Articles

« Back to Result | List

“Drainspotting” เกาะกระแสศิลปะสาธารณะบนฝาท่อ คุณค่าใหม่ของชุมชน

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

เวลาเดินทางท่องเที่ยว ส่วนมากคนเรามักจะมองไปรอบๆ ตัว ชื่นชมกับธรรมชาติ ท้องฟ้า สถาปัตยกรรม ฯลฯ นานๆ ทีถึงจะได้ก้มลงมองพื้นสักครั้ง แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น แม้บนถนนที่เราเดินย่ำอยู่นั้น ก็อุตส่าห์มีสีสันประดับประดา ท้าทุกสายตาให้ต้องก้มลงมอง …เรากำลังพูดถึง “ฝาท่อระบายน้ำ” อยู่ค่ะ

แม้ว่าการทำฝาท่อระบายน้ำเป็นลวดลายจะมีอยู่ในหลายประเทศ แต่จะหาที่ไหนที่มีเรื่องราวและลูกเล่นเท่าพี่ยุ่นนั้นเห็นจะยาก หลายคนบอกว่าการก้มๆ เงยๆ “ถ่ายรูปฝาท่อระบายน้ำ” กลายเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ไปแล้วในการท่องญี่ปุ่น ถึงกับมีคนตั้งชื่อมันว่า “ปรากฏการณ์ Drianspotting”

ระบบการวางท่อระบายน้ำเสียสมัยใหม่ในญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากตะวันตก (แม้ว่าจะมีหลักฐานว่า มีการวางระบบระบายน้ำในประเทศมานานกว่า 2,000 ปีแล้วก็ตาม) ฝาปิดท่อระบายน้ำที่เรียกว่า Manhole หรือ Manhoru ของคนญี่ปุ่น ในยุคแรกนั้น ก็เป็นลวดลายเรขาคณิตแบบทั่วไปเช่นเดียวกับประเทศอื่น จนกระทั่งในช่วงปี 1980 รัฐบาลได้เริ่มโครงการขยายระบบการวางท่อระบายน้ำเสียออกไปยังจังหวัดรอบนอก (นอกเหนือจากที่เคยมีแต่ในเมืองหลักๆ ของประเทศ) แต่ดันเกิดกระแสต่อต้านขึ้นจากจังหวัดเหล่านั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งจึงคิดอุบายทำระบบระบายน้ำให้มีความสวยงามมากขึ้น (เพื่อเอาใจชาวเมือง) ด้วยการปรับรูปแบบดีไซน์บนฝาท่อทั้งหมด ซึ่งนั่นเองคือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบระบายน้ำเสียอันน่ารังเกียจ กลับกลายมาเป็น “เอกลักษณ์” ของแต่ละจังหวัดทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่น ทุกสิ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นบน “สัมผัสความงามแบบญี่ปุ่น” อย่างเช่น วัดโบราณหลายแห่งที่ไม่ได้สร้างขึ้นให้เพียงแค่งามเฉพาะตัว แต่ยังต้องมีสัมพันธ์ลื่นไหลไปกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบเรียกว่า เป็นการรับเอาความงดงามของสถานที่ตั้งมาผสมผสาน ทำให้เกิดความเชื่อมโยงที่พอดีระหว่างธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

หัวใจในการออกแบบและสัมผัสความงามแบบญี่ปุ่นนี้มีชื่อเรียกว่า “ฌิเซน” (Shizen) แปลคร่าวๆ ว่า “ธรรมชาติ” แต่จริงๆ แล้วมันมีความหมายในเชิงปรัชญาแฝงอยู่ด้วย นั่นก็คือ การไม่มีอยู่จริงของสิ่งลวง หรือ “มายา” ฉะนั้น ความงามแบบญี่ปุ่นจึงต้องโอนอ่อนต่อธรรมชาติ และเข้าถึงความจริงของธรรมชาติให้ได้ด้วย

กลับมาเรื่องท่อระบายน้ำบ้าง การแพร่หลายของฝาท่อระบายน้ำที่มีดีไซน์เฉพาะตัวไปตามพื้นที่ต่างๆ นี้ ก็ถือว่ามีความเป็น “ฌิเซน” เช่นกัน แนวทางการออกแบบจะเน้นไปที่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ ตั้งแต่ดอกไม้ สัตว์ป่า ประเพณี งานเทศกาลพื้นบ้าน แลนด์มาร์คประจำเมือง ไปจนถึงภาพวาดตามจินตนาการจากฝีมือเด็กนักเรียน พูดได้เลยว่า ดีไซน์บนฝาท่อระบายน้ำนั้น สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมของเมืองนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน (นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงนิยมศิลปะสาธารณะชนิดนี้กันมาก ทุกวันนี้ เกือบ 95 % ของเทศบาล 1,780 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ก็มีฝาท่อระบายน้ำดีไซน์เฉพาะของตัวเองแล้ว)

Remo Camerota ช่างภาพเจ้าของหนังสือ Drainspotting: Japanese Manhole Covers กลายเป็นสาวก Drianspotter ผู้ซื่อสัตย์ ที่คอยติดตามเก็บภาพและข้อมูลของฝาท่อระบายน้ำในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มทำความรู้จักกับสีสันของฝาท่อระบายน้ำในระหว่างที่ตามเก็บภาพกราฟิตี้ในญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของเขา) ต่อมาจึงได้ตระเวนเก็บภาพจากเมืองสู่เมืองไปจนทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Camerota ยอมรับว่าเจ้าฝาท่อระบายน้ำนี้ทำให้เขาว่อกแว่ก คอยจะออกนอกลู่นอกทาง (จากการทำงานกับกราฟิตี้) อยู่เรื่อย จนถึงวันนี้ Camerota ตามเก็บภาพฝาท่อระบายน้ำต่างดีไซน์ได้ถึง 2,700 แบบแล้ว

manhoru11.jpg

เนื่องจากว่าศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำกำลังกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อคนในประเทศ เทศบาลเมืองหลายแห่งจึงตั้งหน้าตั้งตาแข่งขันกันเพื่อสร้างสรรค์ฝาท่อระบายน้ำให้ดีที่สุด สวยเด่นที่สุด ทุกวันนี้การออกแบบจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักออกแบบหรือศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากเทศบาล ต้องทำงานร่วมกับโรงหล่อ ฯลฯ กว่าแบบที่ถือว่าเป็น “สัญลักษณ์ของเมือง” จะผ่านออกมาได้ ก็ต้องแก้กลับไปกลับมากันหลายรอบ เมื่อดีไซน์ผ่านแล้วโรงหล่อก็จะผลิตงานต้นแบบออกมาให้ดูอีกครั้ง ติชมกันอีกจนกว่าจะถึงผลงานชิ้นสำเร็จในขั้นสุดท้าย

ฝาท่อระบายน้ำนี้ทำจากเหล็ก สมัยก่อนการแกะลายต้องใช้ช่างฝีมือแกะกันด้วยมือเท่านั้น แต่ปัจจุบันนักออกแบบหันมาใช้วิธีสร้างแม่พิมพ์แล้วหล่อแบบขึ้นมา นอกจากนั้นท่อระบายน้ำในยุคหลังยังได้เพิ่มสีสันด้วยเทคนิคการสกรีนลงไปอีก (ซึ่งใครจะว่าฉูดฉาดก็ช่าง ขอแค่คนญี่ปุ่นถูกใจก็แล้วกัน)

ศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำอาจถูกจัดว่าเป็นศิลปะระดับล่าง (ว่าโดยตำแหน่งที่ตั้ง) แต่ปัจจุบันมันมีผู้หลงใหลอยู่ทั่วโลก ทั้งยังมีเว็บไซต์และบล็อกมากมายที่เขียนเกี่ยวกับศิลปะสาธารณะชนิดนี้ จนเกิดเป็นกระแสความคลั่งไคล้กระจายไปทั่วโลก เรียกว่า “Manhoru mania” ปัจจุบันถึงกับมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนท่อระบายน้ำโดยเฉพาะ

ปรากฏการณ์ Drainspotting หรือศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำนี้ คือการตอบโจทย์ให้กับผู้คนที่สนใจ Urban art, Industrial design และ Pop culture ในประเทศญี่ปุ่น มันคือหนึ่งวิธีในการประยุกต์สิ่งที่มีในท้องถิ่นและสร้างสรรค์เป็น “คุณค่าใหม่” ให้กับชุมชน ทำให้คนวงกว้างได้ตระหนักว่า “ศิลปะสาธารณะ” สามารสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในชีวิตประจำวัน แถมยังสามารถดึงนักท่องเที่ยว (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ให้เดินทางมาพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของมันด้วย


« Back to Result

  • Published Date: 2011-03-29
  • Resource: www.tcdcconnect.com