Creative Knowledge

« Back to Result | List

ต่อยอดศิลปะมวยไทย สร้างวัฒนธรรม สร้างความมั่งคั่ง

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

นอกจากการร่ายรำและชุดประจำชาติของไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติแล้ว ศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ป่าวร้องถึง “อัตลักษณ์แห่งไทย” ได้เป็นอย่างดี ก็คงจะหนีไม่พ้น “มวยไทย” ศิลปะการป้องกันตัวที่ชายไทยทุกคนในอดีตต้องได้รับการฝึกฝนเมื่อยามออกศึกสงคราม มวยไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นศาสตร์แห่งการโจมตีทั้งแปด อันประกอบไปด้วยสองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า ในบางตำราอาจเรียกว่า “นวอาวุธ” (อาวุธทั้งเก้า) ซึ่งรวมไปถึงการใช้ศรีษะเพื่อการโจมตี หรือบางตำราก็เรียก “ทศอาวุธ” (อาวุธทั้งสิบ) ที่รวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย

จากศาสตร์การต่อสู้ท้องถิ่น สู่เกมส์กีฬาระดับสากล
กีฬามวยไทยได้รับความนิยมมากตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำที่วังสวนกุหลาบ) จวบจนถึงปัจจุบันกีฬามวยไทยพัฒนาเป็นการต่อสู้ที่มีกฎกติกาชัดเจน เช่น มีนายสนามผู้ขออนุญาตจัด มีผู้จัดชก (หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ “โปรโมเตอร์”) มีกรรมการให้คะแนนและกรรมการตัดสินชี้ขาดบนเวที และมีค่ายมวยต่างๆ ที่ทำหน้าที่ฝึกปรือนักมวยเพื่อส่งขึ้นชกบนสังเวียนต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน (ในปัจจุบันเวทีมวยที่มีชื่อเสียงระดับมาตรฐานและเป็นที่นิยมมาก ก็ได้แก่ เวทีมวยราชดำเนิน และเวทีมวยลุมพินี)

ด้วยอัตลักษณ์อันโดดเด่นของ “แม่ไม้มวยไทย” บวกกับการแข่งขันที่เริ่มกระจายไปสู่ต่างประเทศ ทุกวันนี้ค่ายมวยในบ้านเราจึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางในการส่งออกนักมวยป้อนสู่ตลาดโลก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าค่ายมวยที่แต่ก่อนจะมีแต่คนไทยมาฝึก สมัยนี้กลับมีชาวต่างชาติเดินเข้าออกให้เห็นเป็นว่าเล่น ซึ่งจุดนี้เองก็เปรียบเสมือนกับการส่งออก “วัฒนธรรมไทย” ไปสู่เวทีต่างประเทศในทางอ้อม

ช่องทางต่อยอดธุรกิจ “มวยไทย”
สำหรับในบ้านเรานั้น หนึ่งในค่ายมวยที่โด่งดังเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างชาติคงหนีไม่พ้นค่ายมวย “ป. ประมุข” จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีกำนันประมุข โรจนตัณฑ์ (โปรโมเตอร์สนามมวยลุมพินี) เป็นผู้บริหาร สิ่งที่น่าสนใจของค่ายมวย ป.ประมุข ก็คือ การเปิดช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติมจากความเป็นค่ายมวย เพราะอย่าลืมว่าค่ายมวยนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อผลิตนักชกบนเวทีเท่านั้น แต่มันยังสามารถเป็นศูนย์กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในศาสตร์ด้านนี้เข้ามาฝึกฝนด้วย อีกนัยหนึ่งก็คือการสืบสานศิลปะป้องกันตัวของไทยให้อยู่คู่กับคนไทยและสังคมไทยนั่นเอง

ทุกวันนี้สนนราคาของการเข้าค่ายฝึกมวยไทยนั้น “ไม่ถูก” อย่างที่ผมคิด เช่น ถ้าคุณต้องการฝึกมวยไทยเป็นระยะเวลา 1 เดือนพร้อมที่พักและอาหาร ราคาจะตกอยู่ที่ 28,000 บาทต่อคนสำหรับห้องพัดลม และ 33,600 บาทต่อคนสำหรับห้องแอร์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงใช้ได้ ซึ่งนี่เองทำให้ค่ายมวยหลายๆ แห่งในประเทศเปิด “แพคเกจการฝึกมวยไทย” ไว้บริการผู้ที่สนใจ เป็นการหารายได้เสริมเข้าจุนเจือค่ายมวยอีกทาง

อีกหนึ่งค่ายมวยที่ได้ปรับภาพลักษณ์ของศิลปะมวยไทยให้ “เป็นสากล” ขึ้นอีกหน่อย ก็เห็นจะเป็นค่าย “แฟร์เท็กซ์” ของตระกูลบุษราคัมวงษ์ (ตั้งอยู่ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี) โดยเจ้านี้เขาต่อยอดธุรกิจค่ายมวยไปเป็น “ค่ายสันทนาการ” ภายใต้ชื่อแฟร์เท็กซ์ สปอร์ตคลับ แอนด์ รีสอร์ท และไม่ได้มุ่งเน้นที่การสอนมวยไทยเป็นหลัก แต่ได้หยิบยกเอามวยไทยเข้ามาเป็นไฮไลท์ของการบริการ บรรยากาศภายในค่ายสันทนาการแห่งนี้จะไม่เหมือนกับค่ายมวยไทยที่เราคุ้นตา เพราะเขาตกแต่งสถานที่ให้เหมือนกับศูนย์ออกกำลังกายพร้อมนำเสนอกิจกรรมสันทนาการที่ครบครันในแบบโรงแรมห้าดาว อาทิเช่น สนามเทนนิส สนามสควอช สนามแบดมินตัน สนามบาสเก็ตบอล สระว่ายน้ำ ฯลฯ เป็นการสร้างความหลากหลายของศูนย์ฯ เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมายที่มีหลากหลายกลุ่มในเมืองพัทยาด้วย

ทั้งสองตัวอย่างข้างต้นแม้จะต่างเส้นทางและต่างเทคนิค แต่ก็ถือเป็นการต่อยอดศิลปะมวยไทยเข้าสู่แวดวงธุรกิจได้อย่างมีชั้นเชิง ทั้งสองค่ายยักษ์นี้นอกจากจะมีค่ายมวยผลิตนักชกชั้นดีที่เมืองไทยแล้ว ปัจจุบันยังได้เปิดสาขาไปยังต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นหัวหอกของ “มวยไทย” ในการสร้างรายได้นำเงินตราเข้าสู่ประเทศ

แต่ที่สำคัญที่สุดไปกว่านั้นคือการที่พวกเขาได้เป็นตัวแทนนำพาศิลปะการต่อสู้ “ที่ถูกต้อง” ของไทยไปสู่สากล เป็นหน้าที่อันทรงเกียรติในการสืบสานวัฒนธรรมล้ำค่าชนิดนี้ให้อยู่คู่กับประเทศของเราตลอดไป

เครดิตภาพ :
http://www.muaythaiporpramuk.com
http://www.fairtexpattaya.com/





« Back to Result

  • Published Date: 2010-12-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง