Creative Knowledge

« Back to Result | List

กรณีศึกษา : การพัฒนางานออกแบบให้ตรงใจตลาด – ผู้จัดการร้าน The Shop @ TCDC พบผู้ประกอบการและนักออกแบบ (ตอนที่ 2)

tactus2.jpg

นักออกแบบมากมายมีไอเดียแต่ยังไม่รู้จักตลาด ไม่รู้ว่าจะเริ่มธุรกิจอย่างไร ผู้ประกอบการมากมายที่มีองค์ความรู้แต่ต้องการดีไซน์เข้ามาสร้างความแตกต่างให้สินค้า ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ดีไซน์อย่างไร

เวลาที่คุณเกิดข้อสงสัยหรือความต้องการในลักษณะนี้ขึ้น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (หรือ TCDC) สามารถช่วยคลี่คลายความสงสัยให้คุณได้ The Shop @ TCDC เป็นหน้าร้านต้นทางอีกแห่งที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบนำสินค้าไอเดียดีเข้ามาทดลองตลาดได้

คุณอ้อ ขวัญฤทัย ตัณฑ์เกยูร ผู้จัดการร้าน TCDC Shop มีประสบการณ์ทางด้านนี้มาหลายปี เคยผ่านงานในฐานะผู้จัดการร้านของแบรนด์หรูๆ ไปจนถึงฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศมาก่อน ปัจจุบันคุณอ้อทำหน้าที่ผู้จัดการร้านของ TCDC Shop สายตาของเธอต่อการคัดสรรสินค้าที่นำเข้ามาเสนอย่อมมีมุมมองที่น่าสนใจต่อข้อคำถามเหล่านั้น 

โดยคุณอ้อกล่าวว่าเธอนั้นทำงานตามเป้าหมายของ TCDC คือเป็นตัวกลางให้คำปรึกษา เชื่อมโยงงานออกแบบและแนวโน้มความเป็นไปได้ทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจพื้นที่ขายสินค้า หรือต้องการปรับปรุงสินค้าให้ต้องตาต้องใจผู้บริโภค

TCDC Connect ได้มีโอกาสบันทึกการให้คำปรึกษาของคุณอ้อต่อนักออกแบบและผู้ประกอบการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่ออีกหลายๆ ท่านในการมองสินค้าของตนเองให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเราขอจำแนกผู้ที่เข้ารับคำปรึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1) นักออกแบบที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว
2) ผู้ประกอบการที่มีองค์ความรู้ (โดยเฉพาะด้านการผลิต) ในสายงานของตัวเอง แต่ต้องการคำแนะนำในการพัฒนาสินค้า

CASE#3: TACTUS
Who: คุณสุนารี ลาวัลยะวัฒน์ ผู้อำนวยการ และคุณนภารัตน์ ลลิตประไพพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ แบรนด์ TACTUS
What: โครงการพัฒนาการออกแบบสินค้าเครื่องหนัง

tactus3.jpg

ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านการฟอกหนังที่มีมานานถึง 30 ปีของโรงงานคงสิริ แพลนนารี (http://www.kongsiri.com/) ซึ่งเป็นโรงงานที่ขึ้นแท่นอันดับต้นๆ ในเรื่องคุณภาพการผลิตทั้งในประเทศและระดับนานาประเทศ หนังฟอกจากคงสิริสามารถส่งออกไปเป็นวัสดุในการผลิตเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ต่อมาผู้บริหารจึงคิดต่อยอดธุรกิจโดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นเองด้วยภายใต้แบรนด์ที่ชื่อ TACTUS (http://www.tactusproduct.com/)

เครื่องหนังแบรนด์ไทยนาม TACTUS ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีฝ่ายการตลาดและ ฝ่ายออกแบบของตนเอง แต่ยังคงผลิตโดยโรงงานของคงสิริ สินค้าแบรนด์ TACTUS เน้นที่กระเป๋าทั้งใหญ่และเล็ก รวมถึงของใช้ที่ตอบสนองวิถีชีวิตคนทำงาน โดยจัดแบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ เช่น หมวดกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์แลปทอป หมวดสเตชั่นเนอรี่ หมวดแอคเซสซอรี่ส์ เป็นต้น สินค้าส่วนใหญ่เน้นเจาะตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยใช้งานแฟร์ต่างๆ เป็นช่องทางในการพบปะ และหาลูกค้า

คุณอ้อ (ผู้จัดการร้าน The Shop @ TCDC) พบ TACTUS ที่งาน BIG & BIH เมื่อ 2 ปีก่อน คุณอ้อสนใจเพราะผลิตภัณฑ์ของ TACTUS ใช้หนังที่มีคุณภาพ จึงชักชวนให้นำสินค้าไปวางที่ร้าน The Shop @ TCDC พ่วงด้วยคำแนะนำในการปรับพัฒนาตัวสินค้าให้มีความโดดเด่นและตอบโจทย์การตลาดมากขึ้น

เพราะผลิตภัณฑ์ของ TACTUS ในระยะแรกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหรือซองใส่ปากกา รวมทั้งยังใช้สีในโทนขรึมทั้งหมด ทำให้สินค้าดูเรียบเกินไป ไม่โดดเด่นสะดุดตา

Solution: คุณอ้อแนะให้ปรับดีไซน์ใหม่ โดยเน้นความกะทัดรัดและสีสันสดใส โดยคุณอ้อเองทำหน้าที่ให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการพัฒนา

ณ วันที่ TCDCCONNECT เข้าไปสังเกตการณ์ TACTUS มีงานตัวอย่างพร้อมไอเดียใหม่มาเสนอ ประกอบไปด้วยกระเป๋าสะพายขนาดย่อม กระเป๋าใส่พาสปอร์ต ฯลฯ ในระหว่างการประชุมปรึกษามีคำแนะนำที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็น ซึ่งเราขอสรุปเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

1. นำเสนอผลงานเป็นคอลเล็กชั่น
จากสินค้าตัวอย่างที่นำมาให้ดูโดยรวม คุณอ้อแนะว่าถ้าทาง TACTUS จะออกสินค้าใหม่จากจุดนี้ อยากให้ออกเป็น "คอลเลกชั่น" ป็นกลุ่มสินค้าที่มีเรื่องราวเดียวกัน เช่น ถ้ามีกระเป๋าสำหรับใส่พาสปอร์ต ก็น่าจะทำสินค้าอื่นๆ ในกลุ่มการเดินทางไปด้วยเลย ซึ่งในที่สุดก็ทำสำเร็จออกมาเป็นคอลเลกชั่นชื่อ "Travel"

2. สีสัน คุณภาพ และจำนวนผลิต
คุณอ้อแนะให้ TACTUS นำเสนอสินค้าในเฉดสีที่หลากหลายขึ้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และครอบคลุมรสนิยมของกลุ่มลูกค้าที่มีบุคลิกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเฉดสีให้กับสินค้าก็มีผลกระทบต่อการควบคุมคุณภาพการผลิตและการทำสต๊อคสินค้าด้วย ซึ่งทางฝ่ายออกแบบจำเป็นต้องหาจุดที่ลงตัวว่าในแต่ละแบบควรจะมีกี่สีดี และแต่ละสีควรจะผลิตในจำนวนเท่าไร เป็นต้น

3. การศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า
TACTUS ควรต้องศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าหลายๆ แบบ เพื่อวางแผนการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋าห้อยคอ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ อาจต้องเพิ่มไลน์ทำเป็นกระเป๋าสะพายข้าง ฯลฯ หรือเมื่อมีพฤติกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น การโทรไม่ขับ ก็อาจเป็นโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้

4. พัฒนาสินค้าที่อิงกับวิถีชีวิต
แนะให้ผลิตสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองปัจจุบัน เช่น ที่ใส่ iPod หรือ iPhone การออกสินค้าในกลุ่มนี้เรื่อยๆ จะสร้างการจดจำในกลุ่มผู้ซื้อได้ดี เมื่อคนนึกถึงของใช้ไลฟ์สไตล์ก็จะนึกถึง แบรนด์ TACTUS หรือในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่มีราคาสูง บางทียังไม่มีใครทำที่ใส่ (Case) ที่คุณภาพดี ออกแบบสวยงามลงตัว แบรนด์เราก็ต้องรีบเข้าไปทำตรงนั้น

5. ใช้สื่อประชาสัมพันธ์นำเสนอจุดเด่น
เสริมจุดแข็งที่ความเป็นหนังแท้ และสร้างความน่าเชื่อถือด้วยประวัติศาสตร์ 30 ปี สิ่งเหล่านี้ต้องประชาสัมพันธ์ผ่านสิ่งพิมพ์ส่งเสริมการขายต่างๆ เช่น แคตตาล็อก หรือดิสเพลย์ อาจเน้นด้วยว่า TACTUS เป็นเจ้าของการผลิตหนังชั้นเยี่ยมเอง ไม่ได้รับมาจากที่อื่น เป็นต้น

6. ดิสเพลย์และบรรจุภัณฑ์
สิ่งสำคัญที่ TACTUS ตั้งใจมาขอคำแนะนำในครั้งนี้ ก็คือเรื่องดิสเพลย์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบางทีนักออกแบบมุ่งเน้นที่การออกแบบตัวสินค้ามาก จนลืมไปว่าดิสเพลย์และบรรจุภัณฑ์ก็มีผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าที่จะก้าวสู่ตลาดโลก

"ในเมืองไทยไม่ค่อยมีคนทำดิสเพลย์กระเป๋า เพราะส่วนมากจะเป็นกระเป๋าใบใหญ่ที่ตั้งโชว์ทั้งใบได้เลย แต่สำหรับงานหนังชิ้นเล็กๆ แบบนี้ที่ต้องการดิสเพลย์มาช่วยเสริม จะไม่ค่อยมีใครทำ ถ้าเราจะวางไว้แบนๆ มันก็ไม่สวย" คุณสุนารีกล่าวในระหว่างที่นำบรรจุภัณฑ์ที่ทดลองออกแบบมาให้ดูและขอความเห็น ซึ่งตรงนี้คุณอ้อบอกว่าจะช่วยมองหานักออกแบบที่เก่งเรื่องนี้เข้ามาช่วย

tactus1.jpg

TACTUS สนุกกับการรับฟังความเห็นด้านการวิจัยตลาด และการสร้างแบรนด์จาก TCDC เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครสร้างแบรนด์เครื่องหนังไทยอย่างจริงจังจนถึงขั้นโตในตลาดโลกได้เลย อาจเป็นด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ผู้ประกอบการไทยยังตีโจทย์ไม่ขาด ซึ่งเท่าที่แบรนด์ TACTUS ทำการทดลองตลาดมาสองปี ก็พอจะรู้เหตุผลบ้าง ดังต่อนี้

1. การนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์
บรรจุภัณฑ์และดิสเพลย์มีผลอย่างมาก เพราะแม้การออกแบบสินค้าของไทยจะอยู่ในระดับดี แต่การไปบุกตลาดโลกอาจต้องการความสร้างสรรค์ในระดับที่มากกว่านั้น คุณอ้อแนะนำว่า ถ้า TACTUS ลองออกแบบดิสเพลย์ของตนเองและเสนอขายสินค้าไปทั้งดิสเพลย์เลย ก็อาจจะดีในแง่ความสะดวก

2. ความสดใหม่และหลากหลายของสินค้า
อาจจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนคอลเลกชั่นที่รวดเร็วมากของตลาดต่างประเทศ ยกตัวอย่างแบรนด์สินค้าแฟชั่นในญี่ปุ่น ปีหนึ่งๆ มีคอลเลกชั่นใหญ่น้อยออกมาตลอดปี เรียกว่าดีไซน์แทบจะเปลี่ยนทุกเดือนเลยทีเดียว นี่ก็อาจเป็นจุดหนึ่งที่แบรนด์ไทยยังทำไม่ได้ แต่ TACTUS ฟังแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจ และอยากลองทำดู

Result: คุณนภารัตน์บอกว่า หลังจากที่คุยกับคุณอ้อแล้ว TACTUS มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ด้วยความที่คุณอ้อคลุกคลีกับฝ่ายลูกค้ามาเยอะ จึงให้คำแนะนำที่มาจากฝั่งผู้ซื้อได้ดี อย่างเช่น ลูกค้าน่าจะชอบอะไร รวมไปถึงคอยอัพเดทเทรนด์ใหม่ให้ด้วย สีไหนกำลังมา ฯลฯ

"สินค้า TACTUS ในช่วงหลัง ลูกค้าก็ชอบกันเยอะ เพราะคาแร็กเตอร์ลงตัว ชัดเจนขึ้น มีการเพิ่มมูลค่าด้วยบรรจุภัณฑ์ หรืออะไรต่างๆ มากขึ้น ตอนนี้สังเกตว่าเราเริ่มมีลูกค้าประจำมากขึ้นด้วยค่ะ บางคนก็จำเราได้จากร้านของ TCDC คิดว่าการวางขายที่ร้าน TCDC ก็ช่วยยกระดับแบรนด์ ให้ดูเป็นแบรนด์ที่เน้นดีไซน์มากขึ้นได้ เมื่อก่อนจะเน้นตัววัสดุ แต่ตอนนี้ก็เป็นการพบกันระหว่างดีไซน์และวัสดุค่ะ"



« Back to Result

  • Published Date: 2009-02-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง