Articles

« Back to Result | List

พลอย มัลลิกะมาส กับเส้นทางการเป็นนักเขียนและนักเที่ยวอิสระ

ploy.jpg

การจะเลือกออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระย่อมหนีไม่พ้นโจทย์ 2 ข้อที่ต้องแก้ให้ได้ หนึ่งคือ ทำอย่างไรให้ได้งาน และสองคือ ทำอย่างไรให้อยู่ได้เมื่อรายได้ไม่แน่นอน

พลอย มัลลิกะมาส ผู้ผันตัวจากงานเอเจนซี่โฆษณามาเป็น Concept Designer ให้กับร้านค้าและอีเวนท์ต่างๆ บวกกับเป็นนักเขียนอิสระเรื่องท่องเที่ยวไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งงานอย่างหลังนี้ ทำให้ชื่อของเธอติดหูนักอ่านได้พอสมควร มีแฟนๆ ติดตามจนน่าจะเรียกได้ว่า "ประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง" เราได้จับเข่าคุยกับพลอยถึงเบื้องหลังชีวิตการทำงาน อันประกอบไปด้วยวิธีคิดและการบริหารเวลาที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจอาชีพอิสระได้ไม่น้อย

คิด คิด คิดแล้วลงมือทำ จากคอลัมน์นิตยสารมาเป็นหนังสือรวมเล่ม
ถ้าดูจากผลงานของพลอยที่ผ่านมา หลายคนคงคิดว่าเธอเรียนจบสายศิลป์มาแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วพลอยจบรัฐศาสตร์ค่ะ บังเอิญที่ทางครอบครัวมีความชอบด้านศิลปะ การออกแบบ และชอบอ่านหนังสืออยู่เป็นทุนเดิม พลอยจึงซึมซับสิ่งเหล่านี้มาโดยธรรมชาติ ทำให้เธอชอบที่จะคิดสร้างสรรค์ และมีสายตามองเห็นสิ่งต่างๆ เป็นสี เป็นเรื่องราว

พลอยอยากเขียนหนังสือมาตลอดตั้งแต่สมัยทำงานประจำ เธอได้แต่ "คิดว่าอยาก" มานาน จนกระทั่งได้พบกับนักเขียนท่านหนึ่งที่บอกเธอว่า "อยากเขียนก็เขียนซิจ๊ะ"

พลอยจึงเริ่มเขียนหนังสือเป็นครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เริ่มต้นจากการเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยวตามนิตยสารต่างๆ (เพราะมีความชอบเที่ยวเป็นทุนเดิม)

"มีคนแนะนำให้ไปคุยกับ บก.สุดสัปดาห์ พลอยก็โทรไปคุย และได้เขียนที่นั่นเป็นที่แรก เริ่มจากเรื่องเที่ยวเมืองนอกใกล้ๆ อย่างเช่น ลาว เนปาล จากนั้นก็ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ และได้เขียนลงนิตยสารอีกหลายเล่ม"

ขั้นตอนของคนเขียนหนังสือคือเมื่อเขียนลงนิตยสารไปเรื่อยๆ วันหนึ่งก็อยากจะรวมเล่มเป็นหนังสือ ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับการเริ่มต้นทุกรูปแบบ ไม่ใช่ว่าพลอยจะได้สิ่งนี้มาง่ายๆ ตั้งแต่แรก

"เริ่มแรกพลอยก็เจอความลำบากเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ ต้องหอบงานไปเจอผู้คนมากมาย แต่เราคิดว่า ถ้าเราจะทำหนังสือของตัวเอง เราก็อยากเลือกทำกับสำนักพิมพ์ที่เราชอบ และคิดว่า ตรงกับตัวเรามากที่สุด พอดีพลอยชอบอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์วงกลม จึงนำตัวอย่างงานไปคุยกับสำนักพิมพ์นี้"

การทำหนังสือกับสำนักพิมพ์
พลอยออกตัวว่า วิธีของคนอื่นหรือระบบของสำนักพิมพ์อื่นอาจจะต่างออกไป แต่สำหรับพลอย เธอมีวิธีติดต่อกับสำนักพิมพ์โดยสรุปดังนี้

1. ติดต่อนัดหมายและนำตัวอย่างงานเขียนที่เคยทำเข้าไปเสนอ
2. หากผลงานผ่านการพิจารณาก็คุยกันถึงหัวเรื่องที่อยากจะทำ รูปแบบของหนังสือ สไตล์ของภาพหรือภาพประกอบ ความต้องการของนักเขียนที่มีต่อหนังสือ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ของสำนักพิมพ์ เช่น จำนวนหน้า การพิมพ์ ระยะเวลาการส่งงาน งบประมาณในแต่ละเล่ม ฯลฯ3. การส่งงาน โดยทั่วไปแล้วนักเขียนจะส่งต้นฉบับและภาพประกอบให้ฝ่ายศิลป์ของสำนักพิมพ์เป็นผู้จัดวางรูปเล่ม แต่สำหรับพลอย เธอต้องการภาพประกอบและการจัดวางรูปเล่มที่มีความเฉพาะตัวสูง ทางสำนักพิมพ์จึงอนุญาติให้เธอดูแลในส่วนนี้ด้วยตัวเอง หนังสือของพลอยจะส่งถึงมือสำนักพิมพ์เป็น "อาร์ตเวิร์ค" ที่จัดรูปเล่มเรียบร้อยแล้วทั้งหมด

ployillus-3.jpg

หนังสือของพลอย มัลลิกะมาส
บรรณาธิการของสำนักพิมพ์วงกลมกล่าวว่า หนังสือท่องเที่ยวมี 2 ลักษณะ หนึ่งคือ เป็นไกด์บุ๊ค ที่เน้นการให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร แหล่งชอปปิ้ง เช่น Lonely Planet และสองคือ แบบที่เป็นเรื่องเล่า เป็นความเรียงจากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้ไปเจอมา

หนังสือของพลอยจะอยู่ตรงกลางระหว่างไกด์บุ๊คและเรื่องเล่า มีทั้งเรื่องที่พลอยไปพบเจอด้วยตัวเอง และส่วนที่เป็นข้อมูล ทุกวันนี้มีหนังสือท่องเที่ยวแบบผสมผสานอย่างนี้อยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือของพลอยมีเอกลักษณ์ความเฉพาะตัวสูงนั้นเกิดจากการที่เธอเป็นคนชอบคิด

"พลอยจะคิดตั้งแต่แรกว่า หนังสือเล่มนี้จะออกมาในคอนเซ็ปท์อะไร ด้วยความที่เรามองของเป็นสี ก็จะถามตัวเองว่า เรามองเห็นเมืองนี้เป็นสีอะไรก่อน มันมีบุคลิกมีอารมณ์อย่างไร เช่น โตเกียวน่าจะเป็นสีขาว แดง ดำ หรือถ้านึกถึงโตเกียวแล้วนึกถึงอะไรบ้าง อีกอย่างคือ พลอยชอบงานคอลลาจ (Collage) เวลาทำหนังสือจึงอยากได้ภาพประกอบสไตล์นี้ และอยากให้แต่ละหน้าจัดวางไม่เหมือนกันเลย"

ด้วยแนวคิดและรายละเอียดสูงแบบนี้ พลอยจึงต้องหาทีมทำหนังสือ (เฉพาะกิจ) ด้วยตัวเอง โดยสำนักพิมพ์เป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้ในงบที่กำหนด

รูปเล่มมีสีสันและภาพประกอบเฉพาะตัว
ในวันนี้ภาพประกอบด้วยเทคนิคคอลลาจกับหนังสือท่องเที่ยว คือ เอกลักษณ์ของพลอย มัลลิกะมาส หลายคนคิดว่าหน้ากระดาษสวยๆ นั้นเกิดจากการตัดแปะด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วเป็นงานทำมือทั้งหมด ผ่านพลังสมองของพลอยบวกกับพลังฝีมือของชวนชม บุญมีเกิดทรัพย์ นักทำภาพประกอบที่รู้ใจกันดี

"กว่าจะได้แต่ละภาพในแต่ละเรื่อง เราต้องคุยกันว่าพลอยวางรูปแบบและคอนเซปต์ไว้ยังไง จะเขียนเล่าเรื่องเมืองนี้ออกมาอย่างนี้ มองเห็นภาพเรื่องนี้เป็นแบบไหน แล้วพลอยก็เตรียมรูปภาพกับแมททีเรียลต่างๆ ให้คุณชวนชม เขาก็ประกอบขึ้นมาเป็นงานคอลลาจให้"

"การเลย์เอาท์ก็เหมือนกัน เวลาจะวางเลย์เอาท์เมืองไหนก็ต้องนั่งคุยกันทีละเมือง เช่น ตอนทำประเทศสเปน ช่วงเมืองบาร์เซโลนา พลอยก็บอกเขาว่าอยากได้ภาพแบบนี้ อยากได้กราฟฟิคแบบนี้ แต่พอย้ายไปอีกเมืองหนึ่ง อารมณ์ของเมืองเปลี่ยน เขาก็จะใช้สีและกราฟิคที่ต่างออกไปอีก ซึ่งแรกๆ เราต้องคุยกันเยอะและใช้เวลาทำนาน แต่พอทำงานด้วยกันไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจกันง่ายขึ้น ใช้เวลาทำเร็วขึ้น"

ploybook-2.jpg

เขียนเรื่องท่องเที่ยวอย่างไรไม่ให้สะเทือนกระเป๋า
โดยทั่วไปนักเขียนเรื่องท่องเที่ยวมักต้องออกค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเอง เสร็จแล้วจึงกลับมาเขียน ยกเว้นนักเขียนชื่อดังหรือนักข่าวที่จะมีสปอนเซอร์ดูแลค่าใช้จ่ายให้ แต่ถ้ายังไม่มีใครมาเสนองบให้ พลอยแนะว่า นักเขียนก็ต้องฉลาดพึ่งตัวเอง เช่น ลองติดต่อขอสปอนเซอร์จากบริษัทตัวแทนนำเที่ยว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือธุรกิจที่อิงกับการท่องเที่ยวต่างๆ ลองเสนอแผนงานให้เขาดูว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

"หนังสือ ‘ฮอกไกโดในวันที่หิมะละลาย' ของพลอยก็สำเร็จขึ้นได้บนเส้นทางนี้

"พลอยคุยกับบริษัทตัวแทนนำเที่ยวแห่งหนึ่งว่า เราจะทำหนังสือฮอกไกโดกับสำนักพิมพ์วงกลมให้เป็นแบบนี้ๆ โชคดีที่เขาชอบหนังสือของสำนักพิมพ์นี้อยู่แล้ว และใจกล้ามาลงทุนกับเรา ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขามีวิสัยทัศน์ว่า การโฆษณาไม่จำเป็นต้องมาจากการซื้อหน้าโฆษณาในสื่อเสมอไป แต่เห็นตรงกันว่าการเดินทางของคนคนหนึ่งสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายๆ คนเดินทางต่อได้"

"พลอยบอกเขาว่า เขามาโฆษณาในหนังสือของพลอยได้ แต่ขอให้รูปแบบในส่วนของหน้าโฆษณาเป็นแบบสไตล์เรา ซึ่งเขาก็ตกลง จึงได้มาทำงานด้วยกัน เล่มนี้เราร่วมมือกับเจแปนแอร์ไลน์ด้วย ซึ่งเมื่อหนังสือเสร็จก็แฮปปี้กันทุกฝ่าย มีผลตอบรับที่ดี บริษัทนำเที่ยวเอาหนังสือไปทำการตลาดเที่ยวฮอกไกโดช่วงหน้าร้อน ปรากฎว่า ขายดีมาก เขาแฮปปี้กับหนังสือเรามาก จึงร่วมงานกันอีกในเล่มโตเกียว (โตเกียวมิยาเงะ ...ของฝากจากโตเกียว)"

นอกจากการติดต่อหาสปอนเซอร์ในประเทศด้วยตัวเองแล้ว พลอยยังติดต่อไปยังการท่องเที่ยวของประเทศเป้าหมายต่างๆ ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลแบบเจาะลึก และได้แมททีเรียล(วัตถุดิบ)หลายๆ อย่างที่ถ้าไปเองคงหาไม่ได้

"เวลาเราไปเอง เราอาจเจอข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไปพิพิธภัณฑ์แล้วถ่ายรูปไม่ได้ ถ้าไม่มีคนทางโน้นคอยดูแล พลอยจึงส่งรายละเอียดของตัวพลอยกับโครงการที่จะทำไปแนะนำตัวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเขาก็คงเลือกแล้วว่าน่าสนใจ ก็เลยเป็นสปอนเซอร์อำนวยความสะดวกให้ด้วย"

บริหารเวลาและการเงินอย่างไรเมื่อทำอาชีพอิสระ
พลอยให้คำตอบตรงนี้ว่า คนทำอาชีพอิสระต้องมีวินัยทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องเวลา และเรื่องการเงินมากกว่าคนทำงานประจำ

"ตัวพลอยเองค่อนข้างเป็นคนมีวินัย ถึงออกมาเป็นฟรีแลนซ์ก็ยังตื่น 7 โมงครึ่งทุกวัน ไม่เกิน 9 โมงเช้าพลอยก็จะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้ว ถ้าไม่ต้องออกไปไหนก็จะทำงานไปเรื่อยๆ จนถึงดึก เราต้องมีวินัยกับตัวเองมากขึ้น เพราะไม่มีใครมากำหนดกรอบให้เราแล้ว"

"ส่วนเรื่องการเงินพลอยก็ต้องใส่ใจกับมันมากขึ้นกว่าเก่า เพราะเรารู้ว่ารายได้ไม่ได้มาทุกสิ้นเดือน ต้องหูตากว้างไกลเรื่องเงินมากขึ้นด้วย เช่น เมื่อมีเงินก้อนแล้วควรจะไปลงทุนอย่างไรดี พลอยจะคุยกับเพื่อนที่ทำงานธนาคารเสมอว่าตอนนี้ควรจะนำเงินไปลงทุนตรงไหน หรือจะฝากอย่างไรให้ฉลาด ต้องคิดเรื่องนี้ไว้ด้วย"

พลอย มัลลิกามาส ยอมรับว่า ขณะนี้รายได้จากอาชีพ Concept Designer นั้นยังถือเป็นรายได้หลักที่เข้ามาสนับสนุนการเป็นนักเขียน แต่ในอนาคตเธอก็หวังว่า "ประสบการณ์และผลงาน" ในฐานะนักเขียนจะช่วยให้เส้นทางนี้ของเธอมั่นคงมากขึ้น จนยึดเป็นอาชีพหลักได้ไม่ยาก

เจาะประเด็นเด่นกับพลอย มัลลิกะมาส

- เมื่อคิดวางแผนจะทำอาชีพอิสระ ควรมีอาชีพหลักที่รายได้แน่นอนรองรับไว้ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ยังไม่มีลู่ทางแน่ชัด ควรมีงานประจำที่สามารถหล่อเลี้ยงอาชีพอิสระได้ไปก่อน เมื่อวางแผนดีแล้วค่อยมาทำเต็มตัว

- ทำอาชีพอิสระต้องพึ่งพาตนเองสูง ทั้งในเรื่องการทำพอร์ตโฟลิโอที่น่าเชื่อถือ การติดต่อนำเสนองาน รวมทั้งการดูแลตัวเองให้มีวินัยเสมอ

« Back to Result

  • Published Date: 2009-04-22
  • Resource: www.tcdcconnect.com