Articles

« Back to Result | List

จากออกแบบดีสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม = ดาบสองคม?

sushi_1.jpg

สิ่งต่างๆ ในโลกล้วนมีทั้งคุณและโทษในตัวเองทั้งสิ้น การออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าก็เช่นเดียวกัน... การนำเอาสินค้าหรือสิ่งของอะไรก็ตามมาออกแบบใหม่ ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอย เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น หรือเพื่อปรับโฉมให้ดึงดูดใจกว่าเดิม เป็นวิธีการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ ยกตัวอย่างเช่น อาหารท้องถิ่นของภาคเหนืออย่างไส้อั่ว ที่แต่เดิมขายกันเป็นขดกลมๆ ก็ถูกนำมาตีความใหม่กลายเป็น "ซูชิไส้อั่ว" ที่ห่อเนื้อไส้อั่วไว้ในข้าวเหนียวขนาดพอคำ (ยืนยันว่า เทรนด์อาหารยุคโพสต์โมเดิร์นมาแรงจริงๆ หรือ "สลัดเชค" ที่นำเอาผักหลากสีมาใส่คลุกรวมกันในแก้ว เพิ่มความสะดวกและน่ารับประทาน ผลิตภัณฑ์ทั้งสองอาจเป็นแรงจูงใจที่ดีให้ผู้ประกอบการหันมาใช้การออกแบบกันมากขึ้น ทั้งยังสร้างค่านิยมเชิงบวกต่องานออกแบบในกลุ่มผู้บริโภคได้

อย่างไรก็ตาม หากมองในอีกแง่หนึ่ง สำหรับสังคมไทยที่เรื่องปากท้องยังคงเป็นปัญหาสำคัญนั้น มูลค่าของสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามความสวยงามและความสะดวก ก็ทำให้งานออกแบบถูกจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของคำว่าการออกแบบเป็นไปในทิศทางที่ว่า "ขึ้นชื่อว่าดีไซน์ก็ต้องมีราคาแพง" แม้ว่าแท้ที่จริงแล้ว การออกแบบมิได้มีคำจำกัดความแคบๆ แบบนั้นก็ตาม

brush_.jpg

Go mass คือ ทางออก ?
การที่คนมองงานออกแบบเป็นเรื่องราคาแพงอาจสร้างความเสียหายต่อสาธารณชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมมีความจำเป็นต้องใช้งานออกแบบแก้ไขปัญหาในระดับสาธารณะ อาทิเช่น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์สาธารณะ อย่างระบบไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ป้ายบอกทาง ราวจับสะพาน สะพานลอย ต้นไม้ตกแต่งเกาะกลางถนน ฯลฯ ซึ่งหากการออกแบบ (ซึ่งมีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน) ถูกมองเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณสูงอยู่เสมอ กระบวนการคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็จะถูกสกัดกั้นตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ส่วนในภาคธุรกิจ หากการออกแบบถูกจำกัดอยู่เฉพาะในวงแคบๆ เป็นเวลานาน การคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็จะถูกจำกัดตามไปด้วย

อย่างไรเสีย การที่เราจะได้ของดีราคาถูกมาใช้กันอย่างแพร่หลายคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะกว่านักออกแบบจะคิดค้นวิธีการแก้ปัญหา และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าแท้จริงขึ้นมาได้นั้น จำต้องใช้ทุนทางเวลา แรงงาน และเม็ดเงินจำนวนมาก หนทางแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือการผลิตและขายผลิตภัณฑ์นั้นเป็นจำนวนมากเพื่อลดต้นทุน ตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดนี้คือ แปรงสีฟัน One Morning โดยคุณบิน จรรยาภัค ที่นอกจากจะมีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือของทันตแพทย์ และใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานการผลิตระดับโลกแล้ว ยังออกแบบให้สามารถตั้ง-พับได้ พร้อมมีลวดลายกันลื่นด้วย เป็นชิ้นงานออกแบบที่คุณหาซื้อได้ในราคาด้ามละ 59-69 บาทเท่านั้น ไม่ต่างจากแปรงสีฟันทั่วไปในท้องตลาดเลย

ข้อมูลและภาพจาก:
http://www.ksmecare.com/News_Popup.aspx?ID=3305 http://www4.pantown.com/data/5495/board8/140.jpg

« Back to Result

  • Published Date: 2009-02-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com