Creative Knowledge

« Back to Result | List

“Alizee by Aranee” โดยอารณีย์ สุธรรมรัตนกูล ผู้หญิงคิดบวกผู้พาอัญมณีแบรนด์ไทยสู่ตลาด Luxury ระดับโลก

Alizee-by-Aranee1

จากร้านจิวเวลรี่เล็กๆ แบบ family business ก้าวขึ้นสู่ความเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ฯ ที่ไม่ว่าน้ำหอมของ Sarah Jessica Parker หรือรองเท้า Jimmy Choo Couture ก็ล้วนมีเครื่องประดับเก๋ไก๋จากเธอไปร่วมประดับมาแล้วทั้งสิ้น ณ วันนี้อารณีย์ สุธรรมรัตนกูล ยังคงก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่น ผลักดันแบรนด์วัยกระเตาะ Alizee by Aranee เข้ายึดหัวหาดห้างฯ ดังอย่าง Harrods (ประเทศอังกฤษ) ได้เป็นผลสำเร็จ Tcdcconnect พาเธอมานั่งจับเข่าคุยถึงเรื่องราวเบื้องหลังสารพัน ตลอดจนแนวคิดในการทำธุรกิจที่แพรวพราวไม่แพ้แสงจากอัญมณีของเธอ 

กว่าจะเป็นแบรนด์ Alizee by Aranee ในวันนี้
เป็นความฝันของดิฉันตั้งแต่เด็กๆ และตั้งแต่จบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ด้วย ฟังดูเหมือนไม่เกี่ยว (หัวเราะ) แต่ความจริงเกี่ยวค่ะ คณะนิเทศฯ สอนเราครอบคลุมหลายด้าน ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานต่างๆ
แล้วดิฉันก็เคยลงเรียนวิชาออกแบบจิวเวลรี่ที่คณะสถาปัตย์ฯ บวกกับที่บ้านทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่เราเกิด เลยผูกพันซึมซับมาแต่เด็ก

ก่อนนั้นดิฉันอยากเป็นอาจารย์ พอเรียนจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Bristol ที่อังกฤษ ก็สมัครปริญญาเอกต่อไว้เลย เพราะตั้งใจว่าจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะ ระหว่างรอผลตอบรับก็ไปเรียนออกแบบจิวเวลรี่ในลอนดอน เลยเกิดสองจิตสองใจขึ้นมา ต้องมานั่งถามตัวเองว่าอยากทำอะไรจริงๆ

ดิฉันนึกย้อนไปสมัยเด็กๆ ที่เคยเดินทางแล้วเห็นร้านจิวเวลรี่เล็กๆ น่ารักๆ ในอังกฤษและฝรั่งเศส เราเคยฝันไว้ว่าสักวันเราจะทำอย่างนั้นบ้าง พอได้มาเรียนออกแบบอีกทีตอนโต เลยคิดว่าอยากจะทำจริงจัง ช่วงนั้นพอมีโอกาสกลับเมืองไทย ดิฉันจึงลองเอาผลงานไปขายที่งาน Elle เพื่อทดลองตลาด ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะทำจริงจังในวันนั้น แล้วพอดีได้ร้านที่พารากอนด้วย ทุกอย่างก็ลงตัว ก็เริ่มสร้างแบรนด์ Alizee by Aranee ตั้งแต่นั้นมาAlizee-by-Aranee2

แบรนด์ Alizee by Aranee ในปัจจุบัน
เราก็เป็นร้านจิวเวลรี่เล็กๆ ร้านหนึ่งที่มีงานดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ แค่เห็นลูกค้ามาซื้อของของเรา ชอบคอลเล็กชั่นของเรา ใส่จิวเวลรี่ของเราแล้วเขามีความสุข เราก็สุขไปด้วย ดิฉันมองว่างานนี้เป็นงานที่ชอบ พอทำแล้วก็มีความสุข ตอนนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ตั้งใจทำแบบค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละก้าว ...ให้ดีที่สุด

โกอินเตอร์ฯ ได้รวดเร็วมาก
กับ Sarah Jessica Parker นี่ (คอลเล็กชั่นอัญมณี Alizee by Aranee คู่กับน้ำหอม
Sarah Jessica Parker) บริษัทผู้จัดจำหน่ายเขาติดต่อมาเองว่า “เขาจะเปิดตัวน้ำหอมในเมืองไทย อยากได้ของที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นมาคู่กับน้ำหอมของเขา” ซึ่งเราก็ไม่รู้เขามาได้ไง เขาไปคัดเลือกของเขามาเองค่ะ

ส่วนกับ Jimmy Choo Couture (เครื่องประดับของ Alizee by Aranee อาทิ คลิปประดับรองเท้าเพชร สร้อยมุก ฯลฯ บนรองเท้า Jimmy Choo Couture) อันนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อค่ะ คือดิฉันชื่นชอบ Dato Jimmy Choo มากๆ เป็นการส่วนตัว ทั้งในแง่ของการทำงาน หลักความคิด คติธรรม ความกตัญญู เคยอ่านสัมภาษณ์เขาในนิตยสาร แล้วรู้สึกว่าเขากับดิฉันมีอะไรคล้ายๆ กัน อย่างเช่น เขาเกิดมาในครอบครัวคนทำรองเท้า เขาชอบไหว้พระ และแม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว ก็ยังอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเขาเคยพูดไว้ว่า “ภูเขาที่ว่าสูงก็ยังมีอีกลูกที่สูงกว่า” เราฟังแล้วรู้สึกว่าได้คติชีวิตจากเขาเลยนะ

แล้ววันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนดิฉันไปเจอเขาที่ไหนสักแห่งเลยขอลายเซ็นมาให้ พอวันต่อมาดิฉันก็เดินไปเจอเขาอีกโดยบังเอิญ เลยตัดสินใจเข้าไปขอบคุณเขา บอกเขาว่า “คนที่เพื่อนขอลายเซ็นมาให้คือดิฉันเอง” แล้วด้วยความที่เขาเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ก็เลยคุยกันเรื่องคอลเล็กชั่นต่างๆ ลามไปถึงเรื่องธรรมะด้วย พอวันรุ่งขึ้นที่ดิฉันกำลังจะเดินทางกลับเมืองไทย ก็ปรากฏว่าไปเจอเขาที่สนามบินโดยบังเอิญอีก (!) และล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ดิฉันได้ไปสัมภาษณ์เขาเรื่องไลฟ์สไตล์ ตอนนั้นเลยคิดว่า ทำไมเราไม่ทำคอลเล็กชั่นอะไรที่เกี่ยวกับเขาล่ะ ? เพราะไหนๆ เขาก็เป็นไอดอลของเรา ก็เลยชวนกันทำ Happily Ever After Collection เป็นคลิปประดับรองเท้า Jimmy Choo ที่สามารถนำมาปรับเป็นจิวเวลรี่อื่นๆ ได้ด้วยในชิ้นเดียว (เช่น แหวน ต่างหู จี้ เข็มกลัด) ซึ่งดิฉันได้รับแรงบันดาลใจจากเขาอย่างมากในการทำคอลเล็กชั่นนี้ ส่วนห้างแฮร์รอด (Harrods) ที่อังกฤษนี่ เราติดต่อตรงเข้าไปเลยค่ะ เสนอจิวเวลรี่คอลเล็กชั่นต่างๆ ไป ปรากฏว่าทางห้างฯ นี้เขาชื่นชอบงานเรา ก็แค่นั่นแหละ Alizee by Aranee ก็เลยไปอยู่ใน Harrods ได้

Alizee-by-Aranee3

อุปสรรคเมื่อแบรนด์เล็กต้องโกอินเตอร์ฯ
ดิฉันคิดว่าสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มีผลทั้งหมด แล้วก็ทัศนคติของคนต่างชาติ ที่บางครั้งยังขาดความเชื่อมั่นในสินค้าไทย เขาไม่มั่นใจว่าคนไทยจะทำ luxury brand ได้?

อีกอย่างคือ เราต้องแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ จากหลายประเทศทั่วโลกด้วย ซึ่งหลายแบรนด์เขาก็อยู่ตัวแล้ว ในขณะที่เราเริ่มจากศูนย์เลย ถึงแม้ไม่ได้ศูนย์ที่เมืองไทย แต่พอเราเข้าไประดับอินเตอร์ฯ ปุ๊บ เราก็เป็นศูนย์ใหม่ทันที ก็ต้องเริ่มทำทีละก้าว

เราก็พยายามต่อไป ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าถ้าเราทำคอลเล็กชั่นดีๆ ยังไงก็จะต้องมีคนให้โอกาสเรา ไม่ใช่ว่าทุกคนจะปิดกั้นเราไปหมด ช่วงแรกที่ถูกปฏิเสธ (แรงๆ) ก็มีอึ้งไปเหมือนกัน แต่นั่นก็ทำให้เราต้องเตรียมงานให้ professional ที่สุด มีครั้งหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน ดิฉันได้คุยกับ CEO ของ ห้าง Harvey Nichols ซึ่งถือว่าได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก โชคดีที่ได้คุยกับเขาในขณะที่เราก็ยังเด็กอยู่ เขาก็เลยแนะนำอะไรเราหลายอย่าง

การออกแบบสำหรับตลาดในประเทศ และตลาดอินเตอร์ฯ
ต่างกันค่ะ ถ้าพูดถึงไลน์ที่เป็น Fine Jewellery คนไทยจะชอบซื้อเพชรที่เป็นเพชรดีๆ ซื้อเพื่อการลงทุน แต่ต่างชาติมักจะดูที่ดีไซน์เป็นหลัก แต่ละประเทศก็จะชอบงานดีไซน์ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ถ้าเป็นกลุ่มสแกนดิเนเวีย ก็จะชอบเรียบๆ เท่ๆ แต่ถ้าเป็นอิตาลีก็จะชอบอะไรที่มากๆ หน่อย เวลาออกแบบก็ต้องดูว่าจะขายที่ไหน ลูกค้าเป็นใคร

ตลาดเพชรปัจจุบัน
สินค้าจิวเวลรี่ก็มีหลายไลน์นะคะ แบบที่เป็น Fine Jewelry เลยก็มี แบบแนวๆ Costume Jewelry ก็มี ตอนนี้มันอาจไม่ได้เฟื่องฟูเท่าสมัยก่อนที่เศรษฐกิจดีๆ (ซึ่งก็เป็นไปตามเศรษฐกิจโลก) แต่ถ้าถามดิฉัน คนที่ยังชอบและยังซื้อจิวเวลรี่อยู่เรื่อยๆ ก็มีอยู่อีกมาก มีคนที่ตามหาดีไซน์สวยๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ ปัจจุบันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปด้วย สมัยก่อนคนอาจจะใส่เพชรเม็ดใหญ่ไว้ออกงาน แต่พอสมัยนี้งานสังคมลดน้อยลง จิวเวลรี่ก็จะชิ้นเล็กลง คือคนก็ยังซื้ออยู่ค่ะ แต่อาจจะเป็นจิวเวลรี่ที่มีลูกเล่น มีดีไซน์มากขึ้น ใส่ได้บ่อยขึ้น ซื้อแล้วคุ้มค่า ใช้แล้วสนุก บวกกับราคาที่ไม่ได้แพงมาก ทำให้เขาได้ของถูกใจในราคาที่ถูกใจ แถมยังใช้ได้หลายลักษณะ อย่างเช่น ซื้อแหวนแล้วไปใส่เป็นจี้ห้อยคอได้ด้วย

Do’s and Don’ts ในธุรกิจเครื่องประดับ
สำหรับดิฉันคงไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ ดิฉันคิดว่าคนเราทำธุรกิจก็ต้องซื่อสัตย์ เพราะเพชรทองเป็นสินค้าที่เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ยิ่งเก็บนานคุณค่าก็ยิ่งมากขึ้น เพราะฉะนั้นความซื่อสัตย์สำคัญที่สุดค่ะ

สามคำสั้นๆ สำหรับนักออกแบบเครื่องประดับ
Instinct คือ สัญชาตญาณ เราต้องดูว่าตัวเราชอบอะไร คนเราชอบไม่เหมือนกัน ของแต่ละแนวก็ไม่เหมือนกันอีก บางคนอาจชอบแบบ feminine ผู้หญิงๆ แต่บางคนอาจชอบแบบอื่น ฉะนั้นนักออกแบบต้องมีสัญชาตญาณและใช้มัน อย่างดิฉันชอบอะไรก็จะออกแบบอย่างนั้น เช่น ดิฉันเป็นคนรักสุนัข ก็เลยออกแบบเจ้าตัวนี้ (หยิบแหวนสุนัขเพชรสีน้ำตาลสลับขาว ที่หางและลิ้นสามารถขยับได้ เมื่อมีชีวิตจริงๆ) อันที่สองคือ Inspiration คือ การสร้างแรงบันดาลใจ ดิฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว เห็นโน่นนี่เยอะ ไปพิพิธภัณฑ์บ้าง ก็จะได้ inspiration มาเรื่อยๆ อย่างเช่น ผลงานอีกชิ้นที่กำลังทำอยู่ตอนนี้คือ “ดอกกล้วยไม้” เพราะเห็นว่าเป็นดอกไม้ของไทยที่ต่างชาติรู้จัก ส่วนอันสุดท้ายคือ In Style คือ บางทีลูกค้ามีของอยู่แล้ว แต่เขาเอามาให้เรา resetting หรือให้เราทำใหม่ให้มีลูกเล่นมากขึ้น มีสไตล์มากขึ้น เราก็ต้องปรับให้เข้ากับเทรนด์ เช่น บางคนมีเพชรเก่ามา เราก็ปรับให้เป็นสไตล์วินเทจได้

เคล็ดลับในการออกแบบ
ดิฉันเป็นคนชอบงานศิลปะ และงานดีไซน์ต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะแต่จิวเวลรี่ ถ้าถามว่าเคล็ดลับคืออะไรคงตอบไม่ได้ เราจะรู้ด้วยตัวของเราเอง แต่อาจจะพอพูดได้ว่าคุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญมาก พ่อแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกรักศิลปะตั้งแต่เด็ก ให้เด็กวาดรูป ทำการ์ดแฮนด์เมด ทำของประดิษฐ์ต่างๆ แล้วก็ให้เขาสะสม material ต่างๆ เอาไว้ อย่างดิฉันจะชอบเก็บพวกสิ่งพิมพ์โฆษณา เพราะรู้สึกว่ามันสวยดี พอเราชอบพ่อแม่ก็ให้เก็บ แล้วก็สะสมของน่ารักๆ จากประเทศต่างๆ ไว้หมด ดิฉันเชื่อว่าวันหนึ่งเราจะได้ใช้สิ่งละอันพันละน้อยพวกนี้ในการทำงานค่ะ

ผสมศิลปะให้เป็นธุรกิจ
เราก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย ไม่ใช่ออกแบบมาสนองความต้องการเราอยู่คนเดียว ต้องทำมาให้เหมาะกับชีวิตคนทั่วไป อย่างเช่น ถ้าเราออกแบบมาเป็นรูปดอกไม้สวยงาม แต่ปรากฏว่าใส่แล้วเกะกะเกี่ยวนู่นเกี่ยวนี่ คนก็คงไม่ซื้อแน่นอน ฉะนั้นเราต้องทดลองดูก่อน ทำอะไรที่เป็นไปได้ ใส่ได้ทุกวัน

ไขวิญญาณผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ของอารณีย์ สุธรรมรัตนกูล
1. มีแนวคิดเชิงบวก (Positive Thinking)
2. มีทัศนคติว่าทุกอย่างเป็นไปได้ (‘Can do’ Attitude)
3. มีคุณธรรม เน้นความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
4. เข้าใจตลาดอย่างถ่องแท้ ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง
5. หมั่นศึกษาหาความรู้ เติมวัตถุดิบใหม่ๆ ให้ตัวเอง
6. ทำในสิ่งที่รัก-รักในสิ่งที่ทำ

ข้อมูลจำเพาะ:
คุณอารณีย์ สุธรรมรัตนกูล อายุ 29 ปี ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ Alizee by Aranee, Trendy Fine Jewellery, อาจารย์พิเศษ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคอลัมนิสต์ด้านการท่องเที่ยวและจิวเวลรี่ให้กับนิตยสารชั้นนำหลายเล่ม

ร้าน Alizee by Aranee, Trendy Fine Jewellery ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ชั้น Main Level สยามพารากอน โทร. 02-610-7843 www.alizeebyaranee.com E-mail: sales@alizeebyaranee.com

Credit ภาพ: นิตยสาร Harper’s Bazaar ฉบับเดือนพ.ค. 2552, นิตยสาร Prestige


« Back to Result

  • Published Date: 2009-11-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี