Articles

« Back to Result | List

SELLSUMERS : ผู้บริโภคนักทำเงิน

sells.gif

"หากการเก็บเงินไว้เฉยๆ หมายถึงเงินของคุณกำลังสูญค่า การหาเงินก็คงเท่ากับการเก็บออมแบบใหม่"

SELLSUMERS หรือผู้บริโภคนักทำเงิน หมายถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ได้ทำเพียงแค่ "บริโภค" เท่านั้น แต่พวกเขายัง "สร้างสรรค์" "ช่วยเหลือ" และ "ร่วมมือ" ในวงจรการบริโภคอีกด้วย ยิ่งถ้าหากคุณคือคนหนึ่งที่เชื่อว่า การเก็บเงินไว้เฉยๆ เท่ากับคุณกำลังใช้มันไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว การปั๊มเงินให้เพิ่มขึ้น (จากการขายทรัพย์สินต่างๆ) ก็คงฟังดูดีกว่าการหยอดกระปุกเป็นไหนๆ

ยุคนี้คือยุคทองของผู้บริโภค เพราะในทันทีที่คุณทำตัวเป็นผู้ริโภคที่ดี คุณก็สามารถ "ขาย" อะไรได้ตั้งหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น "ขายความคิดเห็น" ให้กับบริษัทผู้ผลิต "ขายไอเดียดีๆ" ให้กับผู้บริโภคคนอื่น หรือแม้กระทั้ง "ให้เช่าทรัพย์สิน" ที่คุณไม่ได้ใช้ในปัจจุบัน

แน่นอนว่า กลไกตลาดเสรีบนโลกอินเตอร์เน็ต คือพลังสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เกิดขึ้นในตลาดบริโภค แต่ ณ วินาทีนี้ เราคงต้องขอบคุณภาวะวิกฤตเศรษฐกิจด้วย เพราะมันกลายมาเป็นแรงขับอีกด้าน ทำให้ผู้คนต้องสรรหาวิธีหาเงินใหม่ๆ กันมากขึ้น อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์ SELLSUMERS นี้คงไม่ใช่แค่สายลมที่รอวันพัดจากไป (ในวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัว) มันน่าจะคงอยู่กับเราไปอีกสักระยะใหญ่ๆ ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการด้วยกัน ได้แก่

ชะตาชีวิตเป็นของเราเอง มนุษย์เราใฝ่ฝันที่จะมีอำนาจในมือ ฉะนั้นการได้เป็นนายตัวเองแม้จะในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นแค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็เป็นอะไรที่ยากจะปล่อยผ่านสำหรับผู้คนส่วนมาก

ประสบการณ์คือทุกสิ่ง ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเรื่องของ "ธุรกิจ" นั้น เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สนใจ ไม่ว่าจะคุณจะอยู่ในฐานะผู้ผลิตหรือผู้บริโภคก็ตาม จึงไม่น่าแปลกใจถ้าหากผู้บริโภคสมัยใหม่จะอยากลองทำธุรกิจ (เล็กๆ) ของตนเองบ้าง

ได้โชว์ไหวพริบทางธุรกิจ ธุรกิจใหญ่ๆ กำลังถูกมองว่าตกยุค คนสมัยนี้ให้ความสนใจกับการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างสรรค์มากกว่า ดังนั้นการที่เรามีโอกาสได้แสดงความหลักแหลมทางธุรกิจ (แม้จะเพียงเล็กน้อย ในฐานะ SELLSUMERS) จึงดูเท่ไม่หยอก

เป็นช่องทางซื้อขายสินค้าหายาก- ของราคาถูก ผู้บริโภคสามารถซื้อขายสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ ที่มีความพิเศษให้แก่กันและกันได้ เช่น ของแปลก ของหายาก ของวินเทจ-คลาสสิก ของตลกติงต๊อง หรือของที่ทำขึ้นเฉพาะบุคคลจริงๆ นอกจากนั้น การที่ธุรกิจแบบ SELLSUMERS ไม่มีโครงสร้างต้นทุนที่ซับซ้อน พวกเขาจึงสามารถทำธุรกิจซื้อขายสินค้าได้ในราคาที่ "ถูกมากๆ" อีกด้วย
รายได้พิเศษ ไม่ว่ารวยหรือจน คงไม่มีใครปฏิเสธ "รายได้เสริม" หรอก จริงมั้ย?

อย่างไรก็ดี เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง การเกิดขึ้นของเทรนด์ SELLSUMERS นี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคทุกคนจะหันมาทำธุรกิจเล็กๆ ของตนเองเป็นอาชีพหลัก โดยมากมักจะทำกันเป็นอาชีพเสริม หรือแค่หารายได้พิเศษในบางครั้งคราวเท่านั้น

sell_summer2.jpg

ข้อควรระวัง : SELLSUMERS ไม่ได้หมายถึง
* ผู้ซื้อทุกคนทำตัวเป็นผู้ขาย (เพราะไม่มีเทรนด์ใดที่ครอบคลุมผู้บริโภคได้ 100% ขนาดนั้น)
* ทุกคนจะหยุดใช้เงิน (เพราะอย่างไร SELLSUMERS ก็ยังเป็นผู้บริโภคอยู่วันยังค่ำ)
* การใช้เงินต่อเงิน (นั่นเราเรียกว่าการลงทุน)
* การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ (เพราะมันไม่ได้ทำให้ "เงิน" งอกเงย)
* การซื้อของลดราคา การรับแจกของฟรี ฯลฯ (นั่นหมายถึงการประหยัดเงินจากการใช้จ่ายที่น้อยลง)

ปัจจุบันมีตัวอย่างของเทรนด์ SELLSUMERS มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ อันได้แก่ SELLSUMER & PROPERTIES (ทำเงินจากทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม) และ SELLSUMERS & CREATION (ทำเงินจากการสร้างสรรค์ใหม่)

sell_summer3.jpg

1. SELLSUMERS & PROPERTIES (ทำเงินจากทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม)
มาดูกันที่ทรัพย์สินที่ผู้คนมีอยู่เดิมกันก่อน ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายที่จะ "เพิ่มค่า" ให้กับสิ่งที่มีอยู่มือ เรามาดูกันว่ามีไอเดีย SELLSUMERS อะไรบ้างที่น่าสนใจ นอกเหนือไปจากการขายของบนเว็บ eBay

sell_summer4.jpg

พื้นที่ว่าง
ที่จอดรถ : หลายคนปล่อยเช่าพื้นที่ว่างให้กับคนที่ต้องการที่จอดรถแบบรายเดือน (ในเมืองไทยมีคนทำกันเป็นรายชั่วโมงด้วยซ้ำ และคิดค่าจอดไม่เท่ากันตลอดวันด้วย เช่น ตอนกลางวันปล่อยให้คนทำงานออฟฟิศเช่า แต่ตอนกลางคืนเป็นที่จอดรถของนักเที่ยวกลางคืน)

B&B : AirBnB และ Roomorama คือตัวอย่างไอเดียการทำตลาดออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนหารายได้เสริมจากการปล่อยเช่าห้องว่างในบ้าน เพราะทุกวันนี้มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่เบื่อหน่ายกับการเข้าพักในโรงแรม

ที่เปล่า : เช่น ปล่อยเช่าที่ว่างๆ เป็นตลาดนัด ตลาดกลางคืน หรือซุ้มขายอาหารสำหรับคนทำงานออฟฟิศ เป็นต้น

sell_summer5.jpg

อื่นๆ
ของสัพเพเหระ : การปล่อยเช่าทรัพย์สินแบบชั่วคราว ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่ชุดครัวแสนสวยไปจนถึงเรือยอร์ช

พื้นที่โฆษณา : บริษัท Liberty Drive ในประเทศฝรั่งเศส เสนอเงิน 100 ยูโรต่อเดือนให้กับเจ้าของรถ Smart Car ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม Carvertiser โดยอุทิศรถส่วนตัวของคุณเป็นบิลบอร์ดเคลื่อนที่

เครื่องประดับ : Red Swan มีบริการรับซื้อเครื่องประดับเก่าที่คุณไม่ต้องการแล้ว โดยในทันทีที่คุณเริ่มขายเครื่องประดับให้กับเว็บไซต์นี้ คุณก็สามารถจะแนะนำเพื่อนๆ ของคุณให้เข้าร่วมโครงการด้วย และรับค่าคอมมิสชั่นไปเป็นการตอบแทน

พืชผักสวนครัว : Veggie Trader คือ ตลาดออนไลน์ที่ประยุกต์คอนเซ็ปท์แบบสหกรณ์มาใช้ โดยเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคซื้อขายสินค้าเกษตรจากสวนครัวของตนเองได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง

เดลิเวอรี่ : เว็บไซต์ Colis-Voiturage ของฝรั่งเศส และ raumobil ของเยอรมัน เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค แทนการส่งพัสดุไปรษณีย์ในราคาแพง ด้วยการจับแพะชนแกะให้ "คนที่ต้องการส่งพัสดุ" ได้มาเจอกับ "คนที่จะต้องขับรถ" ไปในจุดหมายเดียวกันอยู่แล้ว แค่นี้เงินก็เข้าไปนอนในกระเป๋า SELLSUMER อีกคนสบายๆ

sell_summer6.jpg

2. SELLSUMERS & CREATION (ทำเงินจากการสร้างสรรค์ใหม่)
ในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นพลังของผบริโภคเลือดใหม่ ที่ทำตัวเป็นทั้ง "ผู้ผลิต" และ "ผู้บริโภค" ไปพร้อมๆ กันได้อย่างแนบเนียน เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนที่มีสมอง มีทักษะ มีฝีมือ และใช้ชีวิตออนไลน์ได้ตลอดเวลา ลองมาดูกันว่ามี SELLSUMER หัวสร้างสรรค์คนไหนเริ่มทำอะไรกันไปแล้วบ้าง ณ วินาทีนี้

sell_summer7.jpg

การออกแบบและผลิต
เว็บไซต์ชื่อดัง Etsy มีสมาชิก SELLSUMER ปัจจุบันรวมกว่า 200,000 คน และมีสินค้าที่ขายออนไลน์รวมกว่า 3 ล้านชิ้น เฉพาะในปี 2008 มูลค่าของสินค้าที่ซื้อขายกันบนเว็บนี้มียอดรวมถึง 87.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนั้นยังมีเว็บ Ponoko ที่ช่วยสนับสนุนผลักดันให้ SELLSUMER ทั้งหลาย หันมาสร้างสรรค์และผลิตสินค้าของตัวเอง ซึ่งมีตั้งแต่เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นยักษ์เลยทีเดียว

ยังไม่รวมถึง SELLSUMER ที่อยู่ในโลก "ออฟไลน์" อีกจำนวนมาก ปัจจุบันมีร้านค้าและตลาดรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ในเมือง Troy รัฐมิชิแกน ห้างสรรพสินค้า Oakland Mall ได้ติดตั้ง kiosk พิเศษขึ้น 12 แห่งภายในห้าง เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วไปนำของมาขายได้ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยคิดค่าเช่าเป็นช่วงสั้นๆ (ลดความเสี่ยงในการลงทุน) เพียงวีคเอนด์ละ 300 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ส่วนในประเทศเพื่อนบ้านของเราเช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ก็มีบริการอย่าง inQbox (ย่อมาจาก incubation in a box) ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองเทรนด์ SELLSUMERS นี้โดยตรง โดยแต่ละร้านของ inQbox จะมี shelf space ที่ทำเป็นช่องสี่เหลี่ยมว่างๆ เรียงรายกันอยู่ เปิดโอกาสให้ "ใครก็ได้" มาเช่าเป็นร้านค้าทดลองหรือพื้นที่แสดงผลงานของตน ราคาค่าเช่าต่อกล่องตกอยู่ที่ราว 80 เหรียญสิงคโปร์ต่อเดือน (หรือราว 50 เหรียญสหรัฐ)

เนื้อหาและซอฟแวร์
บล็อกกิ้ง : ในประเทศสวีเดน "Metro" ยักษ์ใหญ่แห่งวงการหนังสือพิมพ์ได้จัดทำ Metrobloggen ขึ้นเป็นบริการใหม่ โดยไม่ว่าคุณจะเป็นตาสีตาสามาจากไหน คุณก็สามารถมามีหน้าบล๊อกของคุณเองที่ Metrobloggen ได้ และในทันทีที่มีคนอ่านบล๊อกของคุณถึง 5000 คนต่อเดือน Metro จะจัดส่งบัตรเครดิตมาสเตอร์คาร์ดให้คุณหนึ่งใบ พร้อมฟรีเครดิตอีก 16 ยูโร

แอพลิเคชั่น : ผู้บริโภคที่มีทักษะในการพัฒนาแอพลิเคชั่นต่างๆ สามารถทำเงินเล็กๆ น้อยๆ ได้ที่ iPhone App Store (ของ Apple), Android Market (ของ Google), App World (ของ Blackberry), Palm App Catalog และ Microsoft SkyMarket

โฆษณา : บล๊อกเกอร์สามารถหาเงินใช้ได้จาก Google AdWords ในขณะที่ Magpie เริ่มซื้อโฆษณาใน Twitter feeds ของผู้บริโภคแล้ว

โค-ครีเอชั่น : การขอความคิดเห็นจากผู้บริโภคเพื่อพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคนี้และยุคหน้า การได้รับค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ (ต่อความเห็นอันจริงใจและมีค่า) ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครปฏิเสธ โดยเฉพาะในวันที่เศรษฐกิจฝืดแบบเช่นทุกวันนี้

sell_summer8.jpg

โอกาสทองสำหรับธุรกิจ
ในระยะสั้น : สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ? รางวัล? ค่าตอบแทนพิเศษ? ผู้บริโภคไม่ว่าหน้าไหนคงอดซึ้งใจไม่ได้ หากว่าผู้ผลิตหันมาช่วยพวกเขาหาเงินเพิ่ม (แทนที่จะดูดเงินออกจากกระเป๋าพวกเขาอย่างเดียวเหมือนในอดีต) ยิ่งในเวลาที่เศรษฐกิจอับเฉาแล้วด้วย ความช่วยเหลือเหล่านี้จะเป็นที่จดจำไปอีกนาน

ในระยะยาว : การดำเนินกลยุทธ์สนับสนุนเทรนด์ SELLSUMER ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การบริหารลูกค้าสูตรอื่นๆ นั้น ย่อมจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและองค์กรให้แน่นแฟ้นขึ้น เพราะหากธุรกิจของคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่า "มีแต่ได้กับได้" รับรองว่าไม่มีใครปฏิเสธข้อเสนอของคุณแน่นอน

ติดตามบทความฉบับเต็มได้ที่ trendwatching.com


« Back to Result

  • Published Date: 2009-09-07
  • Resource: www.tcdcconnect.com