Articles

« Back to Result | List

VASLab : สถาปัตย์หัวใหม่ โดยวสุ วิรัชศิลป์ ชนะใจลูกค้า เจาะนิชมาร์เก็ต ฝ่าเศรษฐกิจขาลง

เรื่อง: อาศิรา พนาราม

Vaslab1

นับแต่ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมแนว Deconstruction_ที่มีโครงสร้างเรียบง่ายโฉบเฉี่ยว บวกกับวัสดุคอนกรีตเปลือยแสนสะดุดตาได้ออกสู่สายตาสาธารณชน ชื่อของ VASLab (Vertere Architecture Studio Laboratory) ก็กลายเป็นที่จับตามองในวงการสถาปนิกไทยทันที

TCDCCONNECT ได้คุยกับ วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกเจ้าของสตูดิโอออกแบบขนาดกลางแห่งนี้ ในฐานะของผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์ ที่ถึงแม้จะหน้าไม่ใหม่เอี่ยมแล้ว แต่ผลงานและชื่อชั้นก็ยังแรง และสร้างกระแสใหม่ๆ ได้เสมอ

จำกัดความ VASLab
เนื่องด้วยโอกาสแรกที่เข้ามาเป็นโปรเจ็คท์บ้านที่มีโจทย์ต่างจากความต้องการของบ้านทั่วไป เจ้าของบ้านเขาชอบพื้นที่แบบ Loft และชอบงานคอนกรีตเปลือยเป็นพิเศษ ความชอบที่ตรงกันนี้เลยเปิดโอกาสให้ผมได้ทดลองเต็มที่ ซึ่งถือเป็นโชคดีที่งานในช่วงแรกของเราค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่มีในสมัยนั้น ทำให้ภาพของ VASLab ชัดเจนตั้งแต่ต้น

โดยส่วนตัว ผมได้รับอิทธิพลสูงจากแนวคิด Deconstruction ของพวกหัวก้าวหน้า (Avant-garde) ในยุคนั้น ผลงานของ VASLab จากงานแรกและงานต่อๆ มา จึงมีบางอย่างที่คล้ายๆ กัน นั่นคือการให้ความสำคัญกับ “ฟอร์มและสเปซ” (Form and Space) ซึ่งจากฟอร์มและสเปซนั้น เราก็สร้างอะไรที่มีความเคลื่อนไหวและมีนัยยะซ่อนอยู่ โดยนัยยะของแต่ละงานจะมีความเข้มข้นต่างกันไปตามคอนเซ็ปท์อีกที ส่วนในตัวคอนเซปท์นั้นเรามักจะใช้การ metaphor (อุปมาอุปไมย) ซะเยอะ ตีความสัญลักษณ์หรือนามธรรมให้ออกมาเป็นรูปธรรมครับ

ผมชอบงานของ Le Corbusier ชอบความ pure และความ simple ของฟอร์มที่ผันแปรกัน Le Corbusier ถือเป็นปรมาจารย์ของแนวคิด Deconstruction ซึ่งมีอิทธิพลกับงานของ VASLab เราเน้นการนำนามธรรมมาเป็นกระบวนการสร้างสถาปัตยกรรม พูดง่ายๆ คือ เอางานศิลปะ หรือกระบวนการทางศิลปะมาใช้เยอะ กระบวนการที่เราวิเคราะห์และสังเคราะห์มันเข้มข้นมากกว่าแค่ “Just a building” แม้บางครั้งลูกค้าอาจไม่จำเป็นต้องรับรู้กระบวนการวิเคราะห์นี้ทั้งหมดก็ได้

การตีความนามธรรมสู่รูปธรรม
อย่างบ้านผม ผมตั้งคอนเซ็ปท์ว่า “ชีวิตคือการเดินทาง” (Life as a journey) ซึ่งการเดินทางได้ถูกตีความเป็น "เส้นทาง" และสำหรับชีวิตผมมีทางอยู่ 3 เส้นที่เกาะเกี่ยวกันอยู่ ซึ่งเส้นทางเหล่านี้จะมองเห็นได้ชัดเจนถ้าดูจากแปลน

ปกติเมื่อมีโจทย์เข้ามา เราจะพยายามสร้างสรรค์คอนเซ็ปท์ใหม่ๆ ให้ แต่บางงานที่เป็นงานเชิงพาณิชย์มากๆ ก็อาจจะไม่มี หรือบางงานเราก็ประยุกต์คอนเซ็ปท์มาใช้โดยตรงไม่ได้ทั้งหมด ผมยกตัวอย่างร้านอาหาร 6Degrees ที่สีลมละกัน คอนเซ็ปท์ของร้านนี้มาจาก 6 Degrees of Separation พูดถึงทฤษฎีโลกแคบ ประมาณว่าในคนรู้จักของคุณ 6 คน หนึ่งในนั้นเขาจะรู้จักผม งานนี้ผมประยุกต์คำว่า Reflection และ Transparency เข้ามาใช้ด้วยกระจก ถามว่าคนดูดูออกไหม? ก็ไม่ แต่เราต้องตีความผ่าน Writing ที่คู่กับงานอีกที อันนี้ผมยกตัวอย่าง “ความไม่ชัด” นะครับ มันก็เหมือนกับงาน Abstract painting ที่เราไม่มีทางมองออกแต่แรกหรอกว่าศิลปินเขาต้องการสื่ออะไร มันขึ้นอยู่ที่การวิเคราะห์ของผู้สร้างงาน และขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อเขาหรือไม่ด้วย

Vaslab2

ลูกค้าของ VASLab
ในช่วงแรกลูกค้าส่วนมากได้จากคอนเน็กชั่นของผมและหุ้นส่วน (คือคุณบุญเลิศ ดียืน) แต่หลังจากงานเราออกสื่อไป ก็มีลูกค้าที่ walk in เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และผมค่อนข้างภูมิใจว่า เขาไม่ได้มองเราเป็นประเภท hi-end แต่มองว่าเราทำโปรเจ็คท์ที่ควบคุมต้นทุนได้ เพราะวัสดุที่เราใช้ไม่ได้เน้นว่าต้องราคาสูง เราพยายามนำเสนอสิ่งที่อาจไม่มีคนคิดมาก่อนว่าจะใช้ได้

โจทย์ที่ลูกค้ามีเข้ามาคือ “ความต่าง” ครับ และส่วนมากก็จะมาจบอยู่ที่สิ่งที่เราเคยทำ และพยายามจะทำต่อไป ที่ผ่านมาออฟฟิศเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากลูกค้า เขาเปิดโอกาสให้เราคิดอย่างเต็มที่ ลูกค้าส่วนมากที่เข้ามาจะชอบอะไรที่เป็น masculine_ดิบแต่เท่ เขาเข้ามาเพราะรู้อยู่แล้วว่าเราทำงานยังไง ซึ่งเขาก็เปิดให้เราทำในแบบ VASLab เลย เพราะฉะนั้นงานจะหนีไม่พ้นคอนกรีต ฟอร์ม มูฟเมนท์ และปรัชญาในกระบวนการทำงาน

ขยายความเรื่องวัสดุ
ต้องบอกก่อนว่าเรื่องวัสดุในเมืองไทยเรามีค่อนข้างจำกัด เทคโนโลยีเรายังไปไม่ถึงระดับสากล วิธีการก่อสร้าง ถ้าไม่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ก็จะเป็นเหล็กล้วนหรือโครงสร้างไม้ที่เรามีประสบการณ์ตรงนี้ เพราะคุณบุญเลิศ เคยทำ Construction Management มาก่อน เขาจะรู้เรื่องวัสดุต่างๆ เยอะ และเขาก็เป็นดีไซเนอร์ที่พยายามใช้วัสดุที่ต่างจากคนอื่น หรือนำมาประยุกต์ใช้ในแบบที่คนอื่นไม่ทำกัน

ที่แตกต่างชัดๆ เลยคือการใช้คอนกรีตเปลือย เมื่อก่อนเทคนิคนี้จะแพงมาก ราคาประมาณ 3_เท่าของตอนนี้ แต่ปัจจุบันเราค้นพบเคล็ดลับใหม่ โดยใช้อีกวัสดุหนึ่งที่ลุคเหมือนคอนกรีตเปลือยมาแทน มันก็คือคอนกรีตนั่นแหละ แต่เป็นอีกชนิดหนึ่ง ถ้าใครอยากรู้เราก็ยินดีบอก แต่จะนำไปทำต่อได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แรงงานช่างต้องมีทักษะด้วย เรื่องวัสดุนี้ผมถือเป็นทั้งประสบการณ์และความบังเอิญ

ที่มาของแรงบันดาลใจ
ผมบอกไม่ได้ว่าอะไรจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานใหม่ๆ แต่ผมว่าทุกวันนี้สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตว่าจะไปต่ออย่างไร ประสบการณ์ที่เราเรียนรู้จะผสมผสานเกิดเป็นส่วนผสมใหม่ได้เอง ผมมองว่าสิ่งที่ต่างคือ Outcome นะ แต่ Process ยังเหมือนเดิม กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมมันไม่มีทางต่าง เรื่องของ Belief กับ Passion มันก็ไม่ได้หายไปไหน

สถาปัตยกรรม VS งานออกแบบแขนงอื่น
กระบวนการสร้างสรรค์ของสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่คุณมีแคนวาสแผ่นหนึ่งแล้วเพนท์จบ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ความต้องการของลูกค้า งบประมาณ วิศวกร ไหนจะผู้รับเหมาอีก เรียกได้ว่ามีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นการทำงานที่ใช้ระยะเวลานาน บ้านหลังหนึ่งรวมการออกแบบด้วยอย่างเร็วก็ 1 ปีครึ่งแล้ว ฉะนั้นทุกกระบวนการสำคัญหมด ตั้งแต่แนวความคิด การสเก็ตช์ การทำแบบ การขออนุญาต ให้วิศวกรทำแบบก่อสร้าง ให้ผู้รับเหมาประมูลราคา หลังจากนั้นยังต้องควบคุมการก่อสร้างอีก ฉะนั้น งานสถาปัตยกรรมเป็นศาสตร์ที่ใช้เวลานานมากกว่าจะสำเร็จ

ลูกค้าหลายท่านมองว่าเราบริการดี ซึ่งอันนี้สำคัญมาก เพราะงานออกแบบไม่ได้จบอยู่บนกระดาษ ผลงานของเราจะอยู่กับลูกค้าไปอีกนานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็นอาคารธุรกิจหรือที่พักอาศัยก็มี 20 ปีขึ้นไป มูลค่ามันจึงไม่ได้อยู่แค่ที่ดีไซน์นะ มันขึ้นอยู่กับทุกอย่าง แม้แต่กับปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นแล้วเขาต้องการให้เราแก้ เราก็ต้องเข้าไปทำให้ได้

“Honda Showroom” งาน Showcase ชิ้นล่าสุดที่ได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมาก
งานนี้เราถูกเชิญจาก Honda ให้มาทำงานเสนอแบบแข่งกับอีก 2 บริษัท และเราก็ถือว่าเล็กที่สุดในนั้น เมื่อประธานใหญ่เลือกให้เราชนะ ผมก็แฮปปี้มาก และผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่ที่ Final product หรอกที่ทำให้เราได้งานนี้ แต่เป็นที่ Writing ด้วย ผมมองว่ามันสำคัญมากว่าเราตีความ Corporate Identity ของ Honda ออกมาอย่างไร นามธรรมที่ผมนำมาใช้ในงานนี้คือ "Attitude of Winning" ผมกับทีมงานได้ข้อสรุปจากนามธรรมอันนี้ว่า “เราจะเอาเรื่องการแซงทางโค้งมาสร้างเป็นรูปธรรม” ซึ่งตรงนี้ชนะใจประธานจากญี่ปุ่น

Vaslab_honda

Honda เป็นบริษัทรถยนต์ที่มีศักยภาพและมีความทะเยอทะยานสูง ประกอบกับไซต์งานที่เป็นรูปสามเหลี่ยม มันทำให้เราเห็น curve ได้เยอะ เพราะฉะนั้น เรื่องของ “การแซงโค้ง” และ “เส้นทาง” จึงตอบโจทย์เขาได้ และจะตอบโจทย์บริษัทเขาได้อีกนานด้วย งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่อาคารหลังหนึ่งที่ดูเท่ แต่มันมีความเป็น Monumental แฝงอยู่ เมื่อคอนเซ็ปท์นี้ถูกประยุกต์ลงไปกับสถาปัตยกรรมแล้ว มันสามารถแสดงตัวตนได้มากกว่าการเป็นแค่ตึกที่มีฟังก์ชั่นเท่านั้น

ความเฉพาะตัวกับการตลาด
สำหรับเศรษฐกิจขาลงอย่างปีนี้ ตอนแรกเราก็เดาว่าน่าจะเงียบ ที่ไหนได้งานเยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ ปีนี้กลายเป็นปีที่เราทำงานหนักมากขึ้น ลองมองดูว่าในภาวะเศรษฐกิจขาลง คนที่มีที่ดินเปล่าและมีเงินเย็น เขาจะได้เปรียบ ส่วนมากเราจะได้ลูกค้าลักษณะนี้เข้ามา แล้วเขาก็จะไม่ได้มองหาใครเยอะ พอมาคุยกัน ทุกอย่างโอเค ก็ทำเลย เรียกได้ว่าตอนนี้เราไม่ต้อง pitch งานเลยครับ

ผมว่าสิ่งที่เราทำในภาษามาร์เก็ตติ้งคือ Niche market เราไม่ได้ทำแข่งกับใคร ถ้าผมไปทำแข่งกับบริษัทใหญ่นะ ผมสู้ไม่ได้ ทีมงานเรามีแค่ 11_คน เป็นสตูดิโอขนาดกลาง ผมคิดว่าผมแฮปปี้กับการทำงานในขนาดนี้ เพราะเรายังคอนโทรลสิ่งต่างๆ ได้ดี

การดูแลบุคลากรในธุรกิจ
เป็นพี่เป็นน้องนะ เราทำงานกันแบบสตูดิโอเลยมีความใกล้ชิดสูง ซึ่งด้วยความเป็นคนไทย Seniority มันมีอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่ไม่ได้เป็นแบบเจ้านาย-ลูกน้อง ในออฟฟิศเขาจะเรียกผมว่า “อาจารย์” นะ อาจเพราะผมเคยเป็นอาจารย์มาก่อน

สิ่งสำคัญในการบริหารทีมงานคือเรื่องของ Attitude (ทัศนคติที่ถูกต้อง) ทุกคนที่นี่ต้องทำงานเป็นทีมได้ ต้องยอมรับกันละกัน ประเภทที่เก่งเหมือนน้ำเต็มแก้ว เราจะไม่ค่อยรับ ทีมต้องมี Respect และ Trust ก่อน โดยมีผมและคุณบุญเลิศเป็น Lead Architect คนที่เราสัมภาษณ์แล้วโอเคก็คือคนที่รู้จักเราอยู่แล้ว มีบางคนก็เป็นลูกศิษย์ผมมาก่อนด้วย ทำให้การบริหารค่อนข้างสบายๆ มีกฎเหมือนออฟฟิศทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่มีให้เขาทุกปีคือโบนัส มากน้อยขึ้นอยู่กับกำไรแต่ละปี

ส่วนในการทำงาน ทุกคนจะได้ทำโปรเจ็คท์ของตัวเองหมด ถ้าเป็นโปรเจ็คท์ใหญ่ก็ต้องแชร์กัน ถ้าเป็นบ้านก็ให้คนเดียวดูไปเลย แต่หมายความว่าผมกับคุณบุญเลิศต้องคอยดูด้วยนะ เป็นลักษณะ critic_แบบอาจารย์กับลูกศิษย์ เหมือนตรวจแบบน่ะ

สมัยนี้ผมกับคุณบุญเลิศไม่สามารถทำงานตั้งแต่ต้นจนจบได้เหมือนแต่ก่อน แต่ original scheme ต้องมาจากผมกับคุณบุญเลิศอยู่แล้ว แล้วก็ให้ทีมทำต่อ เหมือนกับ brainstorm แล้วมา critic ร่วมกันในขั้นตอนการทำงาน ทุกวันนี้ผมจะให้ลูกน้องไปดูงาน พบกับเจ้าของ ชนกับปัญหาที่หน้าไซต์งานเลย แล้วทุกคนจะโตเร็วมากครับ

ไขวิญญาณผู้ประกอบการสร้างสรรค์ กับวสุ วิรัชศิลป์
- บริการดีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรม เพราะกระบวนการทำงานใช้เวลานาน ชิ้นงานสำเร็จต้องสัมพันธ์และอยู่กับลูกค้าเป็นสิบๆ ปีขึ้นไป
- ชนะใจลูกค้าด้วยการตีโจทย์ให้เข้าถึงใจลูกค้ามากที่สุด เพราะงานสุดท้ายที่เสนอเป็นภาพ perspective นั้นไม่ว่าบริษัทไหนๆ ก็ทำให้สวยได้หมด
- ขนาดของสตูดิโอ Conceptual Architecture ไม่ควรเกิน 15 คน ซึ่งจะเหมาะสมหลายประการทั้งเรื่องผลกำไร ค่าใช้จ่ายประจำ อีกทั้ง Ambition กับ Passion ก็ยังคงอยู่
- สตูดิโอที่มีแนวทางเฉพาะลักษณะนี้ควรรับงาน 2 ประเภทควบคู่กัน คืองานที่ทำเป็น showcase ซึ่งอาจไม่ได้มีเข้ามาตลอด และงานเชิงพาณิชย์ที่ต้องมีป้อนออฟฟิศตลอด ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะมาเป็นค่าใช้จ่ายและเป็นโบนัสให้กับทีมงาน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : VASLabarchitecture

เครดิตภาพ: art4d, นิตยสาร room ฉบับกันยายน 2009


« Back to Result

  • Published Date: 2009-11-29
  • Resource: www.tcdcconnect.com