Articles

« Back to Result | List

การยังชีพของนักออกแบบและเส้นทางในธุรกิจออกแบบสากล (อ้างอิงจากประเทศฝรั่งเศส)

เรื่อง: สร้างสรรค์ ณ สุนทร (บัณฑิตปริญญาโท Diplôme en Création "industrielle" จาก ENSCI ประเทศฝรั่งเศส เคยฝึกงานกับ Ronan & Erwan Bouroullec และปัจจุบันยังคงอยู่ที่ปารีส)


01-head-image.jpg

การยังชีพของนักออกแบบในฝรั่งเศสนั้น หากจะกล่าวโดยกว้างก็คงไม่ต่างจากคนในสายอาชีพเดียวกันไม่ว่า ที่ไหนในโลก ด้วยเนื้อหาวิชาชีพอันเป็นสากลเดียวกัน การยังชีพก็ย่อมมีลักษณะอันเป็นไปในทางเดียวกัน ด้วย อาทิ ยังชีพอยู่ด้วยแบบที่ออกมา (creativity) ยังชีพอยู่ด้วยการออกของแบบ (skill) หรือยังชีพอยู่ด้วย ทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่ต่างกันไป หรือหากมองจากอีกมุมหนึ่ง นักออกแบบบางคนอาจยังชีพด้วยการ ออกแบบอันขึ้นกับตัวเอง คือมีชื่อหรือผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง (solo designer) ในขณะที่บางคนก็ยังชีพใน แบบที่ต้องขึ้นกับคนอื่นด้วย (integrated designer)

ในประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่นักเรียนออกแบบเรียนจบออกมาแล้ว หากไม่ดังเป็นพลุแตกในทันที (เพราะชื่อ เสียงประทุมาตั้งแต่สมัยเรียน) นักออกแบบของที่นี่ก็จะมีเส้นทางสร้างพลุให้ตัวเองอยู่สามทางหลักๆ ดังต่อไปนี้

เส้นทางที่หนึ่ง : ทำงานเป็นนักออกแบบอิสระ (Freelance) ความต่างของการเป็นนักออกแบบอิสระในประเทศฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับในประเทศไทยก็คือ หากนักออกแบบ ไม่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นก็มักจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถานะของตนโดยการสมัครเข้า เป็นสมาชิกของ la maison des artistes (บ้านศิลปิน) อันเป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้ความช่วยเหลือ คุ้มครอง และสนับสนุนศิลปินในข่ายวิจิตรศิลป์ทั้งหมด ถ้าจะว่ากันโดยนิยามแล้ว แน่นอนว่างานออกแบบอุตสาหกรรมย่อมไม่จัดอยู่ในข่ายวิจิตรศิลป์ หากแต่ในทาง ปฏิบัติ การนิยามตัวเองเป็น "ศิลปินภาพพิมพ์" (graphic artist) คือช่องทางที่นักออกแบบอุตสาหกรรมใช้เป็น สะพานสู่การมีที่ยืนใน la maison des artistes หลังนี้ เชิงว่าเขายังชีพอยู่ได้ด้วยการขายภาพพิมพ์ (graphic) ที่พอจะโยงไปสู่งานออกแบบอุตสาหกรรมได้ในแง่ของการผลิตแบบ (หรือ design) ออกมาขายนั่นเอง (ซึ่งเมื่อแบบถูกนำเสนอในรูปของงานภาพสามมิติ มันก็พอจะเข้าข่ายภาพพิมพ์อยู่บ้าง หรือบางกรณีที่นัก-ออกแบบ ยังชีพอยู่ด้วยการรับสร้างภาพสามมิติโดยตรง นั่นก็ยิ่งเข้าข่ายนี้มากขึ้นไปอีก) ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้การสนับสนุนวิชาชีพนักออกแบบของฝรั่งเศสโดยตรงนั้นอาจ เป็นเพราะอาชีพนักออกแบบยังถูกมองเป็นอาชีพที่ใหม่มาก (แม้จะมีมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม) เมื่อเทียบกับ อาชีพศิลปิน (ที่มีมาหลายร้อยปีแล้ว)

02-image-for-via-part.jpg

เส้นทางที่สอง : สมัครเข้าทำงานเป็นนักออกแบบสมทบ (integrated designer)
กับนักออกแบบที่มีตัวตนอยู่แล้ว (ซึ่งจดทะเบียนเป็นรูปบริษัท) หรือกับบริษัทประเภทอื่นๆ ที่มีแผนกออกแบบอยู่ในองค์กร ยกตัวอย่างเช่น บรรดาบริษัทมีชื่อ (หรือ brand) ต่างๆ เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ ฯลฯ หรือกับหน่วยงานรัฐบางแห่ง เช่น สำนักงานผังเมือง องค์การไฟฟ้า องค์การโทรศัพท์ องค์การรถไฟ องค์การขนส่งมวลชน ฯลฯ โดยการสมัครเข้าทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานเช่นนี้ก็คงคล้ายกับการสมัครงานในประเทศไทยเรา ต่างกันตรงที่จำนวนองค์กรซึ่งเปิดรับสมัครนักออกแบบในฝรั่งเศสนั้นมากมายกว่าในบ้านเราหลายเท่า ประเด็นตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า การให้คุณค่าและบทบาทของการออกแบบในบ้านเมืองชาวฝรั่งเศสนั้นมีความสำคัญและชัดเจนมาก องค์กรภาครัฐส่วนใหญ่จะมีแผนกออกแบบเป็นของตนเอง ซึ่งนักออกแบบไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบโจทย์หรือดูแลเฉพาะรูปลักษณ์ของงานที่ออกสู่สายตาสาธารณชนเท่านั้น แต่หลายครั้งมีบทบาทมากถึงขั้นตั้งโจทย์หรือมีส่วนในการออกแบบนโยบายของโครงการด้วย[1]

เส้นทางที่สาม : การส่งงานเข้าประกวดชิงทุน (competition) กับองค์กรที่ทำงานจัดหาทุนและโอกาสให้กับนักออกแบบ องค์กรในข้อสามนี้ต่างจากองค์กรที่นักออกแบบต้องการตามความหมายในข้อหนึ่ง เพราะองค์กรในข้อนี้ไม่ได้ทำงานด้านสิทธิและสถานภาพการเป็นนักออกแบบแต่อย่างใด แต่พวกเขาจะมอบทุนและสร้างโอกาสให้กับนักออกแบบที่ชนะการประกวด ผลักดันให้พัฒนาชิ้นงานต้นแบบออกสู่เวทีสาธารณะได้ โดยหวังให้ผลงานเหล่านั้นไปสะดุดตาแมวมอง (กลุ่มตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิต ทั้งรายย่อยและรายใหญ่) ที่จะมารวมตัวกันในงานดีไซน์แฟร์และเฟอร์นิเจอร์โชว์ใหญ่ๆ อย่างเช่น maison et objet ในกรุงปารีส หรือ salone internazionale del mobile ในกรุงมิลาน องค์กรผู้ให้ทุนเหล่านี้ (ที่มักเป็นที่รู้จักของผู้คนในแวดวงธุรกิจออกแบบอยู่แล้ว) จะทำหน้าที่จัดแสดงผลงานของผู้ชนะการประกวด (จากองค์กรของตน) เพื่อให้แมวมองจากทั่วโลกมาเปิดหูเปิดตารับชมผลงานที่สดใหม่ ตามหาชิ้นงานออกแบบ / นักออกแบบที่พวกเขาสนใจ หนึ่งในองค์กรประเภทข้างต้นนี้ก็คือ VIA (http://www.via.fr/) ซึ่งเป็นองค์กรในการสนับสนุนของสมาคมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเรือนฝรั่งเศส (comité développement des industries françaises de l'ameublement) ทุนที่ทาง VIA จัดให้มีทั้งสำหรับนักออกแบบหน้าใหม่และหน้าเก่า ลักษณะของทุนก็มีหลายประเภท เช่น ทุนช่วยเหลืองานออกแบบ ทุนช่วยเหลืองานวิจัย ฯลฯ อีกองค์กรที่น่าจับตาก็คือ Villa Noailles ที่นี่เขาเปิดกว้างให้การสนับสนุนนักออกแบบโดยไม่จำกัดเฉพาะในฝรั่งเศสเท่านั้น ดังนั้นนักออกแบบไทยก็สามารถส่งงานเข้าประกวดกับทาง Villa Noailles ได้ โดยเขาจะเปิดรับผลงานประกวดในช่วงต้นปี (ปีนี้ปิดรับสมัครวันที่ 31 มีนาคม 2552 สนใจติดตามรายละเอียดด่วนได้ที่ http://www.villanoailles-hyeres.com/ ในหัวข้อ DESIGN PARADE 2009)

03-image-for-design-parade-part.jpg

ทั้งสามเส้นทางข้างต้นคือวิธีหลักๆ ในการก่อร่างสร้างตัวของนักออกแบบฝรั่งเศส ซึ่งหลังจากนี้การยังชีพอยู่ด้วยผลงานออกแบบก็จะเป็นไปในสองลักษณะ คือ หนึ่ง : เมื่อแบบนั้นถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก (mass production) รายได้ของนักออกแบบจะมาจากสองส่วนคือ 1.รายรับที่เป็นก้อนจากการขายผลงานออกแบบ และ 2.รายรับที่ได้เป็นสัดส่วนราว 3 - 5 % ของยอดขายงานออกแบบต่อชิ้น (ค่าลิขสิทธิ์ผลงาน) สอง : เมื่อแบบนั้นถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัด (limited edition) โดยสองผู้ผลิตหลักในกลุ่มนี้ ได้แก่ 1. ผู้ผลิตที่มีชื่อผลิตภัณฑ์ (brand ทั้งหลาย) และ 2. ผู้ผลิตประเภทแกลเลอรี่ต่างๆ ซึ่งประเภทหลังนี้จะค่อนไปทางงานศิลปะ (art object) คือแกลเลอรี่จะเชิญนักออกแบบดังๆ มาสร้างชิ้นงานให้โดยไม่มีโจทย์บังคับ งานหนึ่งชิ้นสามารถตั้งราคาสูงลิบลิ่ว ด้วยลูกค้าของผู้ผลิตกลุ่มนี้คือผูู้ที่มีทั้งเงินและใจ จำนวนการผลิตจะอยู่ที่ราว 7 - 8 ชิ้นต่อแบบเท่านั้น รายได้ของนักออกแบบในโมเดลการผลิตแบบ limited edition นี้จะต่างกันไปตาม "ระดับ" ของนักออกแบบและของแกลเลอรี่ บางครั้งอัตราส่วนแบ่งอาจสูงถึงครึ่งต่อครึ่งของยอดจำหน่าย โดยทั้งนี้ข้อมูลส่วนแบ่งรายได้ดังกล่าวจะถือเป็นลับเฉพาะซึ่งไม่ทำการเปิดเผยกัน ทั้งหมดนี้คือเกร็ดความรู้ในการยังชีพอยู่ของนักออกแบบในสภาพแวดล้อมที่เรียกว่า "ประเทศฝรั่งเศส" ซึ่งน่าจะเป็นภาพสะท้อนอันได้มาตรฐานของวงการธุรกิจออกแบบสากล ผู้เขียนหวังว่ารายละเอียดต่างๆ ข้างต้นคงพอช่วยให้นักออกแบบรุ่นใหม่มองเห็นภาพความเป็นไปของตลาดงานออกแบบ (ที่พัฒนาเต็มที่แล้ว) ได้ชัดขึ้น ด้วยหวังว่าเมื่อเรา "รู้เขา" แล้ว เราอาจกลับมา "รู้เรา" ได้ดีขึ้นด้วย


[1] ขณะที่กระแสนักออกแบบรุ่นใหม่ในฝรั่งเศสกำลังเบื่อหน่ายกับการออกแบบที่เพียงแต่สร้างวัตถุชิ้นใหม่ (new object) ขึ้นมาบนโลก พวกเขาเริ่มโน้มนำแนวคิดสู่การออกแบบ "สิ่งที่ไม่ใช่วัตถุ" (immaterial) กันมากขึ้น อันได้แก่ การออกแบบบริการ (service design) และการออกแบบกลยุทธ์ (strategy design) ซึ่งทั้งสองให้ความสำคัญกับนโยบายหรือระบบการจัดการเป็นหลัก มุ่งหวังประสิทธิภาพและประสิทธผลที่ดีขึ้นโดยอาจมีหรือไม่มีวัตถุชิ้นใหม่เกิดขึ้นก็ได้ แก่นแท้ของการออกแบบในแนวทางนี้คือ "การคิด" ซึ่งกำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ หลายองค์กรภาครัฐของฝรั่งเศสถึงกับจัดตั้ง "แผนกคิด" ขึ้นภายในองค์กรเลยทีเดียว


« Back to Result

  • Published Date: 2009-03-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com