Articles

« Back to Result | List

“เพลินวาน” โดย ภัทรา สหวัฒน์ เพลินอดีต …ในวิถีแห่งหัวหิน

เรื่อง: รัฐสยาม ศีลคุณ

ใครที่ได้ไปหัวหินในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา คงสังเกตเห็นโครงการ ‘เพลินวาน’ ที่ผุดขึ้นอย่างโดดเด่นสะดุดตาก่อนเข้าเมืองหัวหิน บริเวณทางเข้าโครงการซึ่งเป็นเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่นั้นดูราวกับประตูแห่งกาลเวลา เพราะใครที่ผ่านเข้าไปก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งคืนวันเก่าๆ คล้ายกับการฉายภาพในความทรงจำของหลายคนให้กลับมาอยู่เบื้องหน้า

เก้าอี้ตัดผมโบราณ ตู้ไปรษณีย์ รถสามล้อ จักรยานรุ่นลายคราม ร้านขายน้ำมะเน็ดสีสันสดใส ร้านขายตุ๊กตุ่นตุ๊กตาสังกะสี กาแฟโบราณ ห้องเสื้อไฉไล ลานปาเป้า และการละเล่นประเภทต่างๆ ที่พบตามงานวัด ถูกจัดวางอยู่ในพื้นที่ขนาดกำลังพอดีของห้องแถวไม้ตลอดสองฝั่งทางเดิน ราวกับว่าเรากำลังเดินอยู่ในย่านการค้าย้อนยุค ที่รวมเอาทั้งสินค้า บริการ และสิ่งละอันพันละน้อยจากอดีต มานำเสนอไว้ด้วยกันอย่างน่าประทับใจ ทำให้เพลินวานในวันนี้กลายเป็นจุดหมายต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหัวหินไปโดยปริยาย

ภัทรา สหวัฒน์ ห
รือ ‘ก้อย’ เจ้าของโครงการสร้างสรรค์ที่กำลังถูกจับตามองแห่งนี้ เล่าให้ TCDCCONNECT ฟังถึงความตั้งใจและแนวคิดในการทำงานว่า “อันที่จริงแล้ว เพลินวาน คือ Live Museum แต่คำว่าพิพิธภัณฑ์นั้นอาจฟังดูไม่ค่อยสนุกเท่าไร เราเลยไม่ได้ใช้คำนี้ เราอยากนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ ให้คนเข้ามาแล้วสนุกพร้อมกับได้ความรู้ คือ Play and Learn โดยไม่เจาะจงว่าเป็น พ.ศ.ใด แต่เป็นช่วงปี 70s-90s ที่มายำรวมกัน เป็นทั้งอดีตของคนรุ่นแม่และรุ่นลูก โดยแต่ละรุ่นที่เข้ามาจะได้สัมผัสกับความทรงจำสักอย่างที่ต่างกันไป”

โครงการของภัทราซึ่งเปิดตัวมาได้เพียงสามสี่เดือน ได้เสียงตอบรับดีเกินกว่าที่เธอคาด และมีผู้คนแวะเวียนเข้ามามากมายไม่เว้นแต่ละวัน “เราตกใจกับ Feedback ที่ดีมาก ทั้งในแง่คนเข้าชมและรายได้ ตอนแรกคิดว่าจะมีแค่วันละ100-200 คน แต่ปรากฏว่ามากันแน่นจนต้องมารื้องานระบบใหม่ เช่นสุขาหรืออะไรให้รองรับได้”

ภัทราอธิบายว่า เพลินวานนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกที่เปิดแล้วเป็นเสมือนบ้านตัวอย่าง ให้ผู้ที่มาชมและผู้ที่จะเช่าร้านค้าได้เข้าใจคอนเซ็ปท์ของเพลินวานก่อน ส่วนที่สองเป็นร้านรีเทลซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคม และส่วนที่สามคือที่พัก ซึ่งจะเสร็จราวเดือนพฤศจิกายน ในบริเวณลานโล่งอาจมีหนังกลางแปลง งานวัดจำลอง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ หมุนเวียนกันไป โดยนิยามของเพลินวานคือ ‘ศูนย์รวมความสุข’ เป็นสถานที่ซึ่งหยุดเวลาในอดีตไว้เพื่อเล่าขานเรื่องราวมากมายในวิถีแห่งหัวหิน

ประมาณว่าเป็นเมืองๆ หนึ่ง จำลองให้เป็นย่านการค้าในยุคก่อน และทำเป็นที่พักแค่ไม่กี่ห้อง ชั้นล่างเป็นร้านค้า ชั้นบนเป็นที่นอนแบบวิถีชาวบ้าน ให้นอนฟังเสียงรถไฟได้บรรยากาศ โดยทีมงานที่ทำเพลินวานด้วยกันนั้นจะเป็นเพื่อนทั้งหมด ต้องมากินนอนด้วยกันอยู่เกือบสองปี เพราะต้องการร่นระยะเวลาการทำความเข้าใจและการทำงานให้น้อยลง ส่วนของเก่าที่มีอยู่ที่นี่เป็นของออริจินัลที่เก็บไว้ และที่ทีมงานช่วยกันหามา อย่างสามล้อถีบที่มีเก้าอี้หวายนั่นเป็นแบบหัวหินดั้งเดิมเลย

ในฐานะที่เพลินวานเพิ่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหัวหิน ภัทรากล่าวว่าเธอได้รับการต้อนรับที่ดี โดยเพลินวานเน้นนโยบายการสนับสนุนท้องถิ่นให้มากที่สุด รวมทั้งการจ้างงานคนในพื้นที่ด้วย คือเราไม่เข้ามาแข่งขัน อาหารเราก็เลือกซื้อจากร้านอร่อยของท้องถิ่น หรือเลือกซื้อของจากโชว์ห่วยด้วย แม้จะแพงกว่าแต่เป็นการสนับสนุนท้องถิ่นไปในตัว

ก้อยไม่กล้าคิดหรอกว่าเราจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของหัวหิน เราตั้งใจทำที่นี่เพื่อให้คนไทยมาดู แม้คุณเข้ามาไม่ซื้อหาอะไรก็ไม่เป็นไร จะเข้ามาถ่ายรูป มาเสพสิ่งที่ทีมงานเราทุ่มเททำได้ โดยที่เราไม่เก็บค่าผ่านประตู ผู้สร้างสรรค์เพลินวานเผยใจ

แม้วันนี้ใครๆ อาจจะรู้จักภัทราในฐานะ จิ๊กโก๋เพลินวาน ซึ่งเป็นตำแหน่งเท่ๆ บนนามบัตรของเธอสำหรับบริหารจัดการโครงการนี้ แต่อันที่จริงแล้วในอีกภาคหนึ่งนั้น ภัทราเป็นผู้บริหารของบริษัทวนชัย กรุ๊ป ผู้ผลิตแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่เธอเองช่วยดูแลในด้านการตลาดและการส่งออกมาโดยตลอด

ก้อยจบด้านบริหารฯ มาจากต่างประเทศ และก็ช่วยกิจการของที่บ้านมาตลอด สองปีที่ผ่านมาที่มาเริ่มทำเพลินวาน เลยต้องทำงานแบบไม่มีวันหยุด เพราะเพลินวานไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่คือตัวตนของเรา บางคนที่ทำงานกับครอบครัวอาจจะต้องทิ้งฝันไป แต่โชคดีที่งานตรงนี้มันมาช่วยสร้างความสมดุลให้เราได้ทำในสิ่งที่ต้องการ

ภัทราเห็นว่าพื้นฐานทางธุรกิจ รวมทั้งประสบการณ์ที่ได้รับจากธุรกิจครอบครัวนั้น ถือเป็นความได้เปรียบอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจใหม่นี้ เพราะทำให้เธอมีความรู้เรื่องวัสดุก่อสร้าง ของบางอย่างที่นำมาใช้ในโครงการก็ผลิตขึ้นเองจากโรงงาน และไม่มีขายในท้องตลาด

ตอนแรกไม่ได้บอกที่บ้านอย่างละเอียดว่าจะทำอะไร เพราะกลัวเขาเป็นห่วง และไม่อยากให้แนวความคิดเราลดลงด้วย การทำธุรกิจทุกอย่างมีความเสี่ยง เราก็พยายามลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด ถ้าทำออกมาแล้วไม่ใช่ เราก็มีแผนสำรองว่าพลิกไปเป็นอย่างอื่นได้ แต่ปรากฏว่าตอนนี้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ มีคนเข้ามาลงชื่อเป็นสมาชิกเพลินวานในเว็บฯ ร่วมพันคนทีเดียวภัทราบอกกับเราด้วยความปลื้มใจถึงเสียงตอบรับที่ได้กลับมา

อันที่จริงแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ TCDC ที่จัดสัมมนาเรื่อง Creative Thinking รวมทั้งหนังสือของอาจารย์ ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ ชื่อ ZigZag: เมื่อแกะดำทำธุรกิจ ที่จุดประกายความคิดและความกล้าให้เราลงมือทำ และตอกย้ำว่าสิ่งที่เราคิดนั้นมันทำให้เป็นจริงขึ้นได้

เชื่อว่า มีหลายคนที่ชอบคิดนอกกรอบ และอยากเป็นเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์กับเขาบ้างสักวัน แต่เรื่องความกล้านั้นคงขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนบุคคล การเลี้ยงดู ความพร้อม รวมทั้งแรงบันดาลใจ ที่แต่ละคนคงต้องออกไปแสวงหาในเส้นทางของตัวเองด้วย TCDCCONNECT หวังว่าคุณเหล่านั้นจะโชคดีได้ค้นพบธุรกิจในฝันเหมือนกับ ภัทรา สหวัฒน์ สาวเท่คนนี้ในไม่ช้าก็เร็ว

ไขวิญญาณผู้ประกอบการสร้างสรรค์ กับภัทรา สหวัฒน์
- ออกแบบธุรกิจที่ขายประสบการณ์ร่วม มากกว่าขายสินค้าหรือบริการธรรมดาๆ
- ธุรกิจควรสนับสนุนท้องถิ่นให้มากที่สุด เช่น เลือกจ้างงานคนในพื้นที่ หรือซื้อของจำเป็นจากธุรกิจเล็กๆ ในชุมชน ไม่ควรเข้าไปแข่งขันทำลายล้างเขา
- จะทำสิ่งใหม่ ต้องใจกว้าง เปิดกว้างให้ผู้คนได้เข้าถึงและเรียนรู้ในสิ่งที่คุณทำก่อน
- องค์ความรู้และประสบการณ์จากธุรกิจหนึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในอีกธุรกิจได้เสมอ
- ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าทุกธุรกิจมีความเสี่ยง ให้เริ่มจากการลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด แต่ก็ควรมีแผนสำรองสำหรับพลิกแพลงต่อไปได้
- อย่ากลัวที่จะลงมือทำตามความฝัน เพราะความกล้าคือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์

« Back to Result

  • Published Date: 2009-11-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com