Articles

« Back to Result | List

สร้างธุรกิจร้อยล้านด้วยสัญชาตญาณบอก : ริชาร์ด แบรนสัน VS ภัทรา สหวัฒน์

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส

เคล็ด(ไม่)ลับที่นักธุรกิจหลายต่อหลายคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “หากอยากทำธุรกิจให้เข้าท่า ต้องรู้จักผสมผสาน 2 สิ่งที่เรียกว่า “By Heart” และ “By Book” (อย่าเชื่อตำรามากไป อย่าเถรตรงเป็นไม้บรรทัด และหัดใส่ “หัวใจ” ลงไปในการทำธุรกิจด้วย)

หนึ่งในตัวอย่างนักธุรกิจติดอันดับมหาเศรษฐีของโลกที่ออกมายืดอกยอมรับว่า “ดำเนินธุรกิจด้วยสัญชาตญาณ” ก็คือ ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) เจ้าของตราสินค้า “Virgin” กลุ่มเครือข่ายธุรกิจที่เต็มไปด้วยความแตกต่างและครอบคลุมกิจการหลายประเภท เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจดนตรี สายการบิน การเงิน โทรศัพท์มือถือ กระทั่งล่าสุดเพิ่งเปิดตัวธุรกิจท่องอวกาศภายใต้ชื่อ Virgin Galactic Virgin คือ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์กบฏ (Radical Brand) ที่กล้าฉีกตำรามาร์เกตติ้งทุกเล่มที่เคยมีมาในโลก ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของแบรนด์นี้คือ “ทำธุรกิจ…ต้องสนุก” โดย ริชาร์ด แบรนสัน เจ้าของแบรนด์ มีเงื่อนไขง่ายๆ ในการเลือกทำธุรกิจเพียง 2 ข้อ อันได้แก่
1. เป็นธุรกิจที่ผู้บริโภคกำลังถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็นจากผู้ประกอบการเดิม
2. เมื่อยักษ์หลับ หรือการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจประเภทนั้นไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินตราของผู้บริโภค

เมื่อค้นพบตลาดที่มีลักษณะดังกล่าว นายริชาร์ด แบรนสัน จะเข้าไปบุกตลาดนั้นๆ ด้วยเป้าหมายเดียวซึ่งก็คือ “ต้องการเป็นผู้นำในตลาด” (หรือ Consumer Champion) Virgin จะแหกกฎเกณฑ์ทางธุรกิจทั้งหมดที่เคยมีมาในตลาดสินค้านั้นๆ แล้วสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นขึ้นมาด้วยข้อเสนอที่บ้าบิ่นที่สุดในโลก

ยกตัวอย่างเช่น การก่อตั้งสายการบิน Virgin Atlantic ที่ประกาศกร้าวไว้แต่แรกเลยว่า จะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของสายการบินระดับชาติอย่าง British Airways พวกเขาเริ่มจากตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “เพราะอะไรเวลานั่งเครื่องบิน (โดยเฉพาะในชั้นประหยัด) ผู้โดยสารถึงเกิดความเบื่อหน่าย? ทำไมตลอดระยะเวลา 8 – 10 ชั่วโมงในเที่ยวบินข้ามทวีป จึงมีหนังฉายให้ผู้โดยสารดูเพียง 1 – 2 เรื่อง? และทำไมอาหารที่ให้บริการบนเครื่องจึงมีรสชาติที่ไม่ได้เรื่อง?”

คำถามเหล่านี้คือที่มาของ Virgin Atlantic สายการบินแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เสนอขาย “ความเพลิดเพลินในการเดินทาง” ให้แก่ผู้โดยสาร ในไฟลท์ของ Virgin Atlantic ผู้โดยสารสามารถเลือกชมภาพยนตร์ เล่นเกมส์ ฟังเพลง จากช่องสถานีที่มีถึง 45 ช่อง (ผ่านจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง) เมนูอาหารในชั้นธุรกิจนั้นมีให้เลือกมากถึง 4 เมนู แต่ที่สุดโต่งสุดๆ ก็คือ การมีหมอนวดประจำเครื่องไว้คอยบริการคนขี้เมื่อย หลายท่านอาจคิดว่า “ก็ไม่เห็นจะแปลก” แต่อย่าลืมนะว่า ข้อเสนอทั้งหมดที่ว่ามานี้ Virgin Atlantic คือ สายการบินแรกที่ทำจริง และเขาทำตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้วก่อนใครทั้งหมด

โครงการล่าสุดของ Virgin ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ ก็คือ โครงการทัวร์อวกาศ Virgin Galactic ที่สัญญาจะพานักท่องเที่ยว (มหาเศรษฐี) ครั้งละ 6 คน ขึ้นไปท่องอวกาศภายในระยะเวลา 2.5 ชั่วโมง จุดขายเพียงหนึ่งเดียวอยู่ที่การได้ยลโฉม “โลกใบกลมสีฟ้า” ด้วยตาตัวเอง (เฉกเช่นเดียวกับที่บรรดานักบินอวกาศได้เห็น) Virgin Galactic นับเป็นโครงการทัวร์อวกาศเชิงพาณิชย์ที่สมบูรณ์แบบโครงการแรกของโลก

การสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ที่แสนจะแหวกแนวของริชาร์ด แบรนสัน เกิดจากลักษณะนิสัยที่เป็นคนคิดเร็วทำเร็ว และเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง แบรนสันบอกว่าเรื่องของสัญชาตญาณนี้ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ การกล้าเสี่ยงและกล้าตัดสินใจบ่อยๆ นั้นช่วยให้สัญชาตญาณของเขาเฉียบคมและแม่นยำขึ้น

สำหรับธุรกิจสัญชาติไทยที่จุดประกายมาจากความสนุกและใช้สัญชาตญาณนำทางเช่นเดียวกันกับ Virgin (นอกจากกลุ่มธุรกิจของคุณตัน ณ โออิชิ) ก็คือ ธุรกิจพัฒนาที่ดินกึ่งบันเทิง ภายใต้หัวหอกอย่าง คุณภัทรา สหวัฒน์ (ทายาทกลุ่มวนชัยกรุ๊ป ผู้ประกอบการค้าไม้แปรรูปรายใหญ่)

แนวทางการพัฒนาที่ดินของคุณภัทราใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ผลงานแรกของเธอคือ โครงการ “เพลินวาน” ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และโครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ก็คือ “Mansion 7” บูติค ทริลเลอร์มอลล์ ริมถนนรัชดาภิเษก

ธุรกิจของวนชัยกรุ๊ปนั้นเริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์และความเป็นนักพัฒนาของคุณสมพร สหวัฒน์ (ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน) เขาคือ คนที่มองเห็น “อะไรบางอย่างที่คนอื่นมองข้าม” จึงคิดค้นพัฒนาแผ่นพาทิเคิลบอร์ด (Particle Board) ขึ้นเพื่อทดแทนการใช้ไม้จากธรรมชาติ คุณสมพรศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยนำเศษไม้ยางพาราที่คนทั่วไปเคยคิดว่าไร้ราคาและไร้ประโยชน์ มาแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่น Particle Board จนประสบผลสำเร็จเป็นรายแรกของโลก นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้บุกเบิกการผลิตแผ่น MDF (แผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง) จากไม้ยางพารา จนทำให้กลุ่มวนชัยขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดในฐานะผู้ผลิตแผ่น Particle Board รายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ปัจจุบันธุรกิจของวนชัยกรุ๊ปมีมูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาท

การพัฒนาธุรกิจของคุณสมพร สหวัฒน์ คือ ตัวอย่างหนึ่งของ “แกะดำทำธุรกิจ” ด้วยว่า มีความก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่ง และเต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ตลอดเวลา นอกจากนั้น ธุรกิจของเขายังมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพ ใช้ความรู้สึก (หรือ Gut Feeling) เป็นเข็มทิศนำทาง รวมทั้งบริหารธุรกิจด้วย “สามัญสำนึก” (Common Senses) มากกว่า “กฏกติกา” ต่างๆ

คุณลักษณะข้างต้นของคุณสมพรได้ถูกถ่ายทอดให้กับคุณภัทรา สหวัฒน์ ผู้เป็นทายาท และแกะดำตัวที่สองของกลุ่มวนชัยจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นเองคือ ที่มาของการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “หมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิต” (Live Museum) ที่พวกเรารู้จักกันในชื่อว่า “เพลินวาน” นั่นเอง

“เพลินวาน” (มาจากคำว่า “Play and Learn ในวันวาน”) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ริมถนนสายหลักของอำเภอหัวหิน ประกอบด้วยร้านค้า 46 ร้าน ห้องพัก 20 ห้อง พร้อมลานฉายหนังกลางแปลง บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต มีตั้งแต่ร้านตัดผม ร้านขนม ร้านหนังสือ โรงรับจำนำ ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ

คุณภัทราเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่เธอชื่นชอบวิถีความเป็นอยู่แบบพื้นบ้าน (เติบโตมากับตลาดน้ำ งานวัด ฯลฯ) บวกกับที่ได้มีโอกาสไปเห็นพิพิธภัณฑ์ราเม็ง (Ramen Museum) ในประเทศญี่ปุ่น เธอจึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาที่ดินแปลงหนึ่งของคุณพ่อให้เป็น Live Museum และอยากจำลองรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่คงวิถีชีวิตแบบไทยๆ ไว้ในเมืองไทยบ้าง

เธอสอบถามความเห็นจากผู้มากประสบการณ์หลายท่าน ทุกคนต่างก็ให้ความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่เหมาะกับการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เพราะมีลักษณะรูปร่างเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองที่บอกว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ” โครงการดีๆ อย่างเพลินวานก็ถือกำเนิดขึ้นจนได้ ภายใต้แนวคิด “คิดแบบเด็ก ทำแบบวัยรุ่น และพูดแบบผู้ใหญ่” ภัทราดึงเอาความเป็น “เด็ก” ที่มีอยู่ในตัวของทีมงานทุกคนมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจนี้ ซึ่งก็ทำให้เพลินวานประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีเต็ม จากนั้นไม่นาน โครงการพัฒนาที่ดินเชิงสร้างสรรค์แห่งที่ 2 ก็คลอดตามออกมา ภายใต้ชื่อเก๋ๆ ว่า “Mansion 7” (เปิดตัวไปเมื่อวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม 2553)

สำหรับโครงการ Mansion 7 นี้ ภัทราได้รับมอบหมายจากครอบครัวให้เข้ามาช่วยพัฒนาที่ดินขนาด 7 ไร่ หน้ากว้าง 100 เมตร บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 14 ซึ่งแต่เดิมเคยทำเป็นตลาดนัดระดับล่างและแวดล้อมไปด้วยสถานบันเทิงแนวโลกีย์ แต่ในความรู้สึกของเธอขณะนั้น เธอมีความเชื่อลึกๆ ว่า “ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ชีวิตของถนนสายนี้กำลังจะเปลี่ยนไป”

“ทางผู้ใหญ่เห็นว่า เราเคยทำเพลินวานมาก่อน ก็เลยโยนโปรเจ็คท์ใหม่ที่รัชดามาให้ บอกว่า อยากให้ลองไปพัฒนาดู ก้อยก็เลยเอาไอเดียเรื่องบ้านผีสิงไปเสนอ เพราะเป็นสิ่งที่คิดไว้นานแล้วว่าถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำ”

เมื่อได้เข้าไปเยี่ยมชมภายใน Mansion 7 เราพบว่า ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือ ตัวอาคารด้านหลังที่คุณภัทราตั้งชื่อว่า “Dark Mansion” มันคือ บ้านผีสิงรูปทรงยุโรปขนาด 3 ชั้น ซึ่งใช้เงินลงทุนไปกว่า 170 ล้านบาท แมนชั่นนี้เปิดบริการให้เข้าทดสอบความกล้ากันตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน (รอบละประมาณ 7 – 10 นาที) โดยมีค่าผ่านประตูคนละ 180 บาท (คาดว่าจะคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 1.5 – 2 ปี)

“Mansion 7 จะเป็นทางเลือกใหม่อีกทางของคนกรุงเทพฯ เป็นธุรกิจบันเทิงที่ทุกอย่างผิดแผกไปจากสแตนดาร์ดเดิมๆ ทั้งหมด คือ แทนที่คุณจะเสียเงินไปดูหนังหลังเลิกงาน ที่ Mansion 7 คุณจะเสียเงินเพื่อเข้าไปอยู่ในหนังที่เราสร้างขึ้นแทน ก็ทำอะไรให้มันพิศดารไปเรื่อยๆ”

ภัทรายืนยันว่าทุกๆ มุมในบ้านผีสิงนี้ไม่มีผี (จริงๆ) ด้วยเธอเชื่อว่า ทุกคนต่างมีผีที่น่ากลัวที่สุดติดตัวมาด้วยอยู่แล้ว นั่นก็คือ “จินตนาการด้านมืดของตัวเอง” ซึ่งนั่นแหละที่เธอคิดว่าน่ากลัวกว่า “ผี” ใดๆ ทั้งหมด

“ทุกครั้งที่เราทำธุรกิจอะไรสักอย่าง เราต้องทิ้งเรื่องของ Signature ไว้ และต้องสร้าง Good Will ไว้ให้กับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาด้วย จริงๆ แล้วสไตล์การทำธุรกิจของก้อยก็ไม่มีอะไรมาก ง่ายๆ สบายๆ อาจเป็นเพราะเราเป็นคนที่อารมณ์มาก่อนและอยู่เหนือเหตุผลเสมอ ลักษณะการทำงานจะเป็นการใช้ Gut Feeling มากกว่า”

จับตามองนักธุรกิจน้องใหม่ที่เต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์คนนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะก่อนจะจากกันในวันนั้น เธอแอบกระซิบเบาๆ ว่า อีกไม่นานข้างหน้าจะหาเรื่อง “สนุกๆ” ไปพัฒนาที่ดินแปลงอื่นๆ ต่อ …รับรองว่าไม่นานเกินรอ

อ่านต่อ เรื่องเด่น Business & Gut Feeling : ธุรกิจระบบ “สัมผัส”
ตอนที่ 1 : เทคนิคการใช้ “สัญชาตญาณ” กับธุรกิจของคุณ : ผิดหรือถูกตัดสินอย่างไร (คลิก)
ตอนที่ 3 : สัมผัสที่ 6 ของตัน ภาสกรนที สัญชาตญาณธุรกิจที่ไม่เคยตัน (คลิก)
ตอนที่ 4 : From Common Sense to Business : ปิดตำราแล้วเปิดใจ สร้างธุรกิจสไตล์ “สัญชาตญาณบอก” (คลิก)


« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com