Articles

« Back to Result | List

ทำตัวอย่างไรเมื่อไม่มีงาน

job.jpg

ตกงาน? หางานใหม่? อยู่ระหว่างหางาน? ไม่ว่าคุณจะเข้าข่ายไหนก็ตาม วิธีปฏิบัติต่อไปนี้อาจทำให้คุณรู้ว่าคุณควรต้องทำตัวอย่างไรบ้าง

เมื่อไม่มีงานทำ การที่ต้องอยู่นิ่งสักพักไม่ได้หมายความว่าคุณจะง่อยทำอะไรไม่ได้เลย ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า "ช่วงตั้งหลัก" ก็ได้ คุณสามารถใช้เวลาในการสำรวจทำความรู้จักกับตัวเองให้มากขึ้น รวมทั้งคิดวางแผนว่าจะต้องทำอะไรต่อไป อาจตั้งคำถามสำคัญๆ กับตัวเอง อาทิเช่น
1.คุณอยากทำอะไร?
2.คุณมีทักษะหรือทรัพยากรอะไรบ้าง?
3.อยากเห็นตัวเองทำอะไรในอนาคต ภายในช่วงเวลา 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้า?

คุณอยากทำอะไร? เมื่อมองไปในอนาคต คุณอยากเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว เป็นลูกจ้างองค์กร หรืออยากทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนๆ? คำตอบนี้จะทำให้คุณสามารถวางแผนได้ว่า คุณจะต้องทำอะไรในอนาคตบ้าง

job2.jpg

คุณมีทักษะหรือทรัพยากรอะไรบ้าง? ในการตอบคำถามตรงนี้คุณต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ตัวคุณมีจุดแข็งอะไร จุดอ่อนอะไร ระบุข้อดีข้อเสียของตัวเองออกมาให้ได้ อาจใช้วิธี SWOT Analysis เข้าช่วยในการวิเคราะห์ (S และ W คือ การวิเคราะห์ปัจจัยภายในที่เราสามารถควบคุมได้ ส่วน O และ T คือ การวิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้)

S = Strength (จุดแข็ง) - คุณมีข้อดีอะไร เก่งอะไร มีทักษะหรือความสนใจพิเศษในด้านไหน รู้จักคนสำคัญที่ไหนหรือเปล่า แล้วคุณสามารถหาประโยชน์หรือสร้างโอกาสจากคนๆ นั้นได้หรือไม่ ฯลฯ

W = Weakness (จุดอ่อน) - คุณมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่ เช่น ถ้าคุณต้องการเป็นนักออกแบบ แล้วคุณออกแบบเป็นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นแล้วคุณจะต้องทำอย่างไร ต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมหรือเปล่า ฯลฯ

O = Opportunity (โอกาส) - คุณสามารถที่จะใช้โอกาส (ที่เป็นปัจจัยภายนอก) ให้เป็นประโยชน์ได้หรือไม่ คุณจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อคุณขยันอัพเดทข่าวสารต่างๆ รอบตัว ศึกษาว่าอะไรเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ตอนนี้ผู้คนนิยมรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งถ้าคุณสามารถทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้ โอกาสในการสร้างประโยชน์ก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว

T = Threads (อุปสรรค) - ปัจจัยลบนี้เป็นอุปสรรคจากภายนอกที่อาจทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ถ้าคุณมีคู่แข่งที่มีความสามารถเท่าเทียมหรือดีกว่าคุณ นั่นหมายความว่าคุณก็ต้องหาทางทำอะไรที่แตกต่างจากเขา เพื่อให้ตัวคุณหรือบริษัทของคุณมีค่าและพิเศษกว่าคู่แข่งในทางอื่น เป็นต้น

อยากเห็นตัวเองทำอะไรในอนาคต ภายในช่วงเวลา 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้า? การตอบคำถามข้อนี้ จะช่วยให้คุณวางแผนอนาคตได้ดีขึ้น เช่น ถ้าในอีก 5 ปีคุณตั้งเป้าอยากเป็นเจ้าของกิจการ คุณก็ควรวางแผนการเป็นช่วงๆ ไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อะไรต้องทำช่วงไหน แล้วตัวคุณมีความสามารถที่จะทำมันหรือเปล่า จะหาความช่วยเหลือหรือความร่วมมือจากใครได้หรือไม่ หรือว่าควรจะไปฝึกทำงานหาความรู้และประสบการณ์ก่อน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อจะเป็นเจ้าของกิจการที่ดี

Tips เพิ่มเติม
การฝึกฝนทักษะ
ถ้าคุณพึ่งจบมหาวิทยาลัยและกำลังหางานอยู่ คุณควรใช้เวลาที่มีทำสิ่งที่ถือเป็นการฝึกฝน - ฝึกซ้อมทักษะของคุณ อาทิเช่น ทำงานอาสาสมัคร เข้าร่วมโครงการฝึกงาน หรือทำโครงงานส่วนตัว การได้หัดคิด หัดทำ หัดแก้ไขโครงงานต่างๆ เป็นการฝึกฝนทักษะที่ดีทางหนึ่ง หากไม่มีโครงการที่คุณสนใจจริงๆ คุณอาจคิดโครงงานของตนเองขึ้นก็ได้ โดยเริ่มจากการมองปัญหาง่ายๆ รอบตัว แล้วหาทางแก้ไขทำเป็นโครงการขึ้นมาการอ่าน การอ่านหนังสือทำให้เรารู้ทันทักษะของตัวเองว่ามีมากน้อยแค่ไหน ยิ่งเราอ่านมากเท่าไรเราก็ยิ่งมีความรู้กว้างขวางขึ้นมากเท่านั้น อาจเริ่มต้นด้วยการเข้าห้องสมุด ศึกษาเฉพาะหัวข้อที่เราสนใจก็ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เสมอ ไม่มีใครแก่เกินเรียน ฉะนั้นทุกคนไม่ควรหยุดเรียนรู้ การหาความรู้เพิ่มเติมนั้นทำได้หลายวิธี นอกเหนือจากการอ่านและทำงานข้างต้นแล้ว คุณอาจจะ ลงเรียนเพิ่มเติมในวิชาคอมพิวเตอร์หรือภาษาที่สาม สมัครเข้าร่วมเวิร์คช็อปและการสัมมนาต่างๆ ที่จัดโดยหน่วยงานรัฐหรือเอกชน แต่การที่คุณจะตัดสินใจศึกษาอะไรเพิ่มนั้น ถ้าแน่ใจว่ามันสามารถเอื้อประโยชน์ต่อคุณ(ในเชิงอาชีพ) ได้ก็จะดี คุณจะได้นำไปใส่ไว้ใน resume ของคุณด้วยทำประวัติส่วนตัว (Resume) ใหม่ หลายคนอาจจะมี Resume ที่อัพเดทอยู่แล้ว แต่มันจะดีมากหากคุณจะมี Resume หลายแบบหลายเวอร์ชั่น เพราะองค์กรแต่ละแห่งหรือธุรกิจแต่ละประเภทก็อาจร้องขอ Resume ในลักษณะที่แตกต่างกันได้ (ติดตามอ่านเรื่องการเขียน Resume เพิ่มเติมได้ในหัวข้อ "เทคนิคการเขียน Resume ให้น่าสนใจ")

เครดิตรูปภาพ:
http://www.ieostudyabroad.com/work-travel-program/work-travel-knowledge-writing.html
http://women.kapook.com/wp-content/uploads/2009/01/thailandpeople5-200.jpg
http://blog.eduzones.com/webter/15038

« Back to Result

  • Published Date: 2009-03-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com