Articles

« Back to Result | List

ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ยืดอายุแบรนด์ได้ : เมื่อวอดก้ารุ่นเดอะก้าวลงจากหิ้งด้วยบรรจุภัณฑ์ร่วมสมัย

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

Chambord วอดก้าฝรั่งเศส เปิดตัวด้วยบรรจุภัณฑ์รุ่นแรกเมื่อราว 300 ปีก่อน และไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยมาตลอดหลายศตวรรษ แต่ตอนนี้เห็นทีจะถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง “ครั้งแรก” แล้ว

“Chambord Liqueur” คือ วอดก้าที่หมักจากแบล็คเบอรี่ ราสเบอรี่ เอ็กซ์โอคอนยัค แถมท้ายด้วยการเหยาะกลิ่นวนิลาลงไป สมัยที่เปิดตัวครั้งแรกนั้น Chambord ถือเป็นเหล้าหัวก้าวหน้าที่ฉีกกฏเกณฑ์ของกลุ่มเหล้าลิเคียวร์ที่มีอยู่เดิม ถึงกับมีผู้ให้นิยามว่า มันคือ “วิวัฒนาการใหม่” และ “การบุกเบิก” ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยทีเดียว

วอดก้าปรุงแต่งรสของ Chambord นับเป็นรายแรกของวงการที่ได้นำเอาราสเบอรี่มาใช้ในการหมักวอดก้า (ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Chambord มาจนถึงทุกวันนี้) และสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของวอดก้าคุณภาพที่สามารถดื่มเพียวได้ ทั้งยังเหมาะสำหรับการผสมเป็นเครื่องดื่มสูตรใหม่ๆ ด้วย

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์สร้างคุณค่าให้ Chambord ขึ้นแท่นกลายเป็นวอดก้าระดับตำนานของฝรั่งเศส แต่ในขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์เดิมกลับดูขรึมและขลังเสียจนคนดื่มไม่กล้าแตะต้อง (เพราะดูเป็นเหล้ารุ่นใหญ่เหลือเกิน) วันนี้ Chambord จึงจำเป็นต้อง “ก้าวลงจากหิ้ง” ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 300 ปี

เปลี่ยนเหล้าที่ดูหรูหรา “เข้าถึงยาก” ให้กลายเป็นวอดก้าชั้นดีที่ “เป็นกันเอง”
ความคิดที่ขับเคลื่อนอยู่ภายใต้การออกแบบครั้งนี้ คือ การสร้างภาพลักษณ์ที่สื่อสารตรงไปยังนักดื่มรุ่นใหม่ (สะท้อนภาพความเป็น Chambord ในแบบร่วมสมัย มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และบ่งบอกถึงการใช้งานที่หลากหลาย) ผลลัพธ์ที่ได้คือ ขวดรูปแบบใหม่นี้มีลุคที่เรียบง่าย สะอาดตาขึ้น จากฝาที่เคยเป็นมงกุฎสุดอลังการก็ได้เปลี่ยนใหม่ให้ใช้งานได้สะดวก ทำความสะอาดง่าย ฉลากที่งดงามในแบบโบราณก็ถูกแทนที่ด้วยลวดลายตาราง (ซึ่งยังคงความสวยงามแต่ลดทอนรายละเอียดลง) ชื่อแบรนด์ที่เคยเป็นแถบตัวอักษรนูนหนา ก็ถูกปรับให้อ่านง่าย มีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นทีมออกแบบยังเลือกใช้ขวดแก้วที่ใสขึ้นและน้ำหนักเบาลง เพื่อขับเน้นชื่อแบรนด์และสีธรรมชาติของตัวผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่น

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของแบรนด์ Chambord เพราะนอกจากจะสามารถรักษาเอกลักษณ์ “ความคลาสสิค” ของแบรนด์ไว้ได้แล้ว ยังสามารถผสานความเป็นวอดก้าคุณภาพเยี่ยมและความร่วมสมัยที่ถูกใจนักดื่มรุ่นใหม่ได้อีกด้วย

อ้างอิงเรื่องและภาพ
http://www.thedieline.com/blog/2010/9/8/before-after-chambord.html

« Back to Result

  • Published Date: 2011-01-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com