Articles

« Back to Result | List

จับตา 10 เทรนด์เด่นประจำปีเสือ 2553

แปลและเรียบเรียง : สุภลักษณ์ ศุภนัตร์

10crucial_1

เว็บไซต์ trendwatching.com เจ้าเก่า ยังคงขะมักเขม้นจับกระแสความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคมาฝากอยู่เสมอ คาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีเสือสนุก ยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองทั่วโลกทำท่าจะสิ้นสุดลง แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเจอควันหลงเล่นงานเข้าให้อีก แต่ถึงกระนั้นก็ตาม วิกฤติก็คือโอกาส (ถ้าเรามองให้ขาด) เพราะยังไงผู้บริโภคก็ยังต้องกินต้องใช้ ต้องการสินค้า บริการ และนวัตกรรมเจ๋งๆ มาช่วยบรรเทาอาการทรัพย์จางและผ่อนคลายความตึงเครียดในชีวิตอยู่เหมือนเดิม เรามาจับตาดูแนวโน้มของเทรนด์ผู้บริโภคปีนี้ว่ามีอะไรกันบ้างดีกว่า

1. ฉีก แหวก แตกต่าง ยุคนี้ต้องคิดต่าง ทำต่าง และต้องก้าวให้ทันกับพฤติกรรมการบริโภคของคนที่เปลี่ยนไป แนวทางการประกอบธุรกิจต้องเน้นความโปร่งใส่ จริงใจมากกว่าที่เคย ผู้บริโภคจะมีส่วนร่วมมากขึ้น ความคิดแบ่งเขาแบ่งเราไม่ฮิต อาจต้องเปลี่ยนเป็นแนวคิดรวมกันเราอยู่แยกหมู่เราล้มละลาย ใครที่เคยคงความเรียบง่ายไม่ขอเสี่ยง ก็อาจต้องหันมาลองทำธุรกิจแบบกล้าๆ กันบ้าง

10crucial_2

2. วิถีคนเมือง ชีวิตเมืองนั้นช่างน่าหลงใหล ดูจากกระแสคนไหลเข้าเมืองที่ยังคงบูมต่อเนื่องมาตลอดสองทศวรรษ โดยเฉพาะในเขตประเทศกำลังพัฒนา มีอัตราการเพิ่มของประชากรเมืองสูงถึงสามล้านคนต่อสัปดาห์ สังคมคนเมืองเติบโตขึ้นพร้อมกับพฤติกรรมการบริโภคที่ซับซ้อนขึ้น คนเมืองเหล่านี้มีความต้องการสูง ชอบลองชอบรู้ และมีแนวโน้มที่จะตอบรับกับสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ฉีกแนวไม่เหมือนใคร ดูตัวอย่างตู้ ATM ในย่านลอนดอนตะวันออก ที่ทุกวันนี้มีเมนูหน้าจอให้คนเลือกใช้บริการด้วยคำเขียนและสำนวนกวนๆ สไตล์ค๊อกนี่

3. ข้อมูลแบบเรียลไทม์ การรับรู้ข้อมูลต้องทันเหตุการณ์และรวดเร็วทันใจ สอดคล้องกับกระแส Nowism ของสังคมยุคออนไลน์ เว็บไซต์ twitter.com คือ ตัวอย่างที่ชัดเจนของพฤติกรรมขยันอัพเดทข่าวสาร รวมถึงอิทธิพลของเว็บไซต์ที่ช่วยในการค้นหาข้อมูล อยากรู้อะไรก็กูเกิลได้ทันที อยากซื้ออะไรก็สามารถเสิร์ชหา อ่านคำแนะนำ เปรียบเทียบราคา หรือศึกษาสินค้าจากประสบการณ์ของผู้ใช้คนอื่นได้ การบริโภคและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้แบรนด์และผู้ประกอบการทั้งหลายต้องหันมาฟังเสียงของผู้บริโภคมากขึ้น

10crucial_3

4. ยิ่งแตกต่างยิ่งโก้ เพราะผู้บริโภคสมัยนี้ต้องการรู้สึกและแสดงออกว่าตนเองมีเอกลักษณ์แตกต่างไม่เหมือนใคร อะไรที่ยิ่งหายากก็ยิ่งแสดงถึงความ "ตาถึง" ของผู้ครอบครองคนนั้น คนยุคนี้แม้มีเงินทองก็ไม่ได้จะเลือกของที่ "ราคาแพงสุด" หรือ "ขนาดใหญ่สุด" เสมอไป เข้าทางพฤติกรรมคนเมืองที่แสวงหาความไม่ธรรมดา ชอบสิ่งที่มีจำนวนจำกัด มีช่องทางการขายจำกัด มีการกำหนดโลเคชั่นเฉพาะ ฯลฯ ตัวอย่างเช่น แบรนด์หรู Burberry ที่ออกไลน์สินค้า Blue Label วางจำหน่ายเฉพาะบางเมืองในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยออกแบบเสื้อผ้าให้มีคาแรกเตอร์โฉบเฉี่ยวคล่องตัวขึ้น อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ กลุ่มสินค้าผลิตพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในอาคารผู้โดยสาร 5 (Terminal 5) ของสนามบิน Heathrow เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอราคาแพงจาก Bulgari หรือแม้แต่ร้านโดนัมคริสปี้ ครีม ก็ผลิตโดนัทรส T5 ออกมาเป็นพิเศษ

5. การรวมกลุ่มของคนคอเดียวกัน จากเครือข่ายสังคมออนไลน์สู่การพบปะกันแบบตัวเป็นๆ ในอดีตความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเคยถูกมองว่า ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันลดลง แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ว่าได้กลายเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกสารทิศให้ออกมาสังสรรค์เจอะเจอกันนอกจอคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่น การนัดรวมพลทำกิจกรรมของเครือข่ายต่างๆ บนเฟซบุ๊ก เป็นต้น

6. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวคิดประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนยังคงเป็นกระแสที่ได้รับการตอบรับจากสังคม ซึ่งปัจจุบันนี้ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น การผลิตสินค้าและบริการแนวรักษ์โลกเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างชัดเจน (ชนิดที่ตัวผู้บริโภคเองแทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำ) รวมไปถึงการออกกฎระเบียบจากภาครัฐ อาทิเช่น การห้ามจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดในเมือง Bundanoon ประเทศออสเตรเลีย โดยชาวเมืองได้ร่วมกันโหวตให้มีการใช้ภาชนะบรรจุที่เรียกว่า Bundy on Tap สำหรับเติมน้ำจากจุดให้บริการน้ำดื่มที่ติดตั้งไว้ทั่วเมืองเท่านั้น

10crucial_4

7. บริการตรวจสอบและแจ้งเตือน ถือเป็นรูปแบบใหม่ของระบบการค้นหาข้อมูล ช่วยอำนวยความสะดวกในแง่การประหยัดเวลา กันพลาดกันลืม ทั้งยังช่วยเพิ่มอำนาจการควบคุมให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งตัวบุคคลได้อย่างละเอียด ทวิตเตอร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมประเภทนี้ เพราะคุณสามารถเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์บ้านเมือง หรือตัวนักการเมืองในหลายๆ ประเทศ ล่าสุดกรมการขนส่ง ประเทศบราซิล ได้ใช้ทวิตเตอร์รายงานสภาพการจราจรและอุบัติเหตุ นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่ใช้การส่งอีเมลเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบถึงสถานที่จำหน่ายและรายการสินค้าในแต่ละวัน อาทิเช่น รถบรรทุกขายอาหารของ Kogi Korean BBQ ในลอสแองเจลิส เป็นต้น

8. การคืนกำไรสู่สังคม เป็นเทรนด์แรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ว่าด้วยเรื่องสินค้าและบริการที่พ่วงการกุศลเข้าไปด้วย (Embedded Generosity) ธุรกิจหลากหลายรูปแบบที่ต้องการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ในฐานะ "ผู้ให้" จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคของตนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันและตอบแทนสังคม อาทิเช่น แบรนด์ Baby Teresa ผู้ผลิตเสื้อผ้าเด็กทารก ที่ทำการบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กในประเทศยากจนอยู่เรื่อยๆ ส่วนค่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง P&G ก็ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ก่อตั้งกองทุนเงินบริจาคเพื่อซื้อวัคซีนป้องกันบาดทะยักจากการขายสินค้า เป็นต้น

9. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว แนวโน้มสำคัญสำหรับการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่สืบเนื่องมาจากสื่อสังคมออนไลน์ (หรือ Social Media) ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น ผู้บริโภคทุกวันนี้มองหาสินค้าหรือบริการที่มอบความมั่นใจในการดูแลรักษาและใช้ข้อมูลส่วนตัวของเขาอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น บริการดูแลข้อมูลออนไลน์ของลูกค้าผ่านระบบ Reputation Defender หรือ ClaimID หรือบริการรักษาความปลอดภัยของพันธุกรรมส่วนบุคคลโดยธนาคาร Swiss DNA ซึ่งจะมีการนำข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของลูกค้าไปเก็บรักษาไว้ในหลุมหลบภัยใต้ดินของค่ายทหาร

10. สินค้าติดเรทความร้อนแรง กระแสธุรกิจที่เล่นกับไอเดีย "แรงๆ" สำหรับกลุ่มลูกค้าวัยผู้ใหญ่ที่มองหาความแปลกใหม่ ท้าทาย (และเซ็กซี่) มีออกมาให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น อมยิ้มเซ็กซี่สำหรับผู้ใหญ่ เสื้อยืด Legalize Gay ของแบรนด์ American Apparel และไอศกรีมติดเรท X ยี่ห้อ The Icecreamists ของอังกฤษ เป็นต้น

ที่มา: trendwatching.com


« Back to Result

  • Published Date: 2010-06-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com