Articles

« Back to Result | List

ไม้ใกล้ฝั่ง…คลอง

ปาริฉัตร จิระศักดดิ์วิทยา : เรื่อง

street.jpg

ถนนไม้สายเล็กๆ หลังวัดสระเกศ ติดคลองมหานาคและคลองโอ่งอ่าง (หรือที่เรียกกันว่า คลองรอบกรุง) คือ จดหมายเหตุร่วมสมัยที่บันทึกการเปลี่ยนผ่านของวิถีชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และถิ่นฐานงานศิลป์รุ่นแล้วรุ่นเล่า

ถนนสายนี้คือ แหล่งซื้อขายสุดคลาสสิกของธุรกิจไม้ประดับประเภทวงกบประตูหน้าต่าง ที่ยังคงเผยให้เห็นภาพชีวิตของคนเลื่อย เหลา กลึง ไส และเพาะไม้ เป็นแหล่งรวมของงานฝีมือไม้ประดับเรือน ทั้งแบบเก่า แบบใหม่ แบบเก่าแต่ทำใหม่ ฯลฯ ทั้งยังมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาจากแหล่งค้าไม้อื่นๆ ไม่ได้ นั่นก็คือ การพึ่งพาอาศัยของคน ชุมชน และวัด ใครจะรู้ว่า ข้อจำกัดทางพื้นที่ที่ไม่สามารถขยายอาณาเขตร้านให้ใหญ่โตได้ดังใจ (เนื่องจากเป็นบริเวณสาธารณะภายใต้การดูแลของวัด) จะเอื้อให้เกิดเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ทว่า มีความสัมพันธ์กับชุมชนภายในอย่างลึกซึ้ง

barth.jpg

หากจะนับเอาเจดีย์ภูเขาทองเป็นศูนย์กลางแล้ว อาจถือได้ว่า โรงไม้พวกนี้ล้อมรอบไปด้วยหมู่บ้านศิลปกรรมหลายแห่ง เริ่มตั้งแต่ บ้านบาตร ที่ปัจจุบันยังคงทิ้งมรดกแห่งเสียงตีเหล็กให้แก่ผูู้ที่เดินทางผ่านไปมา บ้านดอกไม้ที่ผลิตดอกไม้ไฟและพลุไทย ในอดีตเคยมีพื้นที่กว้างขวางให้คนเล่นพลุกันทั่วไปไม่ว่าจะบนบกหรือในคลอง แต่เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งกฏหมายการเล่นและผลิตดอกไม้ไฟ ทำให้บ้านดอกไม้ในปัจจุบันคงเหลือแค่ภาพตำนาน มีเพียง 2 หลังคาเรือนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดผลิตพลุตามสั่งอยู่บ้าง นอกนั้นก็ทำแค่การรับมา - ขายไป

fire.jpg

เช่นเดียวกับบ้านสาย หมู่บ้านถักทอสายรัดประคด (เข็มขัดคาดเอวพระสงฆ์) ที่ต้องอาศัยความปราณีตในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ย้อมสี ตีเกลียว จับไจไหม ม้วนด้าย เดินด้าย ค้นสาย ทอ ถัก ปักทำพู่ ฯลฯ แต่เมื่อมีเครื่องจักรที่ผลิตได้เร็วกว่า มากกว่า แถมราคาถูกกว่าเข้ามาแทนที่ งานฝีมือที่ต้องอาศัยเวลาและความพยายามพวกนี้ จึงล้มหายไป ปัจจุบันบ้านสายเหลือเพียงชื่อกับเรื่องเล่าและตัวอย่างงานทอสายรัดประคดเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะขอดูได้บ้างจากบ้านคนเก่าคนแก่ไม่กี่หลัง นอกจากนี้ ยังมีร้านเครื่องหวายของนายเหมือนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับบ้านสาย ตั้งอยู่ใกล้ๆ คุกเก่าหรือสวนรมย์มณีนาถในปัจจุบัน รวมไปถึงตรอกโรงผี หมู่บ้านที่สร้างโลงศพไม้ของชุมชนอีกด้วย

ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของความสร้างสรรค์และหน้าที่การใช้งาน สอดประสานไปกับการอยู่อาศัยและชุมชนอย่างแนบเนียน พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เมื่อตัวชุมชนตั้งอยู่ใกล้วัด ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ล้วนออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบาตรพระ สายรัดประคดพระสงฆ์ พลุที่นิยมจุดในงานศพ งานรื่นเริง งานลอยกระทง หรือแม้กระทั่งซุงที่เดิมใช้ช่วยค้ำยันเจดีย์วัด เมื่อร่วงหล่นในหน้าน้ำหลากก็ถูกนำมาเก็บไว้ที่พื้นที่ว่างของวัด รอใช้ในการปรับแต่งเปลี่ยนซ่อมส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม ซุงเหล่านี้เมื่อนำมาผ่าใช้เรื่อยๆ จึงมีธุรกิจโรงเลื่อยซุง เกิดขึ้น ภายหลังก็แตกหน่อมาเป็นธุรกิจโรงไม้แปรรูปนั่นเอง

กรุงเทพฯ ครั้งกระโน้นยังไม่มีถนนหนทางที่เจริญเต็มรูปแบบ คลองจึงเป็นเส้นทางการเดินซุง ใช้ชักลอกถ่อซุงตามลำน้ำเข้าฝั่ง แต่ในปัจจุบันหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ลำคลองถูกสงวนไว้เป็นเส้นทางสัญจรของผู้คนเท่านั้น โรงเลื่อยซุงที่เติบโตขึ้นจึงต้องย้ายกิจการไปนอกเมือง เช่น บางบัวทองหรือบางโพธิ์ แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่ในชุมชนเก่าแห่งนี้ก็คือ โรงไม้แปรรูป ที่ยังคงสืบทอดงานหัตถศิลป์เชิงพาณิชย์ของตนต่อไป ส่งผลให้วิถีชีวิตริมคลองไม่ได้เลือนหายไปทั้งหมด

kung_lieng.jpg

คุณทรงวุฒิ กังวาลวิจิตรกุล หรือพี่วุฒิ ผู้สืบทอดมรดกรุ่นที่สามของธุรกิจไมกังเลี้ยงเฮง ธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของอากงอยู่ (ที่เข้ามาตั้งรกรากในบริเวณนี้ต้องแต่สมัยร้อยปีก่อน) เล่าให้เราฟังว่า 90% ของบ้านเรือนละแวกนี้ล้วนแต่ทำอาชีพช่างไม้ หรือไม่ก็เป็นผู้ประกอบการด้านไม้ โดยที่ 80% จะรับไม้แกะลายมาจากต่างจังหวัด แต่กังเลี้ยงเฮงเป็นหนึ่งในจำนวนหยิบมือที่ยังออกแบบและฉลุลายไม้เอง

งานเรือนกระจกแกะสลักไม้จากภาพยนตร์เรื่องทวิภพ งานจั่วมุมฉลุลายของอาคารโรงเรียนนายร้อย จปร.จังหวัดนครนายก งานพระพุทธรูปจีนแกะไม้ ประดิษฐานที่วัดเล่งเน่ยยี่(วัดมังกรกมลาวาส) ตราครุฑของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงงานแกะไม้ของศาลาเฉลิมไทยในอดีต ล้วนเป็นฝีมือการออกแบบและผลิตของโรงไม้กังเลี้ยงเฮงแห่งนี้

งานช่างใช่แต่จะมอบมรดกทางทักษะศิลป์ หรือกำไรชีวิตในแง่ของความสร้างสรรค์ส่วนตน แต่ยังให้กำไรในรูปของทรัพย์สินเงินทองจากการทำกินด้วย ถ้ามองในระดับปัจเจก ผู้ประกอบการธุรกิจไม้แปรรูปมักจะถ่อมตัวว่า "มีค่าตอบแทนที่พออยู่ได้" แต่หากพิจารณาถึงภาพรวมของธุรกิจค้าไม้จริงๆ แล้ว เฉพาะแค่ในกรณีของชุมชนโรงไม้หลังวัดสระเกศ (ที่ คิดเองทำเอง ขายได้ทั้งปี) ก็จะเห็นว่าในปีหนึ่ง ๆ ชุมชนโรงไม้นี้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หมุนเวียนต่อเนื่อง คิดเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจได้มหาศาลเลยทีเดียว

mai.jpg

ด้วยการผสมผสานระหว่างการเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ โรงไม้ริมคลองเหล่านี้ทำให้เกิดธุรกิจชายขอบที่อาจเรียกได้ว่า "งานอุตสาหกรรมหัตถศิลป์" ขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนก็คือมันเป็นธุรกิจร่วมของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่มีสายใยผูกพันอยู่กับสังคม ประวัติศาสตร์ ศาสนา และสิ่งแวดล้อม ชวนให้นึกถึงเรื่องของโคมญี่ปุ่นโบราณสมัยเอโดะ (ค.ศ.1600 - 1868) ที่รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ผูกพันกับพื้นที่และสิ่งแวดล้อมจนยากจะแยกจากกันได้ ซึ่งความแท้ดั้งเดิมและประวัติอันยาวนานของโคมดังกล่าวได้กลายมาเป็นส่งกระตุ้นความต้องการของตลาด ชักนำให้ผู้ผลิตโคมพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ความสร้างสรรค์ ประยุกต์ทั้งรูปแบบและลวดลายของโคมให้หลากหลาย กลายเป็นธุรกิจทำเงินจวบจนทุกวันนี้

จับประเด็น
1. การเกาะกลุ่มช่วยเหลือกันแบบเครือญาติ มีการจัดการองค์ความรู้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กของชุมชนเก่าแก่สามารถสืบทอดความน่าเชื่อถือมาจนทุกวันนี้
2. คิดเอง ทำเอง ศึกษาที่มาที่ไปของตนเพื่อต่อยอดความหลากหลาย ความสร้างสรรค์แบบมีรากเหง้าคือที่มาของอุตสาหกรรมหัตถศิลป์ที่สร้างกำไรได้ทั้งปี
3. การออกแบบสร้างสรรค์ที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพื้นที่จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ใช้ประโยชน์ได้จริง เติบโตเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้
4. เปลี่ยนข้อจำกัดเป็นจุดขาย - แม้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่แต่ความกะทัดรัดก็ช่วยรักษา "ขนบ" ของงานช่างไว้ ทำให้งานฝีมือไม่ถูกระบบอุตสากรรมกลืนกิน สร้างภาพลักษณ์ของหมู่บ้านหัตถศิลป์ขึ้นได้

« Back to Result

  • Published Date: 2009-02-25
  • Resource: www.tcdcconnect.com