Creative Knowledge

« Back to Result | List

“หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง” เทคนิคการสร้างตลาดใหม่จากความเข้าใจในผู้บริโภค

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เชื่อว่า ทุกท่านคงเคยมีอาการ “นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี?” หรือพอนึกออกแต่เมื่อถูกถามว่า “จะรับน้ำอะไรดี?” ก็เริ่มนึกไม่ออกอีกครั้ง ท้ายที่สุดแล้วคำตอบก็มักจะหนีไม่พ้น “กะเพราไก่ไข่ดาว” กับ “น้ำอะไรก็ได้” ซึ่งเมนูทั้งสองได้ขึ้นทำเนียบว่าเป็น “เมนูขี้เกียจคิดไปแล้ว

ทำเป็นเล่น (เห็นเงินล้าน) ที่สิงคโปร์เขาใช้วิธี “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ครับ เพราะเมื่อการคิดว่าจะดื่มน้ำอะไรดีมันยากเย็นนัก เขาก็เลยทำ “น้ำอะไรก็ได้” ออกมาขายซะเลย

“น้ำอะไรก็ได้” ที่ว่านี้มี 2 แบรนด์ 2 แบบด้วยกัน หนึ่งคือ น้ำ Whatever ซึ่งเป็นน้ำหวานบรรจุกระป๋อง ข้างกระป๋องเขียนชื่อยี่ห้อ Whatever มีลักษณะและรายละเอียดเหมือนกันทุกประการ ผู้ดื่มต้องลุ้นเอาเองว่า “เปิดมาจะเจอน้ำอะไร” และสองคือ น้ำ Anything เป็นน้ำอัดลมแบบโค้ก เป๊บซี่ สไปรท์ นี่แหละครับ แต่บรรจุกระป๋องภายใต้แบรนด์ Anything ข้างกระป๋องเหมือนกันทุกประการเช่นกัน(ขนาดบาร์โค้ดยังเหมือน) ผู้บริโภคก็ลุ้นเอาเองอีกว่าจะได้ดื่มน้ำรสไหน

ก็ไม่แน่ใจว่าวัตถุประสงค์เดิมของผู้ผลิตเขาต้องการแก้ไขปัญหาเวลาลูกค้าคิดไม่ออก (ว่าจะสั่งน้ำอะไรมาดื่ม) หรือเป็นเพราะต้องการเพิ่มความสนุกสนานให้กับชีวิตของผู้บริโภค (เพราะคนสิงคโปร์เครียดมาก) หรืออยากจะแฝงปรัชญาชีวิตแบบ Forrest Gump ที่ว่า “ชีวิตก็เหมือนกับช็อคโกแลตกล่องหนึ่ง คุณไม่รู้หรอกว่าจะหยิบได้รสอะไร” แต่ไม่ว่าน้ำกระป๋องที่คุณเลือกจะออกมาเป็นรสอะไร ถ้ามื้อกลางวันวันนี้มี “ข้าวกล่องอะไรก็ได้” ขายคู่กับ “น้ำอะไรก็ได้” ผมว่าก็น่าจะสนุกทั้งคนซื้อและคนขายนะครับ

ส่วนงานดีไซน์อีกชิ้นที่นำมาฝากกันก็คือ “กระดาษทิชชู่หลากหลายลวดลาย” ซึ่งมีทั้งเรื่องสั้น เกมส์ลับสมอง ซูโดกุ ดูดวง ฯลฯ พิมพ์อยู่บนนั้น ! นัยว่า ใครที่ทำธุระนานๆ จะได้ไม่เบื่อ และสามารถเอ็นจอยกับโมเม้นท์ส่วนตัวได้อย่างสร้างสรรค์ (แต่หวังว่าผู้ผลิตคงจะไม่พิมพ์นิยายเป็นเล่มๆ ลงไปหรอกนะครับ คนอื่นไม่ต้องใช้ห้องน้ำกันพอดี)

นอกจากนี้ นักสร้างสรรค์สื่อใหม่ๆ ยังเล็งเห็นความสำคัญของกระดาษทิชชู่ทั้งในแง่ของระยะเวลาในการเห็นสื่อ และความถี่ในการเห็นสื่อ (ทุกวันที่บ้านและที่ทำงาน, ตามสถานบันเทิง 3 ครั้ง/การเที่ยว 1 คืน) จึงได้ใช้กระดาษทิชชู่เป็นสื่อโฆษณาชนิดใหม่ ซึ่งแม้ในที่สุด กระดาษทิชชู่นั้นจะมีค่าแค่ไว้ชำระแล้วทิ้ง แต่โลโก้และข้อความโฆษณาสิ มันได้เข้าไปอยู่ในสมองของผู้บริโภคแล้วอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว

เห็นไหมครับว่าแค่เพียงคุณ “คิด” แล้ว “เติม” ไอเดียลงไปหน่อยเดียว ของใช้ธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน ก็กลายเป็นของมี “Gimmick” เพิ่มมูลค่าขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ สงสัยเราคงต้องมานั่งลิสต์กันเสียแล้วว่า เราจะเอาหนามไปบ่งอะไรได้อีกดี

เครดิตภาพ:
http://www.bloggang.com/data/patthanid/picture/1186771185.jpg
http://i89.photobucket.com/albums/k231/zedth/whatever.jpg

http://i89.photobucket.com/albums/k231/zedth/anything.jpg
http://dailygizmo.tv/2008/02/11

« Back to Result

  • Published Date: 2011-03-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี