Articles

« Back to Result | List

ฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลา – ค้นอดีตเพื่อหาอนาคต

เรื่อง : รัฐสยาม ศีลคุณ

songkla1

ใครที่ได้ย่ำเดินไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ บน ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ของเมืองสงขลา น่าจะจินตนาการได้ดีถึงความรุ่งเรืองของนครเก่าแก่แห่งนี้ในฐานะเมืองท่าที่สำคัญมานับแต่ครั้งอดีต ถนนสามสายแห่งวัฒนธรรมนี้เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องอายุมากกว่าศตวรรษ มีลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบไทย จีน ยุโรป ที่ผสมผสานกันไปตลอดสองฟากฝั่ง ถือเป็นย่านเมืองเก่าที่ดูโดนเด่นและมีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

หลังจากที่เคยเป็นเพียงหัวข้อสนทนาในร้านกาแฟมานานหลายปี ในวันนี้ชุมชนชาวสงขลาต่างเห็นคุณค่าและลุกขึ้นมาช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์นี้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม พวกเขารวมกลุ่มกันในนาม ‘ภาคีคนรักเมืองสงขลา’ จัดทำโครงการและกิจกรรมการฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลาให้กลับมีชีวิตและสีสันขึ้นอีกครั้ง

สถาปัตยกรรม - เสน่ห์และคุณค่าแห่งอดีต
“ย่านเมืองเก่าสงขลามีสถาปัตยกรรมทรงคุณค่ามากมาย จนสามารถแสดงตัวตนของเมือง (Sense of place) ได้อย่างชัดเจน… มรดกทางสถาปัตยกรรมนี้เป็นสิ่งเดียวที่ยังคงบอกถึงตัวตนและที่มาของคนสงขลาได้ และยังรอให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานเข้ามาดูแลเพื่อให้มันกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง” อ.จเร สุวรรณชาต แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยสงขลาอธิบายไว้

โดยจากการศึกษาพบว่า สถาปัตยกรรมของย่านเมืองเก่าสามารถแบ่งได้เป็นสี่แบบ แบบแรก คือ สถาปัตยกรรมห้องแถวและอาคารจีนดั้งเดิม อาคารเหล่านี้ก่อสร้างในยุคแรกของการตั้งเมืองตามคติความเชื่อแบบจีนแท้ แบบที่สอง คือ สถาปัตยกรรมห้องแถวและอาคารจีนที่ประยุกต์ตามอิทธิพลตะวันตก โดยมีร่องรอยของศิลปะแนวอาร์ตเดคโค่ (Art Deco) และอาร์ตนูโว (Art Nouveau) เข้ามาเป็นส่วนผสม แบบที่สาม คือ สถาปัตยกรรมจีนที่ประยุกต์รวมกับสถาปัตยกรรมตะวันตก อาคารลักษณะนี้พบมากในประเทศแถบอาณานิคมอังกฤษ มักถูกเรียกขานว่าสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล และแบบสุดท้าย คือ สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอาณาบริเวณเมืองเก่า เช่น ศาลหลักเมือง ศาลเจ้า วัด โรงสีโบราณ และซากกำแพงเมือง เป็นต้น

songkla2

ปัจจุบันแม้อาคารบางหลังบนถนนสามสายนี้จะผุพังแพ้พ่ายแก่กาลเวลา หลายแห่งถูกแทนที่ด้วยอาคารรุ่นใหม่ แต่ก็ยังมีอีกมากที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ภายใต้เค้าโครงเดิม (โดยคนรุ่นหลานที่อยู่อาศัยสืบต่อมาจากปู่ย่าตาทวด) บางแห่งได้รับการขัดสีฉวีวรรณและตกแต่งภายในใหม่ กลายเป็นร้านค้าและที่อยู่อาศัยที่มีความสอดคล้องกับการใช้งานของโลกปัจจุบันมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ร้านปี๊เต๋ บนถนนนครนอก ร้านนี้ตกแต่งมาจากอาคารหมออัมพรเก่า ปัจจุบันเป็นร้านกาแฟดูร่วมสมัยแต่ก็ฉายให้เห็นถึงความงามของวันคืนเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี หรือ ร้านอ่องเฮียบฮวด บนถนนเดียวกันที่อัดแน่นไปด้วยของเก่าย้อนยุค ลูกค้าของร้านสามารถชื่นชมความงามจากอดีตไปพร้อมๆ กับการจิบชากาแฟ เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นตัวอย่างของการปรับโฉมและฟังก์ชั่นอาคารเก่าให้กลับมีสีสันขึ้นอีกครั้ง อาจเรียกว่าเป็นการ Re-packaging เสียใหม่ ปรับปรุงเพิ่มสีสันอาคารเก่าให้สอดรับกับรูปแบบธุรกิจ และตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันได้ดีขึ้น โดยทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงเก็บรักษาคุณค่าและตัวตนดั้งเดิมให้คงไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

songkla3

มรดกวัตนธรรม - อร่อยลิ้นหลากเชื้อชาติ
ไม่เพียงแต่สถาปัตยกรรมที่งดงามและทรงคุณค่าเท่านั้น วิถีชีวิตของผู้คนในสงขลาก็ล้วนมีสีสันน่าสัมผัส ย่านถนนนครนอก อันเป็นท่าเทียบเรือก็ยังมีวิถีชีวิตชาวประมงให้ได้เห็น ส่วนบนถนนนางงาม หรือ ถนนเก้าห้องนั้น (ภายหลังถูกเรียกว่าถนนนางงามเนื่องจากเคยเป็นที่อยู่ของนางงามแห่งเมืองสงขลาในอดีต) ก็ยังคงความเป็นชุมชนการค้าเก่าแก่ที่คึกคัก สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างผสมกลมกลืนของหลากหลายวัฒนธรรม สมแล้วแก่ฐานะเมืองท่าที่สำคัญมาแต่ครั้งเก่าก่อน

ในแต่ละวันนั้น ถนนนางงาม มักจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาหาอาหารอร่อยรับประทาน ที่นี่มีร้านอาหารเก่าแก่หลายแห่งที่สืบทอดกิจการกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น ร้านอาหารจีนแต้เฮี้ยงอิ๊ว ซึ่งยังคงบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี มีเมนูเด่นๆ หลายรายการ เช่น ต้มยำผัดแห้ง ยำมะม่วง ฯลฯ หรือ ร้านเกียดฟั่ง (โกยาว) ร้านขายข้าวสตูเลื่องชื่อและซาลาเปาลูกใหญ่อบร้อนๆ นอกจากนั้นก็มีร้านขายขนมไทยเก่าแก่ที่สอง-แสน บ้านขนมไทย และ ขนมไทยแม่ฉวี สองร้านนี้มีขนมไทยนานาชนิดที่หาทานได้ยาก เช่น ข้าวฟ่างกวน ทองเอก หยกมณี ขนมซ่อนลูก และขนมเทียนสด ตามด้วย ร้านไอศคริมยิว และ ร้านไอศครีมโอ่ง ที่อยู่ปะปนไปกับร้านเบเกอรี่หน้าตาทันสมัย ปิดท้ายด้วยร้านอาหารอิสลามที่ขายแกงแพะร้อนๆ น่ารับประทาน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เติมเต็มเสน่ห์ให้ย่านเมืองเก่าสงขลามีสีสันไม่เหมือนที่อื่นใด

ความเคลื่อนไหวของ 'ภาคีคนรักเมืองสงขลา'
กลุ่ม ‘ภาคีคนรักเมืองสงขลา’ นั้นประกอบไปด้วยผู้คนหลายฝ่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน เช่น กลุ่มสถาปนิกและนักวิชาการจากเทศบาลนคร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา ฝ่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กรมศิลปากร ศาลหลักเมือง และเจ้าของอาคารในย่านเมืองเก่า ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันวางแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์พร้อมผลักดันให้ย่านเมืองเก่าสงขลาเติบโตเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า โดยการรักษาสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต และลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้ กลุ่มภาคีฯ หวังว่าความพยายามนี้จะนำเมืองสงขลาไปสู่ความเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยวพักผ่อน และน่าศึกษาหาความรู้อีกเมืองหนึ่งของประเทศ

songkla4

ในช่วงที่ผ่านมานั้นภาคีคนรักเมืองสงขลาได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดวงเสวนาหลายครั้ง เช่น การจัดงานถนนคนเดิน ‘ตรุษจีนถนนนางงาม’ ในเดือนกุมภาพันธ์ และ ‘งานสงขลาแต่แรก’ ในเดือนเมษายน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมสู่สาธารณชนภายนอก และเพื่อรณรงค์ฟื้นฟูย่านเมืองเก่าภายในชุมชนเองด้วย นอกจากกิจกรรมต่างๆ แล้ว ภาคีคนรักเมืองสงขลายังเน้นแบ่งการทำงานออกเป็นสามขั้นตอน ขั้นแรกคือการนำเสนอความหมายแห่งย่านเมืองเก่าผ่านสื่อ เช่น ป้ายบอกคุณค่าของอาคารและสถานที่สำคัญ เว็บไซต์ แผ่นพับ ฯลฯ ขั้นที่สองคือการปรับปรุงและฟื้นฟูย่านเมืองเก่า อันเป็นแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม ตกแต่ง ก่อสร้าง และการซื้ออาคารเก่าที่ทรงคุณค่า รวมถึงแผนการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านต่างๆ ของเทศบาลนครสงขลา เช่น การจัดทำที่จอดรถและไฟส่องสว่าง การนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน และการจัดระบบเก็บขยะ เป็นต้น ส่วนแผนงานขั้นสุดท้ายคือประเด็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ของเมือง

“แผนการฟื้นฟูย่านเก่าเมืองสงขลามีเป้าหมายสำคัญในอนาคต คือ การมุ่งศึกษาถึงความเป็นไปได้และผลักดันเมืองบางส่วนเข้าสู่ฐานะเมืองมรดกโลกตามเกณฑ์ของ UNESCO” พีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลากล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของโครงการ

โครงการทำแผนพัฒนาและฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลานี้ เป็นตัวอย่างที่น่ายินดีและน่าติดตามของความร่วมมือระหว่างชุมชนกับรัฐ ซึ่งไม่ว่าเป้าหมายสู่ความเป็นเมืองมรดกโลกนั้นจะเป็นจริงขึ้นหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยความเคลื่อนไหวทุกก้าวก็เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์มรดกของท้องถิ่น และทำให้สงขลากลายเป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น ผลลัพธ์ที่แน่นอน ณ ตอนนี้ก็คือ สงขลาจะมี "แม่เหล็กทางการท่องเที่ยว" ที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวเมืองในอนาคต

ติดตามความเคลื่อนไหวและเป็นส่วนร่วมกับ Songkhla heritage society ภาคีคนรักเมืองสงขล
คลิกที่นี่


« Back to Result

  • Published Date: 2010-05-20
  • Resource: www.tcdcconnect.com