Creative Knowledge

« Back to Result | List

วันฉัตร ผดุงรัตน์ แห่งพันทิปดอทคอม (pantip.com) เพนกวินตัวแรกที่กระโดดลงสร้างปรากฏการณ์ “เว็บบอร์ดในเมืองไทย”

pantip6.jpg

"
ไม่มีใครรู้ในทุกๆ เรื่อง และเรารู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้มากพอๆ กับเราไม่รู้ในสิ่งที่คนอื่นรู้"

นี่คือแนวความคิดที่วางรากฐานให้เว็บบอร์ดของพันทิปดอตคอมกลายเป็นตำนานจากวันแรกจนถึงทุกวันนี้ รางวัล First Penguin ที่เวทีปล่อยแสง 2 มอบให้กับคุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้ง http://www.pantip.com/ คือ เครื่องยืนยันว่า ความเชื่อที่ผลักดันให้เขาลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั้น กำลังให้ดอกผลอันคุ้มค่าแล้ว เพราะวันนี้เว็บบอร์ดของพันทิปดอตคอมมีผู้เข้าใช้ถึงหลักล้านคนต่อวัน การันตีได้ว่า มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารที่เขาสร้างขึ้นนี้ ...อุดมสมบูรณ์จริงๆ TCDCCONNECT มีโอกาสคุยกับคุณวันฉัตรถึงไอเดียสร้างสรรค์ของเขาในวันนี้

นอกจากเหตุผลที่ว่า พันทิปเป็นเว็บแรกๆ ที่ให้บริการเว็บบอร์ด คุณคิดว่า มีปัจจัยอื่นใดอีกที่ทำให้พันทิปคาเฟ่เป็นที่นิยมตลอดมา
ผมว่า ปัจจัยสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่เว็บบอร์ด เพราะคุณลักษณะของเว็บบอร์ดเองเป็นแบบพื้นฐานมาก แต่สิ่งที่ทำให้เว็บบอร์ดของพันทิปคงอยู่ได้อย่างมีประโยชน์นั้นอยู่ที่สมาชิกที่เขาต่อยอดความรู้ให้แก่กัน ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์ ผมว่า เว็บพันทิปเกิดขึ้นในยุคที่คนไทยยากลำบาก คือช่วงปี 2540 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้คนเราอยากช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แม้ยุคนั้นจะผ่านมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่วัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ก็ยังคงถูกสานต่อมาถึงยุคหลัง เมื่อมีคนถามคำถามขึ้นมา ก็จะมีคนที่รู้มาตอบ แม้จะตอบไม่ได้ในทันทีก็จะพยายามไปค้นมาให้ ผมว่าวัฒนธรรมนี้แหละทำให้เว็บบอร์ดนี้มีประโยชน์ คนจึงเข้ามาใช้กันเยอะ

ข้อควรคำนึงเมื่อเปิดเว็บที่ให้บริการเว็บบอร์ดเป็นหลัก
ผมเคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง เขาเขียนถึงการดูแลเว็บบอร์ดได้ตรงใจผมมาก เขาบอกว่า "เราต้องมองตัวเราเองเป็นคนสวน ไม่ใช่สถาปนิก" หมายความว่าเว็บบอร์ดนี้คือ พื้นที่สวนที่เราต้องดูแล ไม่ใช่แค่ไปออกแบบ เพราะผู้ใช้แต่ละคนเขาก็มีชีวิต มีวัฒนธรรม มีมุมมองของเขาเอง เราซึ่งเป็นคนสวนจะไปบอกให้เขาออกดอกแตกกิ่งอย่างนั้นอย่างนี้เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้มีแต่รดน้ำพรวนดินเท่านั้น

แล้วในบางกรณีที่ผู้ใช้เกิดการวิวาทในเว็บบอร์ด คุณดูแลอย่างไร
ในหลายครั้งผมว่า การวิวาทก็เป็นกระบวนการเรียนรู้เช่นกัน ทำให้เราได้เข้าใจในความคิดอีกมุมหนึ่ง คงต้องยอมรับตรงๆ ว่าเรายังทำได้ไม่ดีนัก เพราะทัศนคติของคนเอเชียค่อนข้างจะมีอคติในใจสูง เมื่อถูกตอบโต้ตรงๆ ด้วยเหตุผล (ทั้งๆ ที่บางครั้งก็ดี แต่มันไม่ตรงกับเรา) เหตุผลนั้นก็ถูกตีความเป็นไม่ดีไปได้ ถามว่า เราได้ดูแลอะไรไหม ใจผมไม่อยากดูแล อยากให้มันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะพัฒนาให้คนยอมรับทัศนะที่ไม่ตรงกันได้ แต่บางครั้งมันไปถึงขั้นที่ก่อความรำคาญให้ผู้อื่น จนทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่ดี เราก็ต้องเข้าไปบ้าง เช่น อีเมล์ไปขอร้องให้จบประเด็น เป็นต้น

เพราะเหตุใดจึงเลือกวิธีสมัครสมาชิกก่อนที่จะตั้งกระทู้หรือแสดงความเห็นได้
ผมมองถึงสิ่งที่เรียกว่า Social Control ในสังคมจริง เพราะในชีวิตจริงมันจะมีสิ่งนี้ควบคุมอยู่ การที่มนุษย์เราสร้างวัฒนธรรมขึ้นมา ไม่ทำตัวเป็นคนป่าเถื่อน Social Control มีบทบาทสำคัญ เพราะถ้ามนุษย์ต้องการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างเป็นที่ยอมรับ ก็ต้องปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคมในระดับหนึ่ง โดยยอมแลกกับความเป็นปัจเจกบุคคล เพราะฉะนั้นพื้นฐานตรงนี้สร้างอารยธรรม และทำให้สังคมมนุษย์นั้นดำเนินต่อไปได้ด้วยความสงบ

ผมคิดอย่างนี้เพราะเราเจอปัญหาเยอะมากในโลกออนไลน์ มีการต่อว่าคนอื่นอย่างรุนแรง ชนิดที่สังคมไทยจริงๆ ไม่เป็น เราก็ตีโจทย์ออกมาว่าในโลกออนไลน์สามารถสร้างสิ่งที่เป็นแอนโนนีมัส (Anonymous) คือ ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริง การแสดงความเห็นรุนแรงโดยไม่ระบุตัวตน และยังสามารถเปลี่ยนชื่อไปได้เรื่อยๆ นั้น เท่ากับว่า คนไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ กลไกที่ควบคุมสังคม (Social Control) ก็ไม่ทำงาน

ความเป็นแอนโนนีมัสนี้สร้างปัญหา เราจึงต้องใช้วิธีสมัครสมาชิก เพื่อให้ทุกคนรับผิดชอบกับความเห็นที่ตนแสดงไว้ ทุกคนจะสมัครสมาชิกด้วยหมายเลขบัตรประชาชน แต่สามารถใช้นามแฝงในการล็อกอินได้ ไม่ต้องใช้ชื่อจริง เพราะผมว่า การที่เราสร้างบุคลิกขึ้นใหม่ต่างจากชีวิตจริงก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของโลกออนไลน์ ตัวตนในพันทิปคุณจะมีอยู่ตัวตนเดียว เท่ากับหนึ่งคนจริงๆ ในสังคม เพราะฉะนั้น ถ้าคุณต้องการอยู่ในสังคมโลกเสมือนนี้อย่างมีอารยะ ก็จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองเท่าๆ กับโลกแห่งความจริงครับ


กว่า
10 ปีที่ผ่านมา กระแสสังคมที่เปลี่ยนไปมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเว็บพันทิปอย่างไรบ้าง
ผมมองว่า เว็บเราเป็นเหมือนเวทีเปล่าๆ ฉะนั้นทุกๆ ความสนใจของสังคมที่เปลี่ยนไป ก็ส่งผลทำให้บนเวทีนี้มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องลูกเล่นอื่นๆ เราก็ใส่เข้ามาตามความนิยม และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ตอนที่เขานิยมคอนเทนท์ทางโทรศัพท์มือถือ เราก็อยากทำเว็บที่เปิดบนมือถือหรือบนพีดีเอได้ หรืออย่างตอนที่มีเทคโนโลยีบรอดแบนด์เข้ามาทำให้การอัพโหลดคลิปสะดวกขึ้น เราก็มีฟังก์ชั่นให้โพสต์คลิปได้ เป็นต้น

ปัญหาอะไรที่คุณพบในการทำธุรกิจเว็บไซต์
ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนะครับ ปัญหาที่ผมเจอส่วนมากจะอยู่ในยุคแรก ซึ่งปัญหาตอนนั้นมีเยอะจริงๆ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี โครงสร้างระบบอะไรต่างๆ มันยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยที่ยังราคาแพงและความเร็วต่ำ หรือเซิร์ฟเวอร์ของต่างประเทศที่ให้บริการไม่ได้ตามข้อตกลง ทำให้เว็บเรามีปัญหา รวมไปถึงความใหม่ของสื่อเองด้วย เมื่อ 10 ปีก่อน การไปนำเสนอสื่อใหม่ต่อสปอนเซอร์ก็เป็นเรื่องลำบาก โชคดีที่ว่า สื่ออินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ พอคนใช้เยอะขึ้น เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ราคาถูกลง การรับรู้เรื่องสื่อออนไลน์ในเชิงพาณิชย์ก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ทุกอย่างมันประกอบกันลงตัว ตอนนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหาแล้ว

วางแผนการตลาดในการดึงผู้สนับสนุนเข้ามาอย่างไร
เราก็วางแผนเหมือนทุกสื่อ คือ มีการตลาด 2 ฝั่ง คือฝั่งที่ดูเรื่องการขายเต็มตัว กับฝั่งที่ดูแลเรื่องบริการ ทีมเราจะดูเรื่องบริการสมาชิกเป็นหลัก ส่วนฝั่งที่ดูแลการขายโฆษณานั้นผมตัดให้เนชั่นดูแลมานานแล้ว จริงๆ สื่อออนไลน์มันมีศักยภาพในการสร้างกิจกรรมที่จะดึงสปอนเซอร์ให้เข้ามาอีกเยอะ นอกเหนือจากแค่การลงโฆษณา แต่ก็หาจุดเล่นที่ลงตัวได้ยากเหมือนกัน ผมว่าคนที่ดูแลเรื่องสื่อออนไลน์ในเอเจนซี่โฆษณาต่างๆ น่าจะทำอะไรสนุกๆ ให้เราได้เห็นมากขึ้นในอนาคต

ช่วยเล่าถึงโมเดลธุรกิจใหม่ของพันทิปอย่าง "บล็อกเกอร์เปิดหมวก"
เป็นไอเดียที่เกี่ยวพันกับตอนที่ผมได้ไปฟังเสวนาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เวลาพูดถึงเรื่องนี้คนมักกังวลเกี่ยวกับข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเว็บที่เป็นเครือข่ายทางสังคม อย่างเว็บบล็อกนั้น มีโอกาสที่จะไปละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอยู่มาก นี่เป็นความกังวลจากทางด้านสื่อกระแสหลัก พอผมไปนั่งฟังประเด็นนี้ ผมก็เกิดคำถามว่า "มันต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปหรือ?"

เพราะเห็นได้ว่า เนื้อหาที่ผู้ใช้ของเราเป็นคนเขียนนี่เป็นเนื้อหาต้นฉบับจริงๆ ไม่ได้ไปก๊อปปี้ใครมา การจะเหมารวมอย่างนี้มันไม่แฟร์นะ ผมจึงมาคิดต่อว่า เราน่าจะมีวิธีแสดงไอเดียตรงนี้ให้ชัด ถ้าเปรียบกับเพลง เพลงอินดี้ที่ผลิตกันในโรงรถก็มีความงดงามเช่นกัน มีคุณภาพเทียบเท่ากับเพลงจากค่ายใหญ่ แต่การจะทำให้สู้กับเพลงค่ายใหญ่ได้ก็ต้องอาศัยทุน เช่นเดียวกับงานเขียนในบล็อกที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเองเป็นงานอดิเรก ถ้าจะทำให้แข็งแรงเทียบเท่าสื่อกระแสหลัก ก็ควรมีเงินมาสนับสนุนเช่นกัน แล้วจะทำอย่างไรจึงจะมีเงินทุนให้กับคนที่สร้างคอนเทนท์ดีๆ ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมีวิธีที่ง่ายมากก็คือ เราอาจตัดส่วนโฆษณาในเว็บเราไปแบ่งให้กับบล็อกดีๆ แต่ผมว่ามันยังเป็นความง่ายที่ไม่ได้สร้างระบบธุรกิจใหม่ขึ้นมา เพราะยังพึ่งพาเงินจากธุรกิจใหญ่อยู่ดี

โมเดล "การเปิดหมวก" ของผมเป็นวิธีที่ท้าทายและจะสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาเลย เพราะอย่างไรเสีย การสร้างบล็อกก็ย่อมมีต้นทุนเบื้องหลังอยู่ ฉะนั้นเมื่อคุณรับข้อมูลที่มีประโยชน์จากเขาแล้ว คุณยินดีที่จะตอบแทนกลับเพื่อที่จะสร้างวงจรของเนื้อหาดีๆ ให้เกิดขึ้นและเติบโตขึ้นได้แค่ไหน ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างเตรียมการอยู่ครับ

ทิศทางการเติบโตของพันทิปดอตคอม
ผมตั้งโจทย์ง่ายๆ โดยไม่อิงกับเทคโนโลยีว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผมอยากให้พันทิปเป็นเว็บซึ่งคนที่มีความสนใจร่วมกันได้มาใช้พื้นที่ตรงนี้แลกเปลี่ยนและต่อยอดความรู้ให้กันและกัน อยากให้เป็นแค่นั้นเอง ตอนนี้เรายืนอยู่บนพื้นฐานของอินเตอร์เน็ตใช่มั้ยครับ แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้าเราไม่รู้ว่าเทคโนโลยีจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โทรศัพท์มือถืออาจจะดีขึ้นจนสร้างออนไลน์คอมมูนิตี้ขึ้นบนนั้นได้เลยก็ได้ แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะนำเราไปในทิศทางไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่เรายึดก็คือ การเป็นพื้นที่ตรงกลางของคนที่มีความสนใจร่วมกันครับ

จับประเด็นเด่น
1. สิ่งที่ทำให้เว็บบอร์ดคงอยู่ได้อย่างมีประโยชน์ คือ การที่สมาชิกต่อยอดความรู้ให้กันและกัน
2. คนทำเว็บบอร์ดต้องมองตัวเองเป็นคนสวน ไม่ใช่สถาปนิก คือ แค่ทำหน้าที่ดูแลพื้นที่นั้น ไม่ใช่ไปออกแบบมัน
3. ใช้ระบบสมัครสมาชิกเป็นกลไกควบคุมและสร้างอารยะให้สังคมออนไลน์ เพราะการปล่อยให้คนแสดงความเห็นรุนแรงได้โดยไม่ระบุตัวตนนั้น เท่ากับว่าคนไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไว้


« Back to Result

  • Published Date: 2009-09-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง