Articles

« Back to Result | List

เล็กใหญ่ไม่ใช่ประเด็น – แบรนด์ เกิดได้ด้วยผู้บริโภค

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

ทุกวันนี้ “การสร้างแบรนด์” ให้กับสินค้าหรือบริการ ดูเหมือนจะเป็นคำที่ผู้ประกอบการทั้งหลายยกขึ้นเป็นหัวใจหลักในการประกอบธุรกิจ คำว่า “แบรนด์” นี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าคุณจะอ่านหนังสือหัวข้อไหน หรือศึกษากลยุทธ์ใด คุณก็จะต้องเห็นคำว่า

“แบรนด์” เข้าไปมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อย มันถูกปรุงแต่งกันจนกระทั่งคำๆ นี้เกือบจะกลายเป็นคำอภินิหาร ที่สามารถเสกสรรค์ปั้นแต่งให้สินค้าหรือบริการหนึ่งๆ ดูเลิศหรูมีราคา ราวกับว่ามันเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่มีสตางค์เท่านั้น ส่วนชาวบ้านชาวช่องที่ผลิตสินค้าเล็กๆ น้อยๆ หรือเปิดร้านขายของกันในชุมชน ยิ่งวันก็ยิ่งเหมือนจะถูกถีบให้ห่างออกจากคำว่า “แบรนด์”ซึ่งผมว่านั่นเป็นทัศนคติที่ผิดถนัดเลยครับ

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีกฏข้อใดที่ระบุว่า “แบรนด์” นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับ “องค์กร” หรือ “ธุรกิจที่เงินถึง” เท่านั้น ในทางตรงกันข้ามผมกลับคิดว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่รายล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าผู้ประกอบการคนนั้นจะมีเงินลงทุน (ในการสร้างแบรนด์) หรือไม่ก็ตาม เพราะ “ผู้บริโภค” ต่างหากครับที่เป็นคนกำหนด “ภาพลักษณ์ของแบรนด์” ที่แท้จริง หลังจากที่เขาได้ “บริโภค” สินค้าหรือบริการหนึ่งๆ …ซึ่งสิ่งนี้มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ฟังเช่นนี้แล้วบางคนอาจจะยังงงๆ ผมจึงขอยกตัวอย่างง่ายๆ มาให้พิจารณากันครับ ที่หน้าปากซอยบ้านผม ช่วงเวลาประมาณ 11:00-15:00 น. จะมีแม่ค้าอายุมากโขกับลูกชายมาตั้งรถเข็นเก่าๆ ขายปลาสด กุ้งสด ที่รับมาจากสะพานปลา ชนิดของปลาก็มีให้เลือกพอประมาณ แต่มีปลาแปลกๆ เยอะ รถเข็นคันนี้ชื่อร้านก็ไม่มี เขียงก็ตั้งอยู่ที่พื้น (แต่สะอาด) ราคาก็ไม่ถือว่าถูกมากนัก แต่ไฉนจึงมีลูกค้าเดินหมุนเวียนเข้ามาซื้อปลากันได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงผมเองเคยเห็นลูกค้าขับรถหรูมานั่งเลือกปลากับป้าแกก็ออกจะบ่อย ถามไปถามมาถึงได้รู้ว่า ปลาที่นี่สดใหม่เสมอ ซื้อไปไม่เคยผิดหวัง ส่วนราคาก็รับได้ เพราะคุ้มค่ากับที่จ่ายไป แม้รถเข็นจะดูเก่าหน่อย แต่พอลูกค้าเห็นขั้นตอนการล้างและการทำความสะอาดปลา มันก็สะอาดดีในระดับที่เขารับได้

ผมมั่นใจเลยครับว่า แม่ค้ารายนี้ไม่ได้มีความคิด (หรือกระทั่งความรู้) ในการสร้างแบรนด์ด้วยซ้ำ แต่ชนิดของปลาที่ป้าแกเลือกมาขาย ความสด ความสะอาด รวมทั้งอัธยาศัยไมตรี และการพูดจากับลูกค้า ทุกอย่างมันทำหน้าที่ “สร้างภาพลักษณ์ด้านบวก” ให้กับธุรกิจเล็กๆ นี้เองตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องชื่อแบรนด์น่ะเหรอ ป้าแกไม่ต้องไปจ้างใครคิดชื่อให้หรอกครับ เพราะลูกค้าทั้งหลายเขาสมัครใจเรียกร้านของแกว่า “ร้านอาเจ๊ขายปลา” ค

ทุกวันนี้ นอกจากจะมีลูกค้ารายเก่าที่ยังคงหมุนเวียนจับจ่ายซื้อปลากับแกอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังมีลูกค้ารายใหม่ที่มาแวะซื้อตามคำแนะนำของเพื่อนๆ นี่แหละครับคือ “ภาพลักษณ์ของแบรนด์” ที่ลูกค้าได้สร้างให้กับแม่ค้าร้านนี้ โดยที่ตัวแม่ค้าเองไม่เคยมีความคิดเรื่องแบรนด์มาก่อนด้วยซ้ำไป สำหรับผมแล้ว ร้านๆ นี้มี “หัวใจพื้นฐาน” ของการสร้างแบรนด์ที่ดีแบบครบถ้วน (ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกๆ ท่านก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน) หัวใจพื้นฐานที่ว่ามีอะไรบ้าง ผมขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ดังนี้

1. ตัวสินค้าหรือบริการ จุดนี้หมายถึงรูปแบบของสินค้าหรืองานบริการที่คุณนำเสนอให้กับผู้บริโภค มันอาจไม่จำเป็นต้องแตกต่างอย่างสุดขั้ว แต่อย่างน้อยคุณก็ควรที่จะนำเสนอ “คุณภาพ” ของสินค้าไปพร้อมๆ กับการบริการที่เหมาะสม

2. สถานที่ขายสินค้าหรืองานบริการ ไม่ว่าคุณจะตั้งแผงที่ปากซอย ริมถนน หรือขึ้นห้างฯ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการดูแลพื้นที่ขายของคุณให้สะดวกต่อการจับจ่ายใช้สอย การแบ่งสินค้าของคุณออกเป็นหมวดหมู่ (ในกรณีที่มีสินค้าหลากหลาย) จะช่วยทำให้ร้านค้าของคุณมีความเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้านึกภาพไม่ออก ผมแนะนำให้ลองไปเดินดูที่ห้างสรรพสินค้า แล้วลองสังเกตถึงภาพรวมขนาดใหญ่ เช่น การแบ่งแผนกสินค้าตามชั้นต่างๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปตามพื้นที่ขายของแต่ละแบรนด์ เพียงแค่นี้คุณก็จะเห็นเทคนิคและกลยุทธ์การแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าได้ครับ

3. การสื่อสาร เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสนทนากับลูกค้า แม่ค้าคนไหนพูดจาไพเราะ ลูกค้าก็รู้สึกดี พนักงานท่านไหนให้คำแนะนำในการเลือกสินค้าที่ดี เขาก็จะสามารถมัดใจลูกค้าได้

สามหัวข้อง่ายๆ นี้แหละครับที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างแบรนด์ในทุกระดับ ส่วนจะทำแบรนด์ให้ใหญ่โตระดับชาติ หรือขอแค่แบรนด์เล็กระดับหมู่บ้าน มันก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณผู้เป็นเจ้าของกิจการ ดูตัวอย่างแม่ค้าขายปลาแถวบ้านผม ผมก็เห็นแกก็มีความสุขดีกับกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ ที่แกมีอยู่ หรือร้านขายของในชุมชนหลายๆ ร้าน เขาก็มีความสุขกับการขายสินค้าให้กับเพื่อนบ้าน ฯลฯ แบบนี้เรียกว่าเขาเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในสไตล์พอเพียงครับ

สรุปว่าเรื่อง “แบรนด์” นี้ มันไม่มีกฏตายตัวว่า “ต้องใหญ่” เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องเอาใจใส่ในตัวสินค้าและบริการ ในพื้นที่การขาย และในการสื่อสาร องค์ประกอบแค่นี้แหละที่จะมัดใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณให้อยู่หมัดได้

อย่าลืมครับ แม้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะสร้างแบรนด์ แต่ลองคุณได้เริ่มทำธุรกิจที่มีผู้บริโภคแล้ว ยังไงเสียผู้บริโภคเขาก็จะสร้าง “ภาพลักษณ์ของแบรนด์” ให้กับคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อรู้เช่นนี้แล้ว คุณก็น่าจะหันมาใส่ใจกับการสร้างพื้นฐานสามข้อให้มั่นคงไว้ก่อน …ดีกว่าจะปล่อยให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณแบบผิด


« Back to Result

  • Published Date: 2011-01-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com