Creative Knowledge

« Back to Result | List

ต่อยอดสินค้าทำมือสู่ตลาดทำกิน : จับถุงปุ๋ยมาดีไซน์กลายเป็นกระเป๋าใบเก๋

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

DANAIYA1

เพราะเรียนมาทางด้านสิ่งทอประกอบกับกิจการที่บ้านผลิตถุงปุ๋ย ทำให้ ดนัยา คงลาภอำนวย ผูกพันกับการสร้างผ้าทอด้วยการผสมผสานวัสดุหลากชนิด ศิลปะนิพนธ์ของเธอที่ชื่อว่า Pass the Label จึงเป็นกระเป๋าที่เธอสร้างรูปแบบขึ้นเองตั้งแต่การทอผ้า ดนัยาเลือกใช้เส้นด้ายที่ทำจากถุงปุ๋ยทอร่วมกับขี้ไหมและไนลอน โดยออกแบบจังหวะการผสมสีของวัสดุที่ไปเฟ้นมาด้วยตนเอง เมื่อได้ผ้าทอแล้วดนัยานำมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าสะพายขนาดต่างๆ ทั้งใหญ่ทั้งย่อม บางใบเธอใช้ถุงปุ๋ยล้วนๆ นำมาใส่เทคนิคการเย็บแบบตีเกล็ด บางใบเธอผสมหนังแท้เข้าไปจนเกิดเป็นผลงานที่สวยงามสะดุดตา

ผลงานชุดนี้ของดนัยาได้รับการตอบรับอย่างดีเมื่อครั้งไปออกงานแสดงร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก ถึงขนาดมีนักลงทุนติดต่อให้เธอไปออกแบบและผลิตกระเป๋าขายในตลาดต่างประเทศมาแล้ว อย่างไรก็ดี ดนัยาเลือกเส้นทางที่จะพัฒนาธุรกิจด้วยตนเอง และวางแผนที่จะสร้างแบรนด์ DANAIYA ขึ้นเองในอนาคต

ปรับดีไซน์เพื่อลดต้นทุน แต่ยังคงจุดเด่นไว้
ปัญหาแรกที่ดนัยาพบในขั้นตอนการผลิตสินค้าเพื่อขายจริงก็คือ ต้นทุนการผลิตที่สูงเกินไป ทำให้เธอต้องตั้งราคาขายสูง ซึ่งเป็นการจำกัดกลุ่มผู้ซื้อให้แคบลง

เมื่อดนัยานำสินค้าเข้าสู่โครงการต่อยอดฯ ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ที่ปรึกษาโครงการฯ ก็มองเห็นถึงปัญหานี้ทันที พร้อมแนะว่าการปรับดีไซน์จะช่วยให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้ ขอเพียงดนัยาคงความโดดเด่นของวัสดุเอาไว้ โดยใช้ “ถุงปุ๋ย” ซึ่งเป็นจุดแข็งของสินค้าให้มากขึ้น (ทดแทนการใช้ผ้าไนลอนบางส่วน หรือไม่ก็ทอให้ความถี่ของผ้าไนลอนห่างขึ้น ฯลฯ) ทั้งนี้ทั้งนั้น โจทย์สำคัญของการปรับแบบใหม่ครั้งนี้ คือ เธอจะต้องคงความ “ดูมีราคา” ของสินค้าเอาไว้ให้ได้ด้วย

DANAIYA2

เมื่อดูจากสไตล์การออกแบบกระเป๋าของดนัยาแล้ว จะเห็นได้ว่าเธอชอบกระเป๋าใบใหญ่ รูปทรงจริงจัง อาจทำให้ตลาดค่อนข้างจำกัด ขวัญหทัยจึงแนะนำให้เธอลองทำงานดีไซน์ที่ดูเก๋ และมีความลำลองมากขึ้น เปลี่ยนการตัดเย็บให้ง่ายขึ้น ฯลฯ โดยให้เริ่มจากกระเป๋าทรงเล็กๆ เพื่อลองตลาดก่อน “จริงอยู่ที่นักออกแบบควรมีสไตล์ความชอบเฉพาะตัว นั่นเป็นเรื่องดีในการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่บางครั้งในการออกแบบสินค้าสำหรับขายนั้น เราจำเป็นต้องเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคที่มีความชอบหลากหลาย เพราะเราจะได้นำมุมมองใหม่ๆของคนอื่นมาทำให้เป็นประโยชน์กับการผลิต” อย่างงานของดนัยา ชอบสีโทนส้ม สีสันของวัสดุจึงเน้นหนักไปทางสีส้มหมด ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดด้านการขายได้ ขวัญหทัยจึงแนะว่า ควรทดลองใช้โทนสีอื่นดูบ้าง

จากนั้นดนัยาได้ทดลองออกแบบกระเป๋าถุงปุ๋ยมาในหลายสีหลายแบบ ทำให้ขวัญหทัยนึกไปถึงการแบ่งสินค้าออกเป็นหมวดตามลักษณะการใช้งาน เช่น กระเป๋าสำหรับงานกลางวัน งานกลางคืน กระเป๋าไปทะเล ไปเที่ยวกับเพื่อน ฯลฯ เมื่อเวลาวางขายด้วยกันแล้วจะได้ไม่กลมกลืนกันเกินไป นอกจากนั้น อาจเพิ่มความสนุกให้กับกระเป๋าอีกนิดด้วยการผสมวัสดุที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น ถุงปุ๋ยกับหนังที่มีพื้นผิวแปลกๆ เป็นต้น

ดนัยากลับมาอีกครั้งพร้อมกระเป๋าตัวอย่างที่ทำจากหนัง PVC ผสมกับการเย็บตีเกล็ดของถุงปุ๋ย ซึ่งเป็นดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ขวัญหทัยจึงแนะให้เธอลองแตกไลน์ไปเป็นกระเป๋าถือสำหรับผู้หญิง กระเป๋าใบขนาดกลาง และกระเป๋าใส่ Laptop ด้วย เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาด และมีโอกาสในการขายมากกว่า

เมื่อจบโครงการฯ ดนัยามีกระเป๋าถุงปุ๋ยตีเกล็ดสีต่างๆ ออกวางขายในหลากหลายรูปทรง (เพื่อการใช้งานที่ต่างกัน) แต่เนื่องจากผลงานที่พัฒนาร่วมกับขวัญหทัยในครั้งนี้มีความต่างจากผลงานดั้งเดิมของเธอมาก ดนัยาจึงตัดสินใจเปิดตัวเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Daddy Girl” ท้ายสุดขวัญหทัยแนะนำว่าสำหรับกระเป๋าคอลเลกชั่นถุงปุ๋ยนั้น ดนัยาสามารถวางคอนเซ็ปท์ Re-use ให้เข้ากับกระแสโลกร้อนได้เลย ส่วนกระเป๋าผ้าทอผสมขี้ไหมอันเดิม (ที่ต้นทุนสูง) เธอก็สามารถผลิตเป็นสินค้าจำนวนจำกัดที่เจาะกลุ่มตลาดบนได้ ซึ่งหากดนัยาบริหารการผลิตสินค้าในลักษณะนี้ เธอก็จะมีสินค้าที่ครอบคลุมได้ทั้งสองตลาด

ที่ปรึกษาโครงการ : ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ผู้จัดการร้าน The Shop @ TCDC

Handmade to Profit: from fertilizer sacks to stylishly fashionable bags
Story: Asira Panaram

With her education in textile and her family’s fertilizer sack business, Danaiya Konglapamnuay was destined to create designs from mixed materials and textiles. Her art thesis entitled “Pass the Label” with her bags designed from the mixed textile woven from threads of fertilizer sack, knotted silk, and nylon. She had control over the total design from the rhythm of the dye, to all the self sourcing materials.

Once the woven textile is prepared, Danaiya use it to create carry bags in variety of shapes and sizes because bags are her passion, she also incorporate real leather to make the finish product really eye catching. Other from mixed material textile, in some design she sewn fertilizer sack material together with pleated technique to create appealing details making it hard for the buyers not to pick it up when browsing. Thus, making this collection very well received is various government supported trade fairs, so much that there were several investors interested in buying her products for the global market. But Danaiya wishes to develop products on her own first, and would like to gain more experience, and has plan to build her own brand after her own name—DANAIYA.

The first problem Danaiya encountered during the creation of the more commercialized product is the high cost of production. While for her art thesis she was willing to invest time and money in all process since the material sourcing, weaving, dyeing, and designing (but she hired seamstress to construct the bags,) thus it was difficult to contain the budget, making the pricing quite high, narrowing down the market target.
Design modification to lower the cost, while retaining distinction

During the “Handmade to Profit” workshop, Kwanhathai focuses on modification that will help lower production cost, whilst retaining the distinction of the material, making the fertilizer sack as the key strength of the product to replace the use of nylon in some part, and change the woven pattern to use nylon more sparsely and more wide apart to safe production cost. But it is imperative to make the fertilizer sack looks valuable since it has coarse texture, thus by mixing other materials to form a bag can lessen the harshness of the sack.

From the style of her bag design, it suggests that she favors large bags with rigid form, therefore Kwanhathai advised Danaiya to also focus on the more casual forms, simplify the sewing techniques, to start with smaller sizes to test the market first, or to explore the more laid-back bohemian bags.

Most designers has personal styles which is good for creating identity and differentiation, but sometimes when designing commercial products, designers must try to consider consumers’ various preferences for new and beneficial perspectives. As in Danaiya’s case she favors orange tones, thus her materials are in various shades of orange, limiting in the commercial opportunity, thus Kwanhathai suggested her to explore some other tones as well.

Danaiya experimented the fertilizer bags in various colors and design, so Kwanhathai recommended her to classify the product by usage functions such as daytime bags, evening bags, beach bags, partying bags, and stylized bags to give the product line variety of feelings and emotion, so that they will stand out in the market place. Plus, adding more fun to the bags by mixing other materials with variety of textures such as mixing the fertilizer sack with leather.

Danaiya came back with bag prototypes made by faux leather made from PVC mixed with the pleated and sewn fertilizer sack which is magnificently designed, and was advised to explore small women’s handbags, medium-sized bags or laptop cases which are in demand and has more commercial opportunity, and to use the crimping pleated technique sparingly as Danaiya’s signature to accentuate the solid fabric or leather, but not the whole design.

After the completion of this project, Danaiya has created crimped fertilizer bags in various colors, forms and sizes to fit variety of function and purposes. The collection under the Kwanhathai’s consultation differs greatly from Danaiya’s original art thesis, so she decided to create a new brand called “Daddy Girl” for this line, though it still has strong ties to Danaiya’s identity. Kwanhathai also suggests that this fertilizer bag collection can be position as a ‘Reuse’ product to fit with the global green trend, and to position the original woven silk knotted textile bags (with high production cost) as a premium brand for high end market, and to develop new designs using the same guideline gained from the project, resulting in 2 different brands for Danaiya to capture both high end and youth markets.


« Back to Result

  • Published Date: 2010-09-30
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี