Articles

« Back to Result | List

กลุ่มสมุนไพรไทยดอยน้ำซับ – ก่อร่างธุรกิจด้วยทุนทางสังคม

เรื่อง : รัฐสยาม ศีลคุณ

doi-num-sub

จากสมุนไพรนับสิบชนิดที่ปลูกขึ้นแบบปลอดสารพิษโดยชาวบ้านในอำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถึงพร้อมด้วยคุณค่าแห่งสมุนไพรหลากหลาย ภายใต้การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยศูนย์พัฒนาสมุนไพรของโครงการดอยน้ำซับ ซึ่งถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคมรายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จด้วยการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม สามารถทำตลาดได้ก้าวไกลสู่เวทีนานาชาติ

กลุ่มสมุนไพรดอยน้ำซับ ถือกำเนิดขึ้นมาสิบสี่ปีแล้ว โดยกลุ่มนักศึกษาคณะพัฒนาสังคม สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้ไปทำงานในพื้นที่บ้านดอยงาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งโครงการปลูกพืชสมุนไพรปลอดสารพิษขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพชุมชน ก่อนที่จะขยายมาสู่เขตอำเภอแม่ฟ้าหลวงในปัจจุบัน

ด้วยความที่เป็นคนเหนือและมีพ่อเป็นหมอพื้นบ้าน ดุษฎี สุทธิเลิศ ผู้ก่อตั้งโครงการดอยน้ำซับมองว่า วิถีชีวิตของคนไทยนั้นผูกพันกับสมุนไพรกันตั้งแต่เกิดจนตาย จึงแนะนำให้ชาวบ้านปลูกสมุนไพรเป็นอาชีพ โดยเน้นหลักให้ชาวบ้านพึ่งพาตนเอง ใช้ทุนทางสังคมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำงานวิชาการเข้ามาช่วยในจุดที่จำเป็น

“ที่จริงชาวบ้านเขาคุ้นเคยกับการเพาะปลูกสมุนไพรอยู่แล้ว เขาสามารถนำสมุนไพรเหล่านี้ไปขายหรือใช้ในการรักษาโรคก็ได้” ดุษฎีเล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ

สินค้าเด่น - ลูกประคบสมุนไพรดอยน้ำซับ
อย่างไรก็ดี วันหนึ่งเมื่อดุษฎีได้ไปเห็นลูกประคบที่จัดแสดงในงานสมุนไพรแห่งชาติ จึงเกิดแรงบันดาลใจในการนำสมุนไพรที่ชาวบ้านปลูกไว้มาแปรรูป อันเป็นที่มาของ "ลูกประคบสมุนไพรดอยน้ำซับ" ที่สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านได้หลายสิบครัวเรือน

doi-num-sub2

ลูกประคบสมุนไพรดอยน้ำซับ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยประยุกต์ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีรูปลักษณ์สวยงามและสะดวกต่อการใช้สอย โดยทางศูนย์ฯ ได้เลือกใช้สมุนไพรแห้งแทนสมุนไพรสด ทำให้สามารถเก็บอยู่ในห่อสูญญากาศพร้อมใช้งานได้อย่างสะดวก นี่เองส่งผลให้การใช้ลูกประคบสมุนไพรเริ่มกลับมาแพร่หลายในสังคมเมืองอีกครั้ง (รวมทั้งยังได้รับความนิยมไปไกลถึงต่างประเทศ)

อย่างไรก็ดีการผลิตสินค้าชุดนี้ได้ผ่านการปรับสูตรและลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง จนในที่สุดทางศูนย์ฯ ก็ได้เลือกผลิตสินค้าลูกประคบให้มีขนาดต่างๆ กันตามแต่ประโยชน์ใช้สอย เช่น ใช้นวดหน้า ใช้ประคบตัว เป็นต้น

การใช้ลูกประคบสมุนไพรนั้นถือเป็นภูมิปัญญาแห่งการนวดแผนไทยที่แพร่หลายในอดีต นับตั้งแต่การใช้นวดประคบบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก หรือใช้ประคบสตรีหลังการคลอดบุตร ด้วยคุณค่าแห่งสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น ไพลและกระชาย (ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง ลดการปวดของกล้ามเนื้อ) ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ข่า (ช่วยบำรุงรักษาผิว) ขิง (ช่วยขับลมและเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย) ตะไคร้ ใบมะกรูด ผิวมะกรูด (ให้กลิ่นหอม บรรเทาอาการไอ) ใบมะขามและใบส้มป่อย (ช่วยคลายกล้ามเนื้อ) หากคนเรารู้จักนำไปใช้อย่างถูกหลักวิธี ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ให้ได้มากมาย

“ลูกประคบไม่ได้ซื้อไปตั้งโชว์แต่ซื้อไปใช้ ทุกวันนี้โครงการดอยน้ำซับจึงเปิดโรงเรียนสอนการใช้ลูกประคบอย่างถูกวิธีด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจว่าลูกประคบของเราต่างจากของที่อื่นอย่างไร เราอยากให้คนมองเห็นถึงความแตกต่างบนความเหมือน เราจึงทำสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าธรรมดาให้ไม่ธรรมดาขึ้นมา”

doi-num-sub3

ธุรกิจดี - ตั้งราคาให้สมคุณภาพ
เลือกตลาดให้สมผลิตภัณฑ์ และพัฒนาสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง ดุษฎีเผยว่าโครงการดอยน้ำซับนั้นมีลูกค้าเป็นตลาดส่งออกเสียส่วนมาก ทั้งที่เป็นลูกค้ารายย่อยและผู้ที่ซื้อไปใช้ในกิจการสปา (คิดเป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติได้ถึงร้อยละ 80) โดยตลาดสำคัญคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย และกลุ่มประเทศเอเชียอื่นๆ รองลงมาคือตลาดตะวันตก เช่น อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ซึ่งแม้ว่ามาตรฐานการส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปนั้นจะแสนเข้มงวด แต่ผลิตภัณฑ์ของดอยน้ำซับก็สามารถฝ่าด่านอรหันต์ต่างๆ ไปได้ ด้วยคุณภาพของตัวสินค้าซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“กลุ่มลูกค้าในประเทศจะน้อยกว่า เพราะลูกประคบหรือสมุนไพรนั้นไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับคนไทย อีกทั้งสินค้าของเรามีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากเราเน้นมาตรฐานและขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถัน มีลูกค้าบางรายที่ไปลองใช้ลูกประคบที่ราคาต่ำกว่าของเจ้าอื่น สุดท้ายก็ต้องกลับมาหาเราเหมือนเดิม เขาบอกว่าของที่อื่นพอนึ่งแล้วไม่มีกลิ่นหอมเหมือนของที่นี่ เราจึงเชื่อมั่นว่าสินค้าที่มีคุณภาพนั้นจะอยู่ได้ยืนยาวกว่า”

นอกจากนั้นดุษฎีกล่าวว่าทางกลุ่มฯ ได้ทำการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งรูปแบบและสีสัน เช่น ลูกประคบที่ห่อด้วยผ้าทอพื้นเมืองเพื่อตอบสนองตลาดญี่ปุ่น หรือลูกประคบงาสมุนไพรซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าระดับ 5 ดาว นอกจากนั้นก็ยังมีลูกประคบงาดำ น้ำมันงา ยาอบสมุนไพร ลูกอาบน้ำ กระโจมอบสมุนไพร ฯลฯ ยังไม่รวมถึงธุรกิจเสริมที่ทางกลุ่มฯ ได้ริเริ่มขึ้น เช่น โรงเรียนสอนการนวดแผนไทยและการประคบสมุนไพร การบริการอยู่ไฟสำหรับสตรีหลังคลอดถึงบ้าน รวมถึงแผนในอนาคตที่จะสร้างศูนย์รองรับผู้สูงอายุชาวต่างชาติด้วย

ธุรกิจเพื่อสังคม - ความสุขของทุกคน
การทำธุรกิจเพื่อสังคมนั้นมีหลักการดำเนินงานไม่ต่างจากธุรกิจทั่วๆ ไป นั่นก็คือจะต้องมีการแข่งขัน และมีกลไกตลาดเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้บริหารและความชำนาญของฝ่ายการตลาด ที่จะต้องมีทั้งวิสัยทัศน์และความสามารถเพื่อจะนำพาองค์กรไปสู่ "ผลกำไร" ทั้งในด้านเม็ดเงินและด้านอื่นๆ

“ที่ตั้งชื่อว่าดอยน้ำซับนั้น เราต้องการสื่อความหมายถึงบริเวณที่มีน้ำซับอยู่ใต้ดินอย่างไม่เหือดแห้ง มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นต้นกำเนิดของสายธารที่หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี เป็นเช่นการเติบโตและการพัฒนาแบบทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ทว่ามีความยั่งยืน” ดุษฎีผู้ที่เคยได้รับรางวัลบุคคลเกียรติยศในด้านผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นประจำปี 2550 อธิบายถึงที่มาของชื่อโครงการฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

“ทำงานกับชุมชน เราต้องพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นก่อนว่าเราเข้ามาช่วยเขาอย่างไร ไม่ใช่เข้ามาเอาประโยชน์อย่างเดียว ส่วนภาครัฐมักไม่ค่อยมีนโยบายต่อเนื่อง ข้าราชการประจำก็ทำตามนโยบายของฝ่ายการเมืองมากกว่า ฉะนั้นเมื่อนโยบายเปลี่ยน การปฏิบัติก็เปลี่ยนไปด้วย การพัฒนาทุกวันนี้มีหลายภาคส่วนเข้ามาดูแล ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนมาก”

“การเป็น Social Entrepreneur นั้น แม้เราจะใช้เงื่อนไขเดียวกับการทำธุรกิจ แต่แนวทางของการดำเนินธุรกิจจะต้องวางอยู่บนพื้นฐานของการให้ความช่วยเหลือ และมิได้ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เรามีเป้าหมายเพียงเพื่อให้คนในสังคมดำรงชีพอยู่ได้โดยปกติสุข อย่างพอเพียง และไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ความยากจึงอยู่ที่ความเพียรพยายามของเราที่จะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพราะรายละเอียดบางอย่างก็ทำได้ยากมาก ...แต่เราก็มีความสุขที่ได้ทำ”

เทคนิคการทำลูกประคบสมุนไพร
1. ปลูกสมุนไพรต่าง ๆ ในหน้าฝน เพราะเจริญเติบโตได้ดี เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด กระชาย มะขาม ส้มป่อย เพื่อพร้อมเก็บเกี่ยวในหน้าร้อนถัดไป
2. ควรเก็บสมุนไพรยามหน้าร้อน เพราะจะให้กลิ่นและสรรพคุณที่ดี โดยนำไปทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ แล้วอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ราว 6 ชั่วโมง
3. นำสมุนไพรต่างๆ มาบรรจุเข้าลูกประคบ โดยใช้ผ้าขนาดต่างๆ ที่เตรียมไว้และมัดให้สวยงาม ผนึกแบบสูญญากาศเพื่อความสะอาดและป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เก็บไว้ได้นาน
เทคนิคการทำลูกประคบสมุนไพร
1. ปลูกสมุนไพรต่าง ๆ ในหน้าฝน เพราะเจริญเติบโตได้ดี เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด กระชาย มะขาม ส้มป่อย เพื่อพร้อมเก็บเกี่ยวในหน้าร้อนถัดไป
2. ควรเก็บสมุนไพรยามหน้าร้อน เพราะจะให้กลิ่นและสรรพคุณที่ดี โดยนำไปทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ แล้วอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ราว 6 ชั่วโมง
3. นำสมุนไพรต่างๆ มาบรรจุเข้าลูกประคบ โดยใช้ผ้าขนาดต่างๆ ที่เตรียมไว้และมัดให้สวยงาม ผนึกแบบสูญญากาศเพื่อความสะอาดและป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เก็บไว้ได้นาน

สถานที่ติดต่อ : ดุษฎี สุทธิเลิศ, สำนักงานกรุงเทพฯ 505 ซอยลาดพร้าว 48 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ โทร. 02 5139086 www.doinumsub.com

« Back to Result

  • Published Date: 2010-06-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com