Articles

« Back to Result | List

โอกาสของเกมไทยที่จะก้าวไกลในตลาดโลก

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

cpi1

การแวะเวียนไปงาน Digital Media Asia Festival 2010 เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เราได้เปิดหูเปิดตากับความก้าวหน้าของสื่อดิจิตอลเป็นอย่างมาก งานสร้างสรรค์ด้านนี้ไม่ใช่แค่กำลังเฟื่องในตลาดเมืองไทย แต่ได้ขยับก้าวไกลไปในตลาดโลก สื่อโฆษณาแจ่มๆ เกมสนุกๆ กราฟฟิกสวยๆ ที่เราเห็นเป็นฝีมือคนไทยอยู่เบื้องหลังมากมาย ที่สำคัญนอกจากจะได้อัพเดทว่าใครทำอะไรถึงไหนกันแล้ว ครั้งนี้เรายังได้รับรู้ถึง “ความสำเร็จของเกมไทยในตลาดโลก” อีกด้วย

ชนินทร์ วานิชวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Cyber Planet Interactive Public Company Limited (CPI) ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์เกมรายแรกๆ ของไทยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างโปรดักท์ไปตีตลาดโลก ได้มาแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของการรุกตลาดเกม และแนะแนวการ “ก้าวให้ถูกจุด” ในฐานะรุ่นพี่ผู้มีประสบการณ์มาก่อน

cpi2

CPI เริ่มต้นจากธุรกิจซอฟท์แวร์ Media Touch Screen Kiosk ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์บนตู้ทัชสกรีนจอ 29 นิ้ว ที่วางตามห้างต่างๆ (จดลิขสิทธิ์เป็นสื่อโฆษณารูปแบบใหม่ในช่วงปี 1998-1999) โดย CPI ออกแบบสินค้าเองและเสนอขายไปเรื่อยๆ แต่ที่ผ่านมาธุรกิจก็ยังไม่เติบโตนัก เพราะทำได้เฉพาะตลาดในประเทศ ที่สำคัญหากมองย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สินค้าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้มีมูลค่าสูง แถมยังก๊อปปี้ได้ง่าย ไม่มีกฏหมายที่ดีมาคุ้มครอง CPI จึงคิดว่าต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ โดยผลิตสินค้าของตัวเองที่ขายได้ในตลาดโลก

ก่อนหน้าที่จะหันมาออกแบบและผลิตเกม CPI เคยมองซอฟแวร์สำหรับงานด้านธุรกิจ เช่น งานบัญชี แต่พบว่ามีคู่แข่งในตลาดเยอะ พอดีกับความที่คุณชนินทร์เป็นคนชอบเล่นเกม เขาจึงมองไปที่ตลาดเกมและเห็นว่ามีช่องทางที่จะลงสู่ตลาด CPI จึงลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวแรกขึ้นในปีค.ศ. 2000 เป็นเกมแนววางแผน (Strategy Game คล้ายเกม War Craft) ชื่อ Magic Chronicle โดยใช้โปรแกรมเมอร์ 4 คน ดีไซเนอร์ 5 คน เขาทุ่มเทเวลาไปสองปีแต่ก็ยังไมได้ผลลัพธ์ที่พอใจ ต้องลงทุนเพิ่มอยู่ตลอดจนทุนเก่าร่อยหรอ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจติดต่อภาครัฐและร่วมทุนกับรัฐบาล ในเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ชื่อว่า SME Venture Capital Fund

CPI ใช้เวลา 3 ปีเต็ม หมดเงินไป 10 ล้านบาท จึงพัฒนาเกม Magic Chronicle ขึ้นได้สำเร็จ เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ก่อเกิดรายได้เลยในระหว่างนั้น CPI ได้เซ็นสัญญาขายเกมให้กับบริษัท Compaq (ปัจจุบันคือ Hewlett Packard) เพราะในขณะนั้น Magic Chronicle เป็นเกมที่เล่นได้กับคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งเมื่อวางจำหน่ายก็ทำให้ได้กำไรกลับมาเล็กน้อย

cpi3

จากประสบการณ์นั้นทำให้ CPI หันมาพัฒนาเกมที่ลงทุนน้อย เพื่อที่จะหมุนรายได้ให้กลับมาเร็วขึ้น พวกเขามุ่งความสนใจมาที่ Casual Game และทำเกมในตลาดใหม่ด้วย เช่น เกมสำหรับโปรโมทสินค้าให้กับเหล่า Consumer product ฯลฯ หลังจากนั้น CPI ก็พัฒนาเติบโตมาเรื่อยๆ จากเกมใน PC ก็มาทำเกมสำหรับเครื่อง Nintendo DS, Wii, Playstation และในโทรศัพท์มือถือ โดยเน้นการทำตลาดร่วมกับคู่ค้าซึ่งเป็นค่ายเกมใหญ่ๆ และแบรนด์สินค้าระดับโลกมากมาย ในขณะเดียวกันก็ริเริ่มโครงการออกแบบ “เกมสำหรับ Facebook” เพื่อทดลองตลาดในประเทศ (และอาจขยายไปสู่ต่างประเทศในอนาคต) ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเครื่องการันตีว่า ฝีมือการออกแบบเกมของบริษัทไทยนั้น ...ก็ไม่เป็นรองใครในตลาดโลก

กระบวนการออกแบบเกม ใครจะเข้ามาเล่นได้บ้าง
ในกระบวนการออกแบบเกมนั้น มีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ คือ นักออกแบบกราฟฟิก (Graphic Designer) + โปรแกรมเมอร์ (Computer Engineer) + นักออกแบบเสียงและดนตรี (Musician, Sound Engineer)

การออกแบบเกมเริ่มต้นที่ 1) การวิจัย ซึ่งต้องเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องสมจริง เช่น เกมตัดผม ก็ต้องศึกษาแบบผม เทรนด์สีผมที่กำลังมา ขั้นตอนการดูแลเส้นผม ตัด สระ ย้อมจริง ฯลฯ เพื่อจำลองมาเป็นเกมที่ให้ความรู้สึกเทียบเคียงกับของจริงได้ หรืออย่างเกมแต่งตัว ก็ต้องจ้างนางแบบจริงมาโพสต์ท่าทางแล้วบันทึกไว้ด้วยโปรแกรมบันทึกการเคลื่อนไหว 3 มิติ เพื่อให้ได้โพสต์ที่สมจริงที่สุด ฯลฯ เป็นต้น ความสมจริงเหล่านี้เองที่จะทำให้เกมสนุก น่าเล่น จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2) ออกแบบวิธีการเล่นแบบต่างๆ และขั้นตอนที่ 3) ทำ Art direction ของเกม ซึ่งจะทำควบคู่กันไประหว่างการออกแบบและการเขียนโปรแกรม (เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้) จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยขั้นที่ 4) การออกแบบเสียงและดนตรีประกอบ

ใครที่สนใจการออกแบบเกมก็เชิญจับจองตำแหน่งกันได้นะคะ ตอนนี้มีสถาบันที่เปิดหลักสูตร “พัฒนาทักษะการผลิตสื่อดิจิตอล” แพร่หลายพอสมควร

cpi4

ข้อเสนอแนะในการผลิตเกมสู่ตลาดโลก
1. สำหรับ Developer ไทย แนะนำให้ผลิต Casual Game (พวกเกมออนไลน์, แฟลชเกม, เกมบน Nintendo DS, เกมใน Facebook) มากกว่าจะเน้นเกม “แนวซีเรียส” ที่ต้องใช้การเขียนโปรแกรมยาก ทุนสูง ฯลฯ เพราะตลาดเกมสายแข็งสำหรับคอเกมนั้น มีประเทศญี่ปุ่นและอเมริกาเป็นเจ้าตลาดอยู่ ซึ่งสองประเทศนี้เขาพัฒนาเกมมายาวนานแล้ว เป็นตลาดที่เจาะยาก การจะทำให้ดีทัดเทียมเขาต้องอาศัยเวลาและเงินทุนสูง ดังนั้น ในฐานะผู้ผลิตที่เริ่มทีหลัง จึงควรไปเน้นช่องทางใหม่ๆ อย่าง Casual Game เพราะเกมเหล่านี้เล่นง่าย เป็นที่นิยมในวงกว้าง เล่นได้ทุกเพศทุกวัย และจะสู้กับคู่แข่งอื่นๆ ได้ด้วยจุดแข็งด้านดีไซน์ เน้นกราฟฟิกสวย ไอเดียดี มีสีสันในการเล่น

จากมุมมองของคุณชนินทร์เห็นว่า ดีไซน์ของผู้ผลิตไทยเหนือกว่าของจีนและอินเดีย (ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดซอฟท์แวร์) เพราะดีไซน์จากฝั่งจีนค่อนข้างมีสไตล์เฉพาะ ซึ่งตีตลาดโลกได้ยากกว่า อินเดียก็เช่นกัน แถมยังเน้นซอฟท์แวร์ด้านธุรกิจมากกว่าเกม จึงยังไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัว คุณชนินทร์แนะว่า “ในเชิงการออกแบบควรเน้นสไตล์ที่เป็นกลางๆ เพราะจะขายได้กับตลาดทั่วโลก ปัจจุบันดีไซน์จากประเทศในแถบเอเชียมีญี่ปุ่นเป็นหัวหอก จากประเทศอื่นยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างนัก แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ เพราะตัวการ์ตูนอย่าง Pucca ของไต้หวัน ทุกวันนี้ก็ดังในอเมริกาได้เหมือนกัน”

2. ด้านการตลาด แนะให้คู่ค้าเป็นผู้ลงตลาด เราต้องพิจารณาว่าในฐานะ Developer ซึ่งเชี่ยวชาญการผลิต เราสามารถทำตลาดเองได้ไหม คุ้มหรือเปล่า ถ้าไม่ ก็ควรเน้นที่การผลิตและเซ็นสัญญากับคู่ค้า เช่น การทำเกมส่งเสริมการขายให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ หรือขายเกมให้กับค่ายเกมที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เป็นต้น

ที่สำคัญเราต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้เล่นเกมทั้งในและนอกประเทศด้วย เพราะนั่นส่งผลทำให้โมเดลการขายต่างกัน เช่น คนไทยชอบเล่นเกมออนไลน์ฟรี เล่นเพลินๆ ไม่ซีเรียส รายได้จึงมาจากค่าโฆษณาเป็นหลัก แต่ในต่างประเทศที่คนเขาเล่นเกมกันจริงจัง ก็จะได้เงินจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ผู้เล่นซื้อไอเท็มในเกม เป็นต้น

3. โอกาสยังกว้างในตลาดโลก ธุรกิจนี้ยังเป็นอะไรที่เปิดกว้าง ตลาดเกมในต่างประเทศนั้นมีมูลค่ามหาศาล ยิ่งปัจจุบันมีการตื่นตัวเรื่องลิขสิทธิ์มากขึ้นก็ยิ่งน่าทำ (เพราะมีความเสี่ยงลดลง) ในช่วงเริ่มต้นอาจเริ่มจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตก่อน ซึ่งให้ผลดีด้านประสบการณ์และการสั่งสมชื่อเสียง แต่ในระยะยาวเราจำเป็นต้องมองถึงการสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพราะการรับจ้างผลิตนั้นรายได้จะมาเป็นครั้งเป็นคราว แต่หากมีแบรนด์ของตัวเองได้เมื่อไหร่ รายได้ก็จะเข้ามาเรื่อยๆ สรุปว่าหากเราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเราเองได้ นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นให้อุตสาหกรรม “ซอฟท์แวร์เกมไทย” เติบโตได้อีกมหาศาล ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
www.cpigames.com
www.dma2010.net



« Back to Result

  • Published Date: 2010-09-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com