Creative Knowledge

« Back to Result | List

ทัวร์พิพิธภัณฑ์ของ “ผิด” ในกรุงเบอร์ลิน

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

museofthing

หากคุณเป็นศิลปิน นักออกแบบ หรือนักประดิษฐ์ ผู้เฝ้ารอว่าวันหนึ่งจะได้เห็นผลงานของตนถูกจัดแสดงเป็นนิทรรศการหรือได้ไปอวดโฉมอยู่ในพิพิธภัณฑ์สักแห่ง แต่จนแล้วจนเล่าวันนั้นของคุณก็ยังมาไม่ถึงสักที เราขอบอกว่า “อย่าเพิ่งเสียใจไปเลย” เพราะการที่ผลงานของคุณเข้าไปตั้งหราอยู่ในพิพิธภัณฑ์นั้น อาจหมายถึงว่างานของคุณถูกจัดอยู่ในประเภท "ยอดแย่" ก็เป็นได้!

ที่ Museum of Things ในกรุงเบอร์ลิน ใช่เพียงแต่ผลงานศิลปะทรงคุณค่าหรือสิ่งประดิษฐ์อันชาญฉลาดเท่านั้นที่จะได้รับการคัดเลือกมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีพื้นที่พิเศษสำหรับศิลปะหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่ง “Bad Taste” อีกด้วย

ด้วยแรงบันดาลใจจาก “Cabinet of Bad Taste” ของ Gustav E. Pazaurek ที่เคยรวบรวมเอาเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันซึ่งจัดได้ว่าเป็น "งานออกแบบห่วยแตก” ไว้ตั้งแต่เมื่อร้อยปีที่แล้ว Bad Taste Exhibition 2009 ที่ Museum of Things ได้ชุบชีวิตนิทรรศการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยได้จัดแสดงผลงาน “Bad Taste ร่วมสมัย" ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน อันได้แก่ 1. วัสดุ “ผิด” (Material Mistakes) 2. ดีไซน์ “ผิด” (Design Mistakes) 3. ตกแต่ง “ผิด” (Decorative Mistakes) และ 4. ของคิช “เน่าๆ” (kitsch) นอกจากนั้นก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้ผิดๆจากอดีตอีกหลายรายการมาร่วมแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

แม้ว่าของ “ผิด” ที่เตะตาเราจะมีอยู่หลายชิ้นเหลือเกิน แต่ที่ต้องออกปากว่า “ไร้รสนิยม” สุดๆ ก็เห็นจะเป็น “ขวดใส่เกลือและพริกไทย” รูป “นมสาว” ที่นอกจากจะไม่ช่วยให้เจริญอาหารแล้ว ยังจะพาลทำให้นึกไปถึงของเล่นหน้าตาประหลาดๆ ในร้าน Sex shop เอาเสียด้วย เรียกได้ว่า “ผิด” ทุกอย่างนับตั้งแต่การออกแบบ ความมีรสนิยม ไปจนกระทั่งถึงกาลเทศะเลยทีเดียว

muse1

อีกชิ้นที่สะดุดตาไม่แพ้ใครก็คือ “รองเท้าดิออร์ปลอม” (Fake Dior) จากประเทศจีน ที่ทำเลียนแบบหนังงูแต่ใช้วัสดุ สี และแอคเซสซอรี่ที่ผิดเสียยิ่งกว่าผิด หากจะจัดเกรดฝีมือการเลียนแบบกันแล้ว จะเรียกว่าเป็น “ของก๊อปเกรด Z” เลยก็ว่าได้ อันนี้ต้องขอใช้คำว่า "ผลิตมาเพื่อให้โลกร้อนขึ้นโดยแท้"

อีกชิ้นที่เห็นแล้วอดขนลุกไม่ได้เพราะว่าผิดอย่าง "น่ากลัวมาก” ก็คือ “Thumb drive สยองขวัญ” ไม่แน่ใจว่าของชิ้นนี้เคยถูกใช้เป็นของพรีเมี่ยมในงานโปรโมตหนังเกรดบีหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็นนอกจากจะไม่ช่วยสร้างบรรยากาศเวลาทำงานแล้ว ถ้านั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์คนเดียวดึกๆ อาจรู้สึกเสียวสันหลังวาบก็เป็นได้

muse2

ยังไม่หมดครับ ที่นี่ยังมีข้าวของที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานผิดๆ อย่าง “กาน้ำร้อนหูต่ำ” ที่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าออกแบบมาได้อย่างไร เพราะเห็นกันชัดๆ อยู่แล้วว่าการถ่ายน้ำหนักเวลารินน้ำ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากน้ำเต็มกา) มันไม่ได้สมดุลเอาเสียเลย ที่แย่ที่สุดคือกานี้เป็นกาต้มน้ำร้อน ซึ่งหากขาดสมดุลแล้วเวลารินน้ำก็ไม่ต้องสงสัยว่าผู้ใช้อาจต้องวิ่งไปทำแผลน้ำร้อนลวกแทนที่จะได้ดื่มกาแฟ

ส่วนส้อมซึ่งปลายข้างหนึ่งเป็นแปรงสีฟันนี่ก็ไม่แพ้ใคร ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะช่วยเจริญอาหารตรงไหน (โดยเฉพาะถ้าแปรงสีฟันใช้มาระยะหนึ่งจนขนแปรงเริ่มบานแล้ว!) ขอเรียกว่าเป็นส้อมที่ออกแบบมาเพื่อทำลายความเจริญอาหารโดยเฉพาะ หากจะพยายามมองในแง่ความสะดวก ก็ไม่เห็นว่าจะสะดวกตรงไหนอยู่ดี เพราะถึงอย่างไรคุณก็ต้องล้างส้อมที่อ่างล้างจานก่อนแล้วจึงเข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำ นอกเสียจากว่า คุณจะล้างจานในอ่างล้างหน้าหรือไม่ก็แปรงฟันในอ่างล้างจาน

ชิ้นสุดท้ายที่นำมาฝากขอตั้งชื่อให้ว่าเป็น “ถ้วยซุปแสนเศร้า” ก็แล้วกัน ถ้วยใบนี้อายุราวๆ 100 ปี และเคยได้รับเกียรติให้อยู่ใน “Cabinet of Bad Taste” ของ Gustav E. Pazaurek มาก่อน ถ้วยใบนี้ผิดตรงที่หูจับ ซึ่งแทนที่จะตั้งขึ้นเพื่อให้ถือสะดวก กลับคว่ำหัวลง (เพื่อให้จับไม่สะดวก?) เช่นเดียวกับกาน้ำร้อนหูต่ำ ถ้วยซุปย่อมมีไว้ใส่ซุปร้อนๆ และการออกแบบอะไรที่เกี่ยวกับของร้อนๆ ก็ควรจะคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ (ซึ่งหูคว่ำไม่น่าจะให้ทั้งความสะดวกและความปลอดภัย ซ้ำยังให้อารมณ์เศร้าหมองอย่างบอกไม่ถูก) นอกจากนี้ การจัดวางลวดลายดอกไม้บนถ้วยซุปก็ยังเติบโตแบบหัวทิ่มสวนทางกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ (จะว่าเป็นไม้เลื้อยก็ไม่ใช่) พาให้เศร้าหนักขึ้นไปอีก (อีกทั้งยังไม่ได้สัดส่วนกับดอกไม้บนฝาถ้วย) หากใครกำลังเศร้าแล้ว ถ้วยใบนี้คงทำให้คุณรับประทานซุปเคล้าน้ำตาเป็นแน่

muse3

แม้บางท่านอาจมองเรื่องของ “Taste” ว่าเป็นเรื่องที่ “แล้วแต่ใครจะมอง” (subjective) แต่เราคิดว่าบรรดาข้าวของที่ภัณฑารักษ์ยินดีที่จะประกาศว่าเป็นผลงานที่ “ผิด” (mistakes) และ “ไร้รสนิยม” (bad taste) นั้น ใช่ว่าจะตัดสินกันที่ความเห็นส่วนตัวแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อมองถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน (กาน้ำร้อนหูต่ำ, ถ้วยซุปแสนเศร้า) หรือรสนิยมที่ผิดกาลเทศะ (ขวดเกลือ-พริกไทยนมสาว) แล้ว เราก็คงพอจะตัดสินกันได้เบื้องต้นโดยไม่ต้องอาศัยสายตาจากผู้เชี่ยวชาญเลยด้วยซ้ำ งานนี้นับว่าเป็นนิทรรศการที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นตัวอย่างให้กับนักออกแบบหน้าใหม่ และเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับนักออกแบบทุกท่าน ...ไม่ให้ทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย

ทุกวันนี้โลกมันร้อน...เสียดายทรัพยากรครับ...

ข้อมูลและภาพ:
www.core77.com


« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี