Creative Knowledge

« Back to Result | List

Olive โดย ดวงฤทัย ภูมิพิเชฐ จากผืนผ้าสู่ “ผลิตภัณฑ์ใยกัญชง”

เวิร์คชอป "ต่อยอดสินค้าทำมือ สู่ตลาดทำกิน" : Olive โดย ดวงฤทัย ภูมิพิเชฐ จากผืนผ้าสู่ "ผลิตภัณฑ์ใยกัญชง"

olive-before-after.jpg

โจทย์

กระบวนการ

ผลลัพธ์

ธุรกิจหลักที่ขายวัสดุใยกัญชงเป็นวัตถุดิบนั้นไปได้ดีอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการต้องการสร้างสินค้าในแบรนด์ของตนเองขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างการต่อยอดวัสดุ ช่วยสนับสนุนการขายใยกัญชงได้อีกทาง พัฒนาและผลิตไลน์สินค้าที่ชูจุดเด่นของวัสดุใยกัญชง รวมทั้งมีความสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งปูทางการผลิตสินค้าในแบรนด์ของตนเองต่อไปได้อนาคต

แม้จะเรียนจบมาด้านการละคร แต่ด้วยความที่ดวงฤทัย ภูมิพิเชฐ ได้ทำกิจกรรมออกค่ายกับชาวบ้านบ่อยครั้งสมัยเป็นนักศึกษา เธอจึงรู้จักแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติมากมาย เมื่อถึงวันที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ เธอจึงเลือกทำงานกับผู้คนและสิ่งที่เคยใกล้ชิดมาก่อน นั่นก็คือกับชนเผ่าม้งในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

บริษัท ดีดี เนเจอร์ คราฟ (DD Nature Craft) ของดวงฤทัยนั้น มีไร่กัญชงและโรงงานผลิตของตัวเอง ซึ่งเพาะปลูกและผลิตโดยชาวม้งท้องถิ่น มีรายได้อย่างต่อเนื่องจากการที่ดวงฤทัยดูแลการผลิต และหาตลาดให้กับสินค้าใยกัญชง ปัจจุบันนี้ใยกัญชงเป็นที่ต้องการมากในตลาดต่างประเทศ แต่ดวงฤทัยต้องการวางตำแหน่งของใยกัญชงให้ชัดเจนในตลาดสินค้าที่มีดีไซน์ จึงตัดสินใจพาดีดี เนเจอร์ คราฟ เข้าร่วมออกร้านในตลาดปล่อยแสง 2 เพื่อพบกับกลุ่มเป้าหมาย

olive1.jpg

ใยกัญชงแท้เหล่านี้มีคุณสมบัติเด่นหลายด้าน อาทิ ปลอดสารพิษ 100% (เป็นธรรมชาติของใยกัญชงที่ถ้าใส่ปุ๋ยหรือฉีดยาจะไม่งอกงาม) ใช้สีย้อมธรรมชาติ เส้นใยมีความแข็งแรงคงทน ป้องกันรังสี UV ได้ 60 - 90 % ตามธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับความหนา) โดยไม่ต้องเคลือบสารเคมีใดๆ จึงเหมาะกับการนำไปประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย

โดยหลักๆ แล้ว ดวงฤทัยมีความตั้งใจที่จะพัฒนาผ้าใยกัญชงเพื่อขายในฐานะวัสดุ / วัตถุดิบ (และให้ผู้ผลิตนำไปต่อยอดเป็นสินค้าอื่นๆ เอาเอง) เมื่อเธอได้นำใยกัญชงไปออกงานแฟร์ในต่างประเทศ ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ดวงฤทัยจึงมุ่งหาความรู้ใหม่ๆ จากสถาบันสิ่งทอ นำมาแตกไลน์สร้างผิวสัมผัสใหม่ๆ ให้กับผ้าใยกัญชง เพื่อให้วัสดุใยกัญชงนี้มีความหลากหลายมากที่สุด สามารถเป็นตัวเลือกให้กับผู้ผลิตสินค้าได้หลากหลายประเภท

ล่าสุดดวงฤทัยได้คิดค้นการทอใยกัญชงผสมไหมขึ้นมา ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะโดยธรรมชาติเมื่อใยพืชกับใยสัตว์มาทอด้วยกันแล้วมักจะทำลายกันเอง แต่ดวงฤทัยก็สามารถคิดค้นวิธีการทอขึ้นใหม่ได้สำเร็จ (โดยได้แรงบันดาลใจจากห้องสมุด TCDC) และเมื่อข่าวการทดลองนี้เผยแพร่ออกไป แบรนด์กระเป๋าชื่อดังจากอิตาลีก็เตรียมสั่งซื้อวัสดุนี้ทันที อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่ามีลูกค้าหลายรายที่สนใจวัสดุผ้าใยกัญชง แต่ไม่รู้จะนำไปทำเป็นสินค้าอะไร ดวงฤทัยจึงคิดทดลองผลิตสินค้าตัวอย่างขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นว่า ใยกัญชงสามารถประยุกต์ไปเป็นอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น หมวก รองเท้า และกระเป๋าแบบต่างๆ เป็นต้น

ขวัญหทัย ผู้จัดการร้าน The Shop@TCDC เห็นว่า โดยตัววัสดุแล้วใยกัญชงมีความน่าสนใจมาก จึงแนะนำให้ดีดี เนเจอร์ คราฟ ทดลองต่อยอดวัสดุเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเองเลย ซึ่งดวงฤทัยก็เห็นตรงกัน และได้ใช้ชื่อ Olive (ชื่อเล่นของเธอ) เป็นแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ใหม่อันนี้

ในส่วนของแนวทางการต่อยอดสินค้า ขวัญหทัยเห็นว่า คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของใยกัญชง คือ การป้องกันรังสี UV โดยธรรมชาติ จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมากำหนดเป็นทิศทางของสินค้าว่า ควรเป็นสินค้าที่ต้องการคุณสมบัตินี้ และเป็นสินค้าที่มีมูลค่าในตัวมากสักหน่อย เพราะใยกัญชงเป็นวัสดุที่มีราคาสูง เช่น กระเป๋าใส่แลปทอป ที่บังแดดในรถยนต์ หรือเครื่องแต่งกายที่เน้นการใช้งานกลางแจ้ง โดยให้ดวงฤทัยกลับไปทดลองผลิตดู

olive2.jpg

ในการพบกันครั้งต่อมา ดวงฤทัยยอมรับว่าตัวเธอเองไม่ใช่นักออกแบบ แต่เป็นนักบริหารที่คิดและวางแผน เป็นนักจัดการที่ทำงานกับกระบวนการผลิต ส่วนช่างฝีมือในโรงงานนั้นก็ถนัดการทอเป็นผืนมากกว่าการเย็บขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างกระเป๋าแลปทอปที่ดวงฤทัยนำมาเสนอจึงยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร ต้องแก้ไขในเรื่องของโครงสร้าง การบุภายในเพิ่มเติม ฯลฯ นอกจากนั้นขวัญหทัยได้แนะให้ลองเปลี่ยนสีซิป จากสีโทนหม่นที่ดูกลืนกันไปหมด ให้เป็นสีสันที่สดใสขึ้น อย่างไรก็ดี ในครั้งนี้ดวงฤทัยได้นำตัวอย่างวัสดุผ้าทอไหมผสมใยกัญชงมาให้ขวัญหทัยดูด้วย โดยผ้าทอนี้มีทั้งความงดงามบวกด้วยคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับการผลิตเป็นสินค้าราคาสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือผ้าบุหัวเตียง ซึ่งทั้งคู่เห็นตรงกันว่าเป็นโอกาสการต่อยอดธุรกิจในขั้นต่อไป

สำหรับแบรนด์ Olive ในช่วงเริ่มต้นนี้ นอกเหนือจากกระเป๋าใส่แลปทอปที่ต้องไปปรับแก้ ขวัญหทัยได้ขอให้ดวงฤทัยทดลองตัดเย็บใยกัญชงเป็นแจ๊กเก็ตเข้ารูปสำหรับผู้หญิงด้วย โดยแนะนำเรื่องแบบ ความยาว และกำหนดโทนสีสำหรับแจ๊กเก็ตให้เรียบร้อย

olive3.jpg

ครั้งต่อมา ดวงฤทัยมีตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่มสำหรับใช้กลางแจ้งมานำเสนอ (สามารถเจาะกลุ่มตลาดอาหรับต่อไปได้) เป็นผ้าคลุมยาวต่อหมวกที่ขวัญหทัยเห็นว่า ควรเพิ่มแบบที่ไม่ต้องมีหมวกด้วย สำหรับผู้หญิงขับรถที่กลัวผิวคล้ำ ฯลฯ

ส่วนผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไหมผสมใยกัญชงนั้น หากจะนำไปทำเป็นกระเป๋าคงยังไม่เหมาะ เพราะเมื่อเคลือบสารกันน้ำแล้ว สารดังกล่าวจะทำลายคุณสมบัติของไหมลง ทั้งลดความแข็งแรง ลดสีสันความแวววาว จึงต้องหาวิธีผลิตใหม่ ส่วนแจ๊กเก็ตไหมผสมใยกัญชงนั้นยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ที่ต้องกลับไปแก้ไขใหม่ให้ลงตัว

จากกรณีศึกษานี้จะเห็นได้ว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ถนัดเฉพาะทางการผลิตวัสดุ การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ย่อมมีเรื่องให้ต้องศึกษา พัฒนา และแก้ปัญหาอีกมากมาย อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมเวิร์คชอป "ต่อยอดสินค้าทำมือสู่ตลาดทำกิน" ในครั้งนี้ของบริษัทดีดี เนเจอร์ คราฟ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางผู้ประกอบการจะได้ทดลองผันตัวจากผู้ผลิตวัตถุดิบมาเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง



« Back to Result

  • Published Date: 2009-08-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง