นใหม่ที่ชื่อ Gezenzi มันเป็นโปรแกรมสำหรับบอกตำแหน่งของผู้ใช้บนแผนที่ (ในจอโทรศัพท์) โดยผู้ใช้แต่ละคนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้านอาหาร สภาพอากาศ สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ โปรแกรมนี้ใช้ได้ทั้งในและนอกประเทศ นอกจากนั้นยังสามารถส่งเป็น sms หรือ mms และสามารถเกาะติดความเคลื่อนไหวของผู้ใช้คนอื่นได้ด้วย จะว่าไปโปรแกรมนี้มีความคล้ายกับ Foursquare ที่คนไทยรู้จักกันดี

แรงไม่เหมือนใครในประเทศเม็กซิโก
การขึ้นแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืนคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพราะนวัตกรรมการให้บริการของ Pink Taxi de Puebla เขาเตรียมความสบายใจไว้ให้กับสุภาพสตรีทุกคน Pink Taxi de Puebla เป็นรถสีชมพูบานเย็นจำนวน 35 คัน เปิดตัวขึ้นเมื่อปี 2553 ในเมือง Puebla ประเทศเม็กซิโก บริการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบความปลอดภัยให้กับสาวๆ ที่ต้องนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านคนเดียว ภายในรถจะมีเครื่องตกแต่งความงาม เครื่อง GPS และปุ่มฉุกเฉินเพื่อความอุ่นใจไว้คอยบริการ เหนือสิ่งอื่นใดคือ จะให้บริการเฉพาะกับลูกค้าผู้หญิงเท่านั้น แม้กระทั่งทีมคนขับก็เป็นผู้หญิงล้วน (!)

สรุป : “นวัตกรรม” โอกาสที่ต้องไขวคว้า
เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า แรงขับเคลื่อนของตลาดโลกาภิวัฒน์ได้ผลักดันคลื่นลูกใหม่ๆ ให้ขึ้นมาตีคู่กับคลื่นลูกก่อนแล้ว แชมป์เก่าทั้งหลายที่เคยครองบัลลังก์มายาวนานล้วนมีสิทธิ์หลุดจากตำแหน่งหากไม่รู้จักปรับตัวตาม “ผู้บริโภค” ที่แน่นอนที่สุดคือ ในอนาคตความต้องการของผู้บริโภคจะหลากหลายมากขึ้น สินค้าที่มีความแรงโดดเด่น (อย่างที่ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น) นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ถึงเวลาแล้วที่ทุกธุรกิจไม่ว่าเล็กกลางใหญ่ จะต้องรีบพัฒนาความหลากหลายให้ตัวสินค้าและบริการ ทั้งในด้านองค์ความรู้และการสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ ที่สำคัญจะต้องยึดแนวทางการพัฒนาที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะกลุ่ม (นับวันผู้บริโภคยิ่งจะมีความเป็นปัจเจกสูงขึ้น) พูดง่ายๆ ว่า หากคุณอยากจะสร้างนวัตกรรมใหม่ และอยากจะประสบความสำเร็จ คุณจะต้องแลกมันมาด้วย “ความไม่เหมือนใคร”

ที่มา: trendwatching.com

« Back to Result

  • Published Date: 2011-04-28
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี