Articles

« Back to Result | List

ตอบโจทย์ AEC : ณิชา สืบวงศ์ลี ผู้บริหารแบรนด์ Pranali® สานกลยุทธ์ “สปาและนวดไทย” ในตลาดอาเซียน

เรื่องและภาพ : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

การนวดแผนโบราณของไทย (Thai Traditional Massage) คือ หนึ่งในศาสตร์การแพทย์แผนโบราณที่สืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำ “จารึกตำราแพทย์แผนโบราณ” ลงไว้บนหินชนวนรอบพระมหาเจดีย์และตามเสาศาลาราย ครั้นในปี พ.ศ.2399 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์หลวงตรวจชำระแปลตำราแพทย์จากภาษาบาลีสันสกฤตให้เป็นภาษาไทย และจัดทำรูปเล่มใหม่เป็น “ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ฉบับหลวง)” ซึ่งมีภาควิชาหัตถศาสตร์ หรือที่เรียกว่า “ตำราแบบนวดฉบับหลวง” ไว้อีกหนึ่งฉบับด้วย

ปัจจุบันการนวดแผนโบราณที่ปฏิบัติกันอยู่มี 2 วิธี คือ การนวดตามแบบท่าฤาษีดัดตน (การนวดแผนไทย) และ การนวดประคบด้วยสมุนไพร ซึ่งทั้งสองศาสตร์ที่ว่านี้ถือเป็น “อัตลักษณ์จากภูมิปัญญาไทย” ที่สปาชั้นนำทั่วโลกต่างให้การยอมรับและบรรจุไว้ในเมนูการนวดหลัก (สปาต่างประเทศบางแห่งถึงกับลงทุนอิมพอร์ตนักบำบัด (Therapist) จากเมืองไทยเพื่อไปให้บริการลูกค้าในส่วนนี้โดยเฉพาะ)

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าการเป็นเจ้าของภูมิปัญญาชั้นเยี่ยมจะเป็นเครื่องการันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนวดแผนไทย โดยเฉพาะเมื่อภูมิภาคของเรากำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจครั้งสำคัญ นั่นก็คือการรวมตัวกันเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (หรือ AEC) ในปี 2558

ประเทศไทยในฐานะผู้นำทางด้านธุรกิจสปาและการนวดจะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร? และอะไรคือกลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับที่ผู้ประกอบการไทยควรจะต้องเรียนรู้ไว้ล่วงหน้า? TCDCCONNECT ได้รับเกียรติจากคุณณิชา สืบวงศ์ลี International Business Development แห่งแบรนด์ Pranali® ที่จะมาแชร์แนวคิดและกลยุทธ์การปรับตัวสำหรับธุรกิจสปาไทยในตลาด AEC

T/C : คุณมองว่าการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 จะส่งผลอย่างไรกับผู้ประกอบการธุรกิจสปาและการนวดของไทย
ณิชา : โอกาสในการเติบโตของผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ จะเป็นไปได้ง่ายขึ้น เนื่องจากประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เกิด Single Aviation Market (SAM) ที่ส่งเสริมให้การเคลื่อนย้ายของบุคลากรและสิ่งของ (ผลิตภัณฑ์) มีความสะดวกมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศขยายตัว ซึ่งเป็นผลดีกับธุรกิจบริการโดยเฉพาะกับสปาและการนวดของไทย

T/C : แล้วเราไม่กลัวหรือว่าจะมีผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านมาทำกิจการสปาแข่งกับคนไทย
ณิชา : คุณต้องอย่าลืมว่าประเทศไทยคือผู้นำในกลุ่มธุรกิจนี้ แม้ว่าเราจะมีคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย แต่ต้นทุนทางวัฒนธรรม เช่น อัตลักษณ์ของรูปแบบการนวด อัธยาศัยการบริการ ความเชี่ยวชาญและชื่อเสียงของการนวดไทยแผนโบราณ ก็ยังเป็นที่ชื่นชมมากในระดับสากล สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านที่อยากแข่งกับเราต้องทำการบ้านหนักมาก แต่มันก็ไม่ใช่จะไม่มีความเป็นไปได้นะคะ แค่เขาเหล่านั้นจะต้องข้ามกำแพงมาตรฐานที่สูงเพื่อเจาะตลาดในบ้านเราให้ได้

อย่าลืมว่าผู้ประกอบการในบ้านเรามีร้านนวดในระดับราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น ดังนั้น ช่องว่างในตลาดสำหรับประเทศเพื่อนบ้านมันก็แคบลง อย่างไรก็ดี ไทยเราจะต้องไม่ประมาทเด็ดขาด และจะต้องสร้างแบรนด์ของเราให้ตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องเต็มร้อย

T/C : ประเทศใดในกลุ่มอาเซียนที่มีโอกาสเติบโตมากที่สุดในธุรกิจสปา
ณิชา : ประเทศเวียดนามถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองที่สุด เพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาว 3,444 กิโลเมตร ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้โรงแรมชั้นนำเข้าไปเปิดธุรกิจตลอดแนวหาด ซึ่งพอมีการท่องเที่ยวเกิดขึ้น ธุรกิจที่คู่ขนานกับมันไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สปา ร้านนวด ฯลฯ ก็จะมีโอกาสเติบโตควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ประเทศเวียดนามยังถือว่ามีความเป็นธรรมชาติสูง ทุกอย่างยังดูบริสุทธิ์ ไม่ถูกปรุงแต่ง จึงถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากสำหรับกลุ่มธุรกิจ Hospitality ที่จะเติบโต

T/C : Pranali® เตรียมกลยุทธ์รับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไร
ณิชา : ธุรกิจในกลุ่มนี้นอกจากเรื่องการบริการที่ต้องทำให้ลูกค้าประทับใจอย่างสูงสุดแล้ว อีกสิ่งที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจของ Pranali® ก็คือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ต้องครอบคลุมทุกภาคส่วน (Operation management) เช่น การฝึกอบรมนักบำบัด การคิดค้นรูปแบบวิธีการนวดเฉพาะ (เพื่อสร้าง Signature ในสปาเมนู) การออกแบบส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สำหรับการนวด การออกแบบตกแต่งสถานที่ ระบบโลจิสติกส์ ฯลฯ ทุกรายละเอียดมีส่วนสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ค่ะ

การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดีจะช่วยให้ขั้นตอนการทำงาน (Process) มีความคล่องตัวมากขึ้น และแม้ว่า Pranali® จะมีสาขาในต่างประเทศรวม 13 ประเทศแล้ว แต่เราก็ตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดอาเซียนให้มากขึ้น (ปัจจุบันได้ขยายตัวไปที่ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว)

อีกอย่างคือ เราไม่ได้มุ่งเน้นว่า Pranili® จะเป็นแค่ธุรกิจสปาอย่างเดียว เพราะที่นี่เราเน้นในส่วนของ “คุณประโยชน์” (Benefit) ที่ลูกค้าจะได้รับทั้งจากการนวดและจากผลิตภัณฑ์ที่เราคิดค้นขึ้นเองภายใต้แนวคิด Fusion Spa ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์ด้านอายุรเวทของการนวดแผนไทย การนวดแบบบาหลี และการนวดจากตะวันตก เช่น สวีเดน เป็นต้น นอกจากนั้นเรายังออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงลักษณะของผิวพรรณด้วย เช่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวธรรมดา ฯลฯ

ในส่วนของผลิตภัณฑ์แบรนด์ Pranili® เรามองว่ามันอยู่ในกลุ่มของ Cosmetic มากกว่าสปา ดังนั้นทุกเมนูการนวดของเราจึงมีการสอดแทรกคุณสมบัติพิเศษของผลิตภัณฑ์ไว้ด้วยเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้กับลูกค้า

T/C : องค์ประกอบสำคัญในการทำธุรกิจสปาแบ่งออกได้เป็นกี่ส่วน และแต่ละส่วนจะได้รับผลกระทบจาก AEC อย่างไรบ้าง
ณิชา : เมื่อพูดถึงโครงสร้างของธุรกิจสปาในกรอบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เราสามารถแบ่งมันออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ ร้านสปาและการนวด, นักบำบัด (Therapist), และผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งแต่ละส่วนก็จะได้รับผลกระทบและโอกาสที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านสปาและการนวด แม้ว่าจะมีโอกาสขยายตัวสู่ตลาดอาเซียนได้ง่ายขึ้น แต่การขยายตัวก็ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนสาขาอย่างเดียว แต่เราต้องสร้างความแตกต่างหรืออัตลักษณ์พิเศษเพื่อให้แข่งขันได้ด้วย

และที่สำคัญมากๆ สำหรับการดูแลธุรกิจสปาในต่างประเทศก็คือ เรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กรดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เพราะหากเราทำได้ไม่ดีเราก็จะเป็นเหมือนสปาห้องแถวที่ไม่มีจุดขาย ท้ายที่สุดเราก็จะเอาเรื่องราคามาแข่ง โดยมองข้ามคุณภาพไป ซึ่งนี่แหละที่จะส่งผลลบต่อธุรกิจในระยะยาว

ในส่วนของ นักบำบัด (Therapist) เป็นกลุ่มสาขาอาชีพที่มีโอกาสเคลื่อนย้ายแรงงานสูงสุด เพราะความสามารถและค่าตอบแทนจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญรวมไปถึงความหลากหลายขององค์ความรู้ในการนวด ซึ่งค่าตอบแทนนี้หมายถึงเงินเดือนที่สูงขึ้นและค่ามือที่จะได้ในแต่ละครั้งที่นวดด้วย

สำหรับ ผลิตภัณฑ์สปา การเปิดตลาด AEC จะก่อให้เกิด Mutual Recognition Arrangement (MRA) ที่ทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์ง่ายขึ้นกว่าเดิม ต่อไปในอนาคตอาเซียนจะมีมาตรฐานการผลิตสินค้าที่เป็นหนึ่งเดียว ฉะนั้นถ้าสินค้าเราได้มาตรฐาน การสร้างแบรนด์ก็จะทำได้ง่ายขึ้นมาก

T/C : ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มนี้ควรเตรียมตัวรับมืออย่างไรบ้าง
ณิชา : แม้ว่าเราจะมีศาสตร์การนวดแผนไทยที่เป็นจุดแข็ง เป็นภูมิปัญญาที่คนยอมรับในระดับสากล แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะประสบความสำเร็จได้จากองค์ความรู้เพียงอย่างเดียว คือเราต้องไม่ลืมว่าองค์ความรู้เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถศึกษาได้ มีชาวต่างชาติมากมายที่ขวนขวายบินมาเมืองไทยเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ดังนั้นแล้วสิ่งสำคัญก็คือเราต้องรู้จักคิดสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่าง ซึ่งตรงนี้ไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องคิดค้นรูปแบบการนวดใหม่หมดทุกรายการ แต่ถ้าคุณสามารถผสมผสานศาสตร์การนวด รูปแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะ รวมไปถึงการบรรยากาศของสถานที่เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน คุณก็จะสร้าง “อัตลักษณ์ส่วนตัว” ของคุณขึ้นมาใหม่ได้ และนั่นแหละที่จะส่งผลดีให้กับแบรนด์ของคุณในระยะยาว ทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ประเด็นเด่น
- การนวดแผนไทยเป็นศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ดังนั้นโอกาสในการขยายตัวของ “สปาไทยในตลาดอาเซียน” จึงมีแนวโน้มที่สูง สำคัญที่ว่าผู้ประกอบการจะต้องหาความแตกต่างให้กับการประกอบธุรกิจให้ได้
- การบริหารจัดการองค์กร (Operation Management) มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจสปา โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดตลาดหรือขยายสาขาในต่างประเทศ
- ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ใช่สิ่งที่คนนอกเรียนรู้ไม่ได้ ดังนั้นหากเราไม่เร่งนำเอาอัตลักษณ์ความภาคภูมิใจที่มีมาสร้างเป็นโอกาสทางธุรกิจ มันก็จะน่าเสียใจไม่น้อยหากคนอื่นเข้ามาหยิบฉวยโอกาสนี้ไป แล้วเราคนไทยก็ต้องไปใช้บริการนวดไทยจากธุรกิจสัญชาติอื่น

ข้อมูลการติดต่อ
Web :
Pranali

อ้างอิง :
pranali.com
watpho.com

Tags: spa, marketing, AEC

« Back to Result

  • Published Date: 2012-10-03
  • Resource: www.tcdcconnect.com