Articles

« Back to Result | List

“ANOKHI” ผ้าพิมพ์แห่งความสุข

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส

Anokhi

"อินเดีย" ประเทศที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลาย ทั้งทางสถานะ ชนชั้น และความเชื่อของคนในสังคม เรามักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับความกดดันในชีวิตของหญิงชาวอินเดียกันมาต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก การไม่ยอมรับความเป็นหญิงหม้าย การถูกบังคับให้เดินเข้ากองไฟเพื่อตายตามสามีและอีกหลายอย่างตามระบบความเชื่อโบราณ

ด้วยความที่ "สิทธิ" "เสรีภาพ" และเรื่องของ "ความเสมอภาคทางสังคม" ยังคงเดินทางมา "ไม่ถึง" ที่นี่ ทุกวันนี้เราจึงไม่ได้เห็นสาวชาวราชสถานตามสถานที่สาธารณะกันสักเท่าไหร่ แม้แต่งานเบาๆ อย่างงานขายของตามร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนงานบริการต่างๆ ก็ถูกสงวนสิทธิไว้ให้แต่เฉพาะบรรดาชายหนุ่มเท่านั้น

ภาพจากโปสเตอร์โฆษณาการท่องเที่ยวอินเดียที่มีหญิงสาวหน้าแฉล้มนัยน์ตาคม โปรยยิ้มอ่อนหวาน เชื้อเชิญให้นักเดินทางทั่วโลกมาสัมผัสกับดินแดนภารตะนั้น ช่างเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากอินเดียของจริงที่เราได้เห็น เพราะที่นี่หญิงสาวในชุดส่าหรียังต้องซ่อนใบหน้าไว้อย่างมิดชิดภายใต้ผ้าคลุมสีสด บนศีรษะยังแบกทูนวัสดุที่มีน้ำหนักต่างๆ ทั้งหม้อ ไห กาละมัง กองฟาง ถังน้ำ ฯลฯ นี่ต่างหากคือภาพแห่งวิถีชีวิตแท้ๆ ที่บ่งบอก "ความเป็นหญิงชาวอินเดีย" ได้อย่างชัดเจนที่สุด

โดยเฉพาะที่ "รัฐราชสถาน" อาณาจักรแห่งความมั่งคั่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมเก่าแก่แล้ว หญิงสาวในเมืองนี้ต้องทำงานหนักมากกว่าหญิงสาวประเทศใดในโลก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทุบหินในบ่อ การขุดแร่ และงานหนักอื่นๆ เช่น การเก็บเกี่ยวผลผลิตในท้องไร่ ยังไม่นับรวมถึงงานสามัญประจำบ้านที่สตรีทุกนางจะต้องทำเป็นปกติ เช่น การตักน้ำ เก็บฟืน ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน เลี้ยงลูก ฯลฯ

ตราบใดที่คัมภีร์พระเวทยังคงระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “หญิงที่ปรนนิบัติสามีจนตัวตาย จะช่วยชำระบาปของญาติได้ทั้งสามฝ่าย ได้แก่ บาปของบิดา บาปของมารดา และบาปของครอบครัวสามีตนเอง” ผู้หญิงที่นี่ก็คงต้องทนทุกข์กับความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ความงดงามที่น่าอัศจรรย์
แต่แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดเรื่องหนึ่งก็ได้บังเกิดขึ้น เมื่อ "อะโนคี" (Anokhi) ผู้ประกอบการธุรกิจผ้าในเมืองจัยปูร์ ตัดสินใจหันมาฟื้นฟูการพิมพ์ลายผ้าด้วยบล็อคไม้ ซึ่งเป็นเทคนิคการพิมพ์แบบดั้งเดิมของราชสถานที่ใกล้จะสูญหาย

Anokhi2

เรื่องราวของธุรกิจเสื้อผ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีก่อน โดยสองผู้ก่อตั้งนาม Faith Singh และ J.P. John Singh บนความตั้งใจที่จะต่อลมหายใจให้กับงานฝีมือแบบดั้งเดิมของราชสถาน และผสมผสานมันเข้ากับรสนิยมร่วมสมัยให้ได้อย่างลงตัว

"อะโนคี (Anokhi) แปลว่า น่าทึ่งครับ หัวใจของแบรนด์เรา คือ สินค้าทุกชิ้นจะต้องมีรายละเอียดของงานฝีมือปรากฏอยู่ด้วย เพราะสิ่งนี้จะทำให้ทั้งสินค้าและช่างฝีมือของเราคงอยู่ต่อไปได้ นอกจากนั้นแล้ว เรายังดำเนินธุรกิจบนรากฐานของการค้าแบบชอบธรรม (Fair Trade) การเปิดใจกว้าง (Openness) และการดูแลประชาชน (Take Care of People) ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น ด้วยการกระจายศูนย์กลางการพิมพ์ลายผ้าบล็อคไม้ไปยังหลายๆ หมู่บ้านในเมืองจัยปูร์ครับ” คำกล่าวของ Pritam Singh บุตรชายของ Faith Singh ที่มีให้กับเรานี้ สามารถยืนยันถึงเรื่องราวอันน่าทึ่งของแบรนด์ Anokhi ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากเขาจะได้ต่อชีวิตให้กับเทคนิคการพิมพ์ลายผ้าโบราณแล้ว เขาและแบรนด์ Anokhi ยังได้ก่อร่างสร้างแนวคิดอันทรงคุณค่าในการประกอบธุรกิจ จนกลายเป็นหนึ่งใน “ผู้ประกอบการสังคม” ที่น่าจับตามองที่สุดของอินเดีย

สีสัน ผ้าพิมพ์ และรอยยิ้มของชุมชน ด้วยความที่โอกาสในการจ้างงานของผู้หญิงในราชสถานนั้นค่อนข้างจำกัด นโยบายการกระจายศูนย์กลางการพิมพ์ลายผ้าของ Anokhi จึงเป็นนโยบายที่มีประโยชน์มาก เพราะสามารถกระจายงานให้กับช่างฝีมือได้กว่า 1,000 คน ทำให้แรงงานผู้หญิงจากชนบทของราชสถานสามารถเลือก “สถานที่ทำงาน” ให้เหมาะสมกับตนเองได้

Anokhi3

จะว่าไปแล้ววิธีการนี้ช่างเหมาะเจาะกับวิถีชีวิตอันเคร่งครัดของสาวราชสถาน เพราะแม้แต่หญิงหม้ายที่ห้ามออกจากบ้านไปไหนเป็นเวลานับเดือน ก็ยังสามารถเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กับทำงานที่บ้านได้ ในขณะเดียวกันทางบริษัทฯ เองก็ได้รับประโยชน์จากผลงานเย็บปักถักร้อยต่างๆ ที่หลั่งไหลมาจากกลุ่มแรงงานผู้หญิงตามหมู่บ้าน และจากลูกจ้างอีกจำนวนไม่น้อยที่ทำงานในฟาร์มชนบท เท่านั้นยังไม่พอ ทุกวันนี้ธุรกิจของ Anokhi ยังจัดให้มีบริการด้านสาธารณสุข มีสถานรับเลี้ยงเด็กช่วงกลางวันในโรงงาน มีทุนการศึกษาสำหรับบุตรของลูกจ้าง รวมทั้งยังพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอีกด้วย

เมื่อได้เห็นความงดงามของลวดลายและสีสันสดใสบนผ้าพิมพ์แต่ละผืนของ Anokhi แล้ว เราก็อดคิดขึ้นมาเล่นๆ ไม่ได้ว่า บางทีความสุขที่สุดในชีวิตของบรรดาหญิงสาวชาวราชสถาน อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เธอได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในขณะที่นั่งทำงานอยู่กับบ้านก็ได้

กระตุกต่อมคิด :
ในฐานะ “ธุรกิจเพื่อสังคม” (หรือ Social Entreprise) สิ่งที่ Anokhi ทำ คือการพยายามผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบธุรกิจทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ลูกจ้าง ชุมชน สภาพแวดล้อม ฯลฯ ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุด ซึ่งถือเป็นการ “คืนกำไรให้กับทุกชีวิต” ได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม :
- หนังสือ Culture Shock! India
(Culture Shock! A Survival Guide to Customs & Etiquette) โดย Gitanjali Kolanad
- The Anokhi Foundation

« Back to Result

  • Published Date: 2010-06-08
  • Resource: www.tcdcconnect.com