Creative Knowledge

« Back to Result | List

Mo Rooms ส่วนผสมของความเชื่อกับดีไซน์

โดย รัฐสยาม ศีลคุณ

mo-room-1

ในย่านศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่คึกคัก ไม่ไกลจากกำแพงเมืองและประตูท่าแพที่เก่าแก่คู่เมืองเชียงใหม่ มีอาคารปูนเปลือยรูปทรงล้ำยุคหลังหนึ่งที่มองดูเหมือนกล่องไม่สมมาตรมาซ้อนทับกัน ช่างเป็นอะไรที่ท้าทายสายตาของผู้คนให้เฝ้ามองกันอย่างพิศวง อาคารหลังดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยศิลปินชื่อดังอย่าง ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ และออกแบบโครงสร้างโดยบริษัทแผลงฤทธิ์ กลุ่มสถาปนิกเลือดใหม่แห่งเมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็น “บูติกโฮเต็ล” ขนาดเล็กๆ (แต่สไตล์แปลก) ชื่อ “Mo Rooms” เมื่อผมก้าวเดินเข้าไปภายในอาคาร ก็พบว่า ตึกสี่ชั้นหลังนี้มีอะไรมากกว่าการโชว์ความดิบและโครงสร้างภายนอกอันทรงพลัง เห็นได้ชัดว่า พื้นที่ภายในของโรงแรมแห่งนี้ได้รับการสร้างสรรค์อย่างระมัดระวัง เรียกว่าเป็นการ “บูรณาการ” ของแนวคิดแบบโบราณและการใช้งานพื้นที่อย่างร่วมสมัย ผู้ออกแบบมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงมนุษย์และธรรมชาติเข้าหากัน ผ่านหลักวิชา “ฮวงจุ้ย” (หรือภูมิโหราศาสตร์แบบจีน) และ “ปีนักษัตร” (เรื่องของดาราศาสตร์และธาตุทั้งห้า)

“โรงแรมแห่งนี้มีทั้งหมด 12 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องนั้นได้รับการออกแบบให้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง” จัสติน เอนเลย์ ผู้จัดการโรงแรมขนาดกระทัดรัดแห่งนี้กล่าว ขณะพาผมเดินชมโรงแรม

mo-room-3

ว่ากันว่า แต่ละห้องนั้นนอกจากจะถูกออกแบบให้ผู้ที่เข้าพักรู้สึกถึงคาแรกเตอร์ของปีนักษัตรแล้ว ยังเน้นถึงความถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย อาทิเช่น เรื่อง ทิศทางของห้อง”ปริมาณแสง ความมืด และสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ต้องสอดคล้องกับ “องค์ประกอบประจำธาตุ” ของแต่ละนักษัตร เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ที่เข้าพักได้รับ “พลังพิเศษ” จากการพักอาศัย อยู่แล้วมีความสุข มีความสบาย ซึ่งเจ้าของโรงแรมเชื่อว่า ศาสตร์โบราณเหล่านี้ส่งอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์โดยไม่รู้ตัว

“กระจกบานกลมนั้น เราตั้งใจติดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อสะท้อนพลังของน้ำจากสระว่ายน้ำไปทั่วอาคาร” จัสตินกล่าว ขณะพาผมเดินผ่านกระจกเงาบานใหญ่ตรงบันได

ห้องพักที่มีเพียง12 ห้องของ Mo Rooms ออกแบบขึ้นจากฝีมือของศิลปิน 12 คน ที่เกิดในปี 12 นักษัตรที่แตกต่างกัน อาทิเช่น ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ จิตต์สิงห์ สมบุญ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวานิช ต่อลาภ ลาภเจริญสุข ฯลฯ โดยแต่ละห้องจะมีรายละเอียดการตกแต่งภายในที่ไม่ซ้ำกัน และมีชื่อเรียกตามปีต่างๆ อันได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน

ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปใน “ห้องปีวัว” ผมก็สะดุดกับความโดดเด่นของแท่นที่นอนทรงสูง (เรียกว่า แทบจะต้องปีนขึ้นไปนอน) ที่ออกแบบโดย ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวานิช ศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และมีผลงานจัดแสดงมากมายในทวีปยุโรป ต่อมาก็เป็น “ห้องปีเสือ” ที่ออกแบบโดย จิตต์สิงห์ สมบุญ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังจาก Greyhound และ ชำนิ ทิพย์มณี ช่างภาพระดับแนวหน้าของไทย ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นผู้ที่เกิดในปีเสือ จึงร่วมกันรังสรรค์ห้องๆ นี้ให้ออกมาอย่างมีคาแรกเตอร์ เต็มไปด้วยแสงสว่าง และแสดงถึงขั้วตรงข้ามระหว่างเทคโนโลยีกับธรรมชาติ

mo-room-2

“ห้องปีเถาะ” เป็นห้องที่ซ่อนความหมายของ “กระต่าย” ผ่านการตีความใหม่ โดยเน้นที่บุคลิกภาพความขี้เล่น ความเซ็กซี่ และความตื่นเต้น ห้องนี้ออกแบบโดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินและอาจารย์ภาควิชาเครื่องปั้นดินเผา มหาวิทยาลัยศิลปากร

“ห้องปีมะเส็ง” บุผนังด้วยเซรามิกที่ดูเหมือนเกล็ดงู ออกแบบโดย ต่อลาภ ลาภเจริญสุข ศิลปินที่นำเอาวัสดุต่างๆ มาสัมพันธ์กับพื้นที่ว่าง โดยเน้นแนวคิดที่ว่ามนุษย์ควรเป็นตัวของตัวเองและซื่อตรงต่อความรู้สึกของตน

“ห้องปีวอก” นั้นดูมีเสน่ห์ด้วยการทาสีภายในเป็นสีดำทะมึน ตกแต่งด้วยเตียงหวาย มีขอนไม้และผนังห้องที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์เกาะเลื้อยไปมา สร้างอารมณ์เหมือนรังนอนในถ้ำ (ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก) ห้องนี้ออกแบบโดย อุดม อุดมศรีอนันต์ ศิลปินและดีไซเนอร์แห่งแบรนด์แพลนเน็ต 2001 ผู้ชำนาญการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมชาติ

“ห้องปีวอกนั้นเป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับความนิยมมาก แต่บางทีแขกที่มาพักนานๆ ก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศและเข้าพักไปเรื่อยๆ จนครบทุกห้องก็มี” ผู้จัดการโรงแรมชาวแคนาดาบอก

ห้องต่อไปเป็น “ห้องปีจอ” ออกแบบโดยศิลปินชื่อดังแห่งยุค ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ การออกแบบเน้นสีขาวสว่างจ้าและการตกแต่งอย่างน้อยชิ้น คงไว้ซึ่งสไตล์ Post Industrial (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคุณไทวิจิต)

ผมเดินเข้าห้องโน้นออกห้องนี้ ผ่านไปเรื่อยจนถึงห้องสุดท้าย นั่นก็คือ “ห้องปีกุน” ห้องนี้นอกจากจะมีโคมไฟรูปหมูตั้งอยู่ ภายในยังมีรางข้าวหมูที่ดัดแปลงเป็นอ่างล้างหน้าได้อย่างลงตัว ถือเป็นรายละเอียดและสิ่งละอันพันละน้อยที่ศิลปินนักออกแบบนำมาประยุกต์ใช้ตามคาแรกเตอร์ของแต่ละปีนักษัตร ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องพักให้พิเศษไม่เหมือนใคร

“Mo Rooms แสดงถึงแนวคิดที่เป็นนามธรรมของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่มาเจอกัน นำเสนอผ่านรูปแบบของพื้นที่ทางศิลปะที่อยู่อาศัยได้จริง เป็นสหวิทยาการที่ผนวกเอาความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน สถาปนิก ดีไซเนอร์ ช่างพื้นบ้าน โหราจารย์ นักบำบัดแนวธรรมชาติทางเลือก ฯลฯ ที่ร่วมมือกันนำเอาเทคนิคที่เป็นรูปธรรมและแนวคิดเชิงนามธรรมมาสร้างสรรค์พื้นที่ของโรงแรมขึ้น”

โรงแรมแห่งนี้คือเสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในมุมเล็กๆ ของเมืองเชียงใหม่ เป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่าง “ความคิดสร้างสรรค์” และ “ความเชื่อ” ที่ถูกนำเสนอภายใต้การตีความอันแยบยลของเหล่านักออกแบบและศิลปิน ผู้มาเยือนจึงสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์แสนพิเศษในทุกชั่วขณะ เมื่อเขาได้มาพักกายพักใจใน Mo Rooms แห่งนี้


sep3-logo.jpg

6 - 14 December 2014
Chiang Mai Design Week 2014

www.chiangmaidesignweek.com


« Back to Result

  • Published Date: 2010-08-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี