Articles

« Back to Result | List

ตอบโจทย์ AEC : เตรียมพร้อม “สถาปนิกไทย” ก้าวไกลสู่ “สถาปนิกอาเซียน”

เรื่อง : พลอย มัลลิกะมาส 

นาทีนี้ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหนก็ดูเหมือนว่าจะได้ยินคำว่า “AEC” อยู่เสมอ ทั้งจากจอโทรทัศน์, หน้าหนังสือพิมพ์, วิทยุ, นิตยสาร ไปจนถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ แต่ถึงจะมีพายุข่าวโหมกระหน่ำเพียงนี้ หลายๆ คนก็ยังออกมาสารภาพว่า “ยังไม่ค่อยเข้าใจ” และอยากทำความรู้จักกับความหมายและอิทธิพลของคำว่า “AEC” ให้มากขึ้นอีกสักนิด

AEC ย่อมาจาก ASEAN Economic Community หมายถึง การรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบรูไน ซึ่งจะรวมตัวกันเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มกราคม 2558 ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดอำนาจการต่อรองทางการค้า และส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน (ลักษณะคล้ายการรวมกลุ่มของประเทศในแถบยุโรป หรือ EU)


ย้อนไปเมื่อปี 2546 ผลจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9 ( ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย) ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ Bali Council โดยมีการกำหนดข้อตกลงยอมรับร่วมกันถึง “คุณสมบัติของแรงงานในสาขาวิชาชีพหลัก” ที่เรียกว่า MRA (Mutual Recognition Arrangement) เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาชีพ และผู้มีทักษะพิเศษของอาเซียนได้อย่างเสรี (Free Flow of Skilled Labor) ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวครอบคลุมถึง 7 สาขาวิชาชีพ ดังต่อไปนี้
1. วิศวกร (Engineer Services)
2. พยาบาล (Nursing Services)
3. สถาปนิก (Architectural Services)
4. นักสำรวจ (Surveying Qualification)
5. นักบัญชี (Accountancy Services)
6. ทันตแพทย์ (Dental Practitioners)
7. แพทย์ (Medical Practitioners)

จาก 7 วิชาชีพข้างต้น หนึ่งในวิชาชีพที่ว่ากันว่าได้เตรียมความพร้อมรอรับการมาของ AEC ไว้เป็นอย่างดีแล้วก็คือ สถาปนิกไทย วิชาชีพนี้แม้จะมีมานานกว่า 80 ปีและมีวิวัฒนาการมาโดยต่อเนื่อง ทว่าแรงงานในกลุ่มสถาปนิกก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ส่งผลต่อการยอมรับวิชาชีพ “สถาปนิกไทย” ในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถทางด้านภาษา, ความพร้อมในการทำงาน, ความกังวลว่าจะสูญเสียอัตลักษณ์ประจำชาติ ไปจนกระทั่งความกลัวว่าจะถูกต่างชาติแย่งงาน ฯลฯ

อย่างไรก็ดี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมองว่า การเปิดเสรีสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นี้จะเป็นโอกาสอันดีและเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของสถาปนิกไทย ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยกล่าวว่า “เราโฟกัสมากเกินไปกับความกลัวว่าคนอื่นจะมายึดอาชีพเรา จริงๆ แล้วความเปลี่ยนแปลงนี้มันก็มีความท้าทายซ่อนอยู่ ทำไมเราไม่คิดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะสามารถพัฒนาคนของเราให้ไปบุกพื้นที่อื่นๆ บ้าง”

ขณะที่สถาปนิกแนวหน้าของประเทศ (และกรรมการบริหารสภาสถาปนิก) อย่างคุณ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ก็มองว่า สถาปัตยกรรมคือวิชาชีพที่มีการเตรียมความพร้อมไว้ค่อนข้างดี และเป็นกลุ่มที่มีการเจรจาก้าวหน้ามากที่สุดในกลุ่มวิชาชีพทั้งเจ็ด “ลองจินตนาการว่าบางสิ่งบางอย่างที่ถูกป้องกันไว้อย่างดีมาเป็นเวลา 70 – 80 ปี อยู่มาวันหนึ่งจะถูกเปิดเสรี โดยมี AEC เป็นด่านแรก หากเราไม่ได้วางแผนไว้อย่างระมัดระวังก็คงจะเสียเปรียบมาก”

“โชคดีว่าทางสภาสถาปนิกฯ เตรียมตัวเรื่องนี้กันมากว่า 6 ปีแล้ว เรามองเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า เพราะวิชาชีพสถาปัตย์แต่เดิมนั้นมันไม่ได้เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือใดๆ ที่จะรองรับการเปิดเสรีนี้เลย”

นัยยะสำคัญของ “การเปิดเสรีอาเซียน” ในความเห็นของคุณดวงฤทธิ์ คือ การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติในกลุ่มอาเซียนได้มีโอกาสเข้ามาทำงานสถาปัตยกรรมในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและต้องการการพิจารณาอย่างรอบคอบว่า “เราจะเปิดเสรีอย่างไรให้ไม่เสียเปรียบ” “เปิดอย่างไรให้คนอื่นไม่ทะลักตามมาหมด” และ “เปิดอย่างไรให้มีชั้นเชิงที่สุด”

สามกลยุทธ์สำคัญสู่ความเป็น “สถาปนิกอาเซียน”
การเตรียมความพร้อมของวิชาชีพสถาปนิกเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตามข้อตกลงใน MRA มีดังต่อไปนี้
1. จัดทำกรอบการทำงานร่วมกันของสถาปนิกไทยกับสถาปนิกอาเซียน (Local Collaboration Framework) ภายใต้ข้อตกลงของสภาสถาปนิกอาเซียน (ASEAN Architect Council) ว่าด้วยการทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Reciprocal Framework) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงร่วมกันภายใต้กรอบใหญ่ของ UIA (องค์กรใหญ่สุดของวิชาชีพสถาปัตยกรรม ที่ Unesco ให้การสนับสนุน) ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “การปฏิบัติงานในประเทศอื่นต้องมีการร่วมมือกับเจ้าของประเทศนั้น”
2. ดำเนินการจัดให้มีระบบการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า CPD (Continuing Professional Development) โดยความสมัครใจ สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็น “สถาปนิกอาเซียน” (AA - ASEAN Architect)
3. แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดการจ้างงานของคนต่างด้าวตามพระราชกฤษฏีกา เพื่อให้สถาปนิกต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานในเมืองไทยได้ภายใต้เงื่อนไขของ MRA

สร้างแบรนด์ “สถาปนิกไทย” ให้ก้าวไกลใน AEC ผศ.ดร.นฤพนธ์ เคยกล่าวไว้ว่า “ในวันนี้การเป็นสถาปนิกไม่ใช่แค่ต้องรอให้ได้โจทย์มาหรือต้องรอแบบอีกต่อไป แต่ต้องช่วยลูกค้าคิดและวิเคราะห์ด้วยว่า ถ้ามีที่ดินอยู่จะลงมือทำอะไรกับมันดี เช่น จะสร้างเป็นคอนโดฯ หรือ คอมมูนิตี้ มอลล์”


เพราะขณะที่จุดแข็งของสถาปนิกสิงคโปร์ คือ การสร้างแบรนด์ดิ้งที่มีความเฉพาะตัว เช่น ความถนัดเรื่องการออกแบบบิวตี้แอนด์เฮลท์คลินิก, ลักษณะการทำงานที่คิดงานแบบครีเอทีฟ, ความถนัดในการใช้เกมรุกช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา, ความพร้อมในการนำเสนอทางเลือกต่างๆ ที่มากกว่าขอบเขตของงานสถาปนิก ฯลฯ สิงคโปร์ได้นำทักษะเหล่านี้มาประยุกต์เป็นจุดขายของเขา ขณะที่สถาปนิกไทยมักจะมองว่า นั่นไม่ใช่ขอบเขตหน้าที่ของตน ส่วนในอีกมุมหนึ่งจุดแข็งของสถาปนิกฟิลิปปินส์ก็คือเรื่องของค่าแรงที่ถูกกว่า

ฝ่ายคุณดวงฤทธิ์มั่นใจว่า อีกสามปีข้างหน้าในวันที่ AEC เปิดตัวขึ้น ประเทศไทยจะกลายเป็นเวทีเศรษฐกิจสำคัญที่ต่างชาติให้ความสนใจมาลงทุน ดังนั้น คนไทยเองจะต้องให้ความสนใจกับการสร้างแบรนดิ้งด้วย “ภาพลักษณ์ของสถาปนิกไทยในสายตาคนข้างนอก คือ เรื่องของการออกแบบรีสอร์ท ที่พักอาศัย และสถานที่ให้บริการต่างๆ (Residential & Hospitality) ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งที่เราควรนำไปพัฒนาสร้างเป็นแบรนด์ดิ้งให้ ‘Thai Architect’ อันนี้หมายถึงแบรนด์ดิ้งในระดับองค์รวมทั้งประเทศนะ ไม่ใช่แบบตัวใครตัวมันอย่างที่เราทำกันอยู่ ผมมองว่าการเปิด AEC ในปี 2015 จะเป็นโอกาสดีที่วงการสถาปนิกไทยจะได้สร้างชื่อร่วมกัน”

“การเปิดเสรี AEC มีข้อดีมากกว่าข้อเสียครับ และมันถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีมาก เนื่องจากเราจะมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น จากที่เคยมีเขตเศรษฐกิจ 70 ล้านคน ก็จะกลายเป็น 600 ล้านคน AEC เป็นเรื่องของวิวัฒนาการ (Evolution) ที่จะทำให้เราทุกคนค่อยๆ ปรับตัวไปโดยอัตโนมัติ” ถึงตรงนี้ สำหรับอุตสาหกรรมการออกแบบและวิชาชีพสถาปนิก คุณแน่ใจได้เลยล่ะว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ สิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนกำลังเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นที่สุดแห่งทศวรรษ

ข้อมูลอ้างอิง :
- brandage.com
- siamrathjobs.com
- เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษเรื่อง MRA กับสถาปนิกอาเซียน วิกฤต หรือ โอกาส โดย คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค กรรมการบริหารสภาสถาปนิก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

« Back to Result

  • Published Date: 2012-10-02
  • Resource: www.tcdcconnect.com