Articles

« Back to Result | List

ธุรกิจสร้างสรรค์ของ Karmakamet รวยรินกลิ่นความฝัน …ในโลกเร้นลับที่สัมผัสได้จริง

เรื่อง: พลอย มัลลิกะมาส

Karmakamet-1

"มนุษย์มักกลัวอนาคตและสิ่งที่ยังมาไม่ถึง" ความเชื่อนี้เองทำให้ "การหวนระลึกถึงคืนวันแห่งความสุขในอดีต" กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสินค้าของณัทธร รักษ์ชนะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ร่วมก่อตั้งผลิตภัณฑ์เครื่องหอมแบรนด์ดัง Karmakamet

เปิดประตูสู่ Secret World
ณัทธรเล่าให้เราฟังว่า Karmakamet มีที่มาจากคำว่า "Karma" ซึ่งหมายถึงโชคชะตา และคำว่า "Kamet" ซึ่งเป็นชื่อของภูเขาในแถบหิมาลัย การผสานกันระหว่างคำสองคำนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มกลิ่นอายความน่าหลงใหลให้กับแบรนด์แล้ว ยังเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้าได้จินตนาการต่ออีกว่า "กลิ่นหอมกลิ่นไหนที่จะพาเราย้อนกลับสู่ความทรงจำในวันเก่าๆ ที่ไม่เคยลืมเลือนได้ลง"

Karmakamet-2

"จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการทำร้านเครื่องหอมของผม เกิดจากความเบื่อหน่ายโลกแห่งความวุ่นวาย ผมเคยทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา งานที่ต้องสนองความต้องการของคนอื่นมากๆ และอะไรที่เกี่ยวข้องกับโลกทุนนิยมเยอะๆ (ณัทธรเคยทำงานเป็นสไตล์ลิสต์ และนักออกแบบตกแต่งภายใน) พอวันหนึ่งได้เจอกับหุ้นส่วนที่เรียนพวกเครื่องหอมมา เขาทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องของกลิ่นมีเสน่ห์และน่าสนใจ กลิ่นหอมเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ มันมีรูปธรรมของมัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นนามธรรมซ่อนอยู่"

"ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต่างมี "Secret World" หรือโลกเร้นลับเฉพาะของตัวเอง เป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราสามารถดื่มด่ำความสุขจากคืนวันเก่าๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีความหอมของกลิ่นที่คุณชื่นชอบเป็นสิ่งที่ช่วยพาคุณกลับสู่โลกใบนั้น” ณัทธรเล่าถึงที่มาและคอนเซ็ปท์ของ Karmakamet

แรกเริ่มเดิมที Karmakamet เป็นเพียงร้านเครื่องหอมเล็กๆ ตั้งอยู่ในตลาดนัดสวนจตุจักร โครงการ 2 ซอย 3 สินค้าของเขาได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ จนปัจจุบันได้ขยายสาขาร้านเครื่องหอมไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์ พร้อมทั้งแตกไลน์เป็นร้านน้ำชาด้วย ที่ Karmakamet นอกจากจะมีน้ำมันหอมระเหยเป็นสินค้าหลักแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมชนิดอื่นๆ เป็นต้นว่าเทียนหอม, ถุงหอม,น้ำมันนวด, สบู่และเจลอาบน้ำ, โลชั่น, แชมพูสระผม, ยาหม่อง ฯลฯ โดยมีทั้งกลิ่นที่เกิดจากดอกไม้ธรรมชาติล้วนๆ และกลิ่นพิเศษที่ทางร้านผสม (Blend) ขึ้นเอง แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือที่นี่ยังรับ “สร้างกลิ่น” ให้กับสินค้า บริษัท โรงแรม และผู้ที่สนใจสร้างสรรค์กลิ่นหอมใหม่ๆ เพื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย

Karmakamet-4

เลือกสรรแล้วนำมาสร้างใหม่
ใครที่เคยเห็นหน้าร้านและได้ผ่านตาสินค้าของ Karmakamet มาบ้าง คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมของที่นี่อยู่ที่การเลือกใช้ส่วนผสมชั้นดี และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สุดแสนจะปราณีตพิถีพิถัน ราวกับว่าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมแต่ละชิ้นคืองานศิลปะชิ้นเอก

"งานทุกชิ้นของผมมักมีบริบททางสังคมแฝงอยู่ เวลาผมออกแบบอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้ทำเพื่อให้มันออกมาสวยเพียงอย่างเดียว แต่ผมจะนึกถึงเรื่องราวและสิ่งต่างๆ ที่อยู่โดยรอบ ที่สำคัญก็คือจริงๆ แล้วผมไม่ใช่นักออกแบบ แต่อยากเรียกตัวเองว่า 'นักเลือกสรร' มากกว่า เพราะผมไม่เคยตั้งใจออกแบบให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเพียงแต่หยิบยกความทรงจำในวัยเด็ก สมัยที่ยังอาศัยอยู่ที่อำเภอสุไหงโก–ลก จังหวัดนราธิวาส มาผสมผสานกับประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้พบได้เห็นและเก็บสะสมไว้ เพิ่มเติมและปรับปรุงมันด้วยรสนิยมส่วนตัว จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและโรงแรม Karmakamet อย่างที่เห็น” ณัทธรอธิบายถึงกลยุทธ์การออกแบบของเขาเช่นนั้น

“อยู่หอม กินหอม” อย่างไรให้กลายเป็นธุรกิจ
ธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยเงินทุน 3 แสนบาท ที่ณัทธรได้ใช้ประสบการณ์และทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตสร้างสรรค์ขึ้น แม้จะเคยล้มลุกคลุกคลาน จนเรียกได้ว่าต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ บวกกับการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดปัจจุบัน ณัทธรรู้ว่าการจะทำแบรนด์เล็กๆ แบรนด์หนึ่งให้เป็นที่รู้จักนั้น เขาต้องใช้ความพยายามสูงมาก แต่ในที่สุด Karmakamet ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจนสามารถเปิดสาขาที่ 2 ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 6 เดือน

ปัจจุบันนอกจากที่ตลาดจตุจักรแล้ว Karmakamet ขยายช่องทางการจำหน่ายออกไปอีกหลายที่ ทั้งที่เซ็นทรัลเวิลด์, เชียงใหม่, TCDC รวมทั้งได้ต่อยอดแนวความคิดไปสู่ธุรกิจใหม่ ซึ่งก็คือบูติคโฮเต็ลขนาดกะทัดรัดนามว่า Karmakamet Aromatic Hotel (ตั้งอยู่ที่หาดบ่อผุด เกาะสมุย) โรงแรมเล็กๆ ที่มีห้องพักเพียง15 ห้อง ได้ใช้เรื่องของ "กลิ่นหอม" มาสร้างเป็นจุดขาย โดยณัทธรเป็นผู้วางคอนเซ็ปต์และออกแบบตกแต่งเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโรงแรม, สปา, ร้านอาหาร หรือร้านเครื่องหอม

"Secret World" ยังคงเป็นเสมือนร่มคันใหญ่ที่ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการออกแบบตกแต่ง ณัทธรต้องการให้โรงแรมแห่งนี้เป็นเสมือนโลกส่วนตัวของนักเดินทางที่มองหาสถานที่เงียบสงบเพื่อพักผ่อนหย่อนใจบนเกาะสมุย พร้อมกันนั้น เขายังได้นำแนวคิดเรื่องการ “อยู่หอม กินหอม”* มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้มาพักได้สัมผัสกับวิถีการกินอยู่อันปราณีตเฉกเช่นวันคืนเก่าๆ ณัทธรหวังว่าการออกแบบของเขาจะทำให้ผู้มาพักได้ดื่มด่ำไปกับ “โลกเร้นลับส่วนบุคคล” ในทันทีที่ก้าวเข้าสู่ด้านในของโรงแรม

เมื่อความงดงามของตัวโรงแรมซึ่งใช้สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลอินโดไชน่า ถูกผสานเข้ากับคอนเซ็ปท์การอยู่หอม-กินหอม และวิถีชีวิตอันปราณีตบรรจงแบบ Slow Living (ที่หาไม่ได้ง่ายๆ บนเกาะท่องเที่ยวที่คอมเมอเชียลสุดขีดอย่างสมุย) ทำให้ Karmakamet Aromatic Hotel ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Relais & Chateaux, World’s Benchmark of Hotel and Restaurant Excellence ซึ่งเป็นสมาพันธ์โรงแรมและร้านอาหารที่เก่าแก่หรูหราที่สุดของประเทศฝรั่งเศส (คัดเลือกแต่เฉพาะโรงแรม / ร้านอาหาร ที่ถึงพร้อมด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรม และความปราณีตละเอียดอ่อนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเท่านั้น) โดยในประเทศไทยมีเพียง 4 โรงแรมที่ได้รับเกียรติอันนี้ ได้แก่ โรงแรมราชมรรคา จังหวัดเชียงใหม่, โรงแรมภูเก็ต พาวิเลียน จังหวัดภูเก็ต, ดิ ยูจีเนีย กรุงเทพฯ และ Karmakamet Aromatic Hotel

Karmakamet-3

ธุรกิจสร้างสรรค์สีฟ้า-ขาว
แม้จะออกตัวตั้งแต่แรกว่า เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยใจรัก โดยไม่ได้ใช้ตัวเลขรายรับหรือกำไรเป็นตัวตั้ง หากแต่ในวันนี้การสร้างธุรกิจจากความชอบส่วนตัว "ด้วยการเรียกร้องวิถีชีวิตแบบวันวานให้กลับคืนมา" นั้น นอกจากจะสร้างความสุขให้กับณัทธรแล้ว ยังสร้างความสำเร็จให้กับตราสินค้า Karmakamet ในระดับที่น่าพอใจอีกด้วย และสิ่งนี้เองที่ทำให้ณัทธรเชื่อมั่นว่า เรื่องของการตลาดและการทำธุรกิจนั้น ไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว

การต่อยอดจากธุรกิจเครื่องหอมมาสู่ธุรกิจโรงแรม Karmakamet Aromatic Hotel นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการประกอบธุรกิจสร้างสรรค์ เพราะนอกจากจะเป็นการก้าวกระโดดเข้าสู่ธุรกิจประเภทใหม่ที่แตกต่างจากธุรกิจเดิมของ Karmakamet อย่างสิ้นเชิง ณัทธรยังได้วางรูปแบบและคอนเซ็ปต์ของโรงแรมโดยไม่ได้คำนึงว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" (หรือ Customer is the king ตามแบบกลยุทธ์การตลาดน่านน้ำสีแดง Red Ocean Strategy) แต่กลับเลือกใช้กลยุทธ์ของน่านน้ำสีฟ้าคราม (Blue Ocean Strategy) ด้วยการคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนบนเกาะสมุย ขณะเดียวกันก็ได้ผสานแนวคิดของ White Ocean Strategy ที่มุ่งเน้นการไม่สร้างมลพิษให้กับโลก และการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม มุ่งหวังกำไรในปริมาณที่พอเหมาะพอควร เพื่อให้ "ธุรกิจ-คน-โลก" ก้าวต่อไปข้างหน้าได้ด้วยกัน

“ผมไม่เคยไปบีบสมองหรือเค้นหัวใจลูกน้องให้ต้องขายของได้เยอะๆ และบอกกับพนักงานทุกคนเสมอว่า หน้าที่ของคุณไม่ใช่เซลล์ แต่เป็นผู้ช่วยลูกค้า ที่สำคัญผมเชื่อว่าการทำธุรกิจให้ได้ดีไม่ได้มีแค่วิธีการใดวิธีการหนึ่ง ถ้าทุกสินค้าเริ่มต้นจากการทำวิจัยลูกค้า ของทุกอย่างก็คงออกมาคล้ายคลึงหรือมีหน้าตาคล้ายกันหมด มันก็สิ้นเปลืองทรัพยากรโลก และไม่มีอะไรสร้างสรรค์ไว้ให้กับโลกใบนี้เลยจริงๆ”

* อยู่หอม หมายถึง ชื่อเสียงที่ดี เลื่องลือในเรื่องของความดีงาม กินหอม หมายถึง การอยู่อย่างมีจริยธรรม การใช้ชีวิตแบบประณีต

ทำความรู้จักกับคุณณัทธร รักษ์ชนะ (คุณเอก) ผู้ร่วมก่อตั้ง KARMAKAMET


« Back to Result

  • Published Date: 2009-11-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com