Articles

« Back to Result | List

หอศิลป์กรุงไทย – ยิ่งให้..ยิ่งได้

เรื่อง:ปาริฉัตร จิระศักดิ์วิทยา

ktc.jpg

"เวลาในปัจจุบันและเวลาในอดีตล้วนสะท้อนให้เห็นถึงเวลาในอนาคต และเวลาในอนาคตก็บรรจุห้วงเวลาในอดีตนั้นไว้"

"อดีตสร้างปัจจุบันได้อย่างไร" ทุกวันนี้มีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่ตื่นตัวต่อข้อคำถามนี้ หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์คือเส้นทางหนึ่งสู่ตอบ ผ่านการแสดงและสะท้อนถึงประวัติศาสตร์สังคม ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้คนมีโอกาสได้ศึกษาทำความเข้าใจต่อความสร้างสรรค์ในอดีต ทำให้เกิดชุมชนที่มีความรู้รวยทางวัฒนธรรมและความรู้สึกร่วม 

ในช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา องค์กรด้านวัฒนธรรมประเภทพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ได้รับการพัฒนา ให้เติบโตขึ้นในบทบาทของผู้ปลูกฝังค่านิยมในสังคม ส่งผลให้ทุกวันนี้องค์กรรัฐ ชุมชน และปุถุชนทั่วไปหันมาใส่ใจในเรื่องศิลปวัฒนธรรมกันมากขึ้น

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ธนาคารกรุงไทยได้มอบของขวัญปีใหม่ให้กับชุมชนโดยการ ปรับปรุงอาคารสาขาเยาวราช อาคารประวัติศาสตร์ในย่านเก่าให้เป็น "หอศิลป์กรุงไทย" สถานที่รวบรวมผลงานศิลปะและแหล่งเรียนรู้ (ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดให้บริการทางการเงินเหมือนเดิม) ประชาชนทั่วไปสามารถแวะชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นอีกหนึ่งโครงการ CSER จากทางธนาคาร

มาถึงตรงนี้ บางคนอาจสงสัยว่า เหตุใดสถาบันทางการเงินจึงมาข้องเกี่ยวกับการเป็นองค์กรทางศิลปวัฒนธรรม แล้ว CSR หรือ CSER ที่ว่านี้คืออะไร?

CSR หรือ ‘Cooperate Social Responsibility' ที่อาจไม่คุ้นหูนักสำหรับบางคน คือยุทธศาสตร์ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แนวคิดนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยมากแฝงตัวอยู่กับกฏระเบียบทางการค้าต่างๆ อาทิ ระเบียบการป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ปรากฏออกมาในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์และการกำจัดขยะจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว ส่วน CSER ก็มีนัยยะเหมือนกับ CSR ทุกประการ เพียงแต่เพิ่มเติมในมิติของการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และกีฬาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การที่องค์กรสมัยใหม่ส่งเสริมแผนงานความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น นอกจากจะเอื้อประโยชน์ต่อสาธารณะ (คืนกำไรให้กับประชาชน) แล้ว ยังเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการเพิ่มคุณค่าของตัวองค์กรเองด้วย โดยจะส่งผลดีในด้านภาพลักษณ์ ช่วยรับรองระดับมาตรฐานองค์กร และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการได้

นอกจากนั้นบางองค์กรยังขยายผลให้ CSR เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการกีดกันทางการค้าด้วย ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มว่าหากองค์กรใดไม่ปฏิบัติตามแนวคิด CSR ก็อาจเกิดปัญหาในการทำการค้ากับกลุ่มประเทศหรือกลุ่มบริษัทที่ให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติดังกล่าว

จะเห็นได้ว่า ธุรกิจและภาพลักษณ์ของธนาคารเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมส่วนรวม เศรษฐกิจชุมชน และศักยภาพของท้องถิ่นเยาวราช หอศิลป์กรุงไทยนี้นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะแล้ว คาดว่า จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าสู่ท้องที่เยาวราชได้มากขึ้นด้วย เราจึงขอสรุปสั้นๆ ว่าเป็นการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคมในแบบ "ยิ่งให้...ยิ่งได้"

ในโลกปัจจุบันพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ที่แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศของความจริงแท้ดั้งเดิมได้กลายเป็นปรากฏการณ์ร่วมสมัยที่พลิกโฉมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของโลก มีที่ทางใหม่ๆ เกิดขึ้นให้กับศิลปวัฒนธรรมมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งส่วนมากพื้นที่เหล่านั้นแต่เดิมเคยแสดงบทบาทหน้าที่อื่นมาก่อน ภายหลังจึงถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ ยกตัวอย่างเช่น

  • 1. พิพิธภัณฑ์ Big Pit เหมืองแร่แห่งชาติของอังกฤษ ที่ใช้พื้นที่เหมืองจริงในการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งการที่ผู้ชมได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงย่อมก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
  • 2. Birmingham back to backs คือองค์กรอิสระที่ดูแลรักษาพื้นที่และอาคารที่สวยงามของอังกฤษ ที่นี่ผู้เยี่ยมชมสามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงจากผู้ที่ทำงานและอยู่อาศัยในพื้นที่ได้เลย
  • 3. พิพิธภัณฑ์ฟาร์ม Hamptonne (Hamptonne Country Life Musuem) ในเจอร์ซีย์ ประเทศอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นำเอาสถานที่จริงมาปรับใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชนบท
  • 4. Jewish Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี ที่แต่เดิมเคยเป็นประเทศที่เหยียดผิวและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวมาก่อน
  • 5. แม้แต่สถาบันการเงินที่เข้มแข็งอย่างตลาดแลกเปลี่ยนซื้อขายหุ้นโตรอนโต ประเทศแคนาดา ก็ได้อุทิศอาคารทั้งหลังให้เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ โดยใช้ชื่อว่า ‘Design Exchange'

หอศิลป์กรุงไทยเองก็เป็นพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ที่มิได้สร้างความแปลกแยกกับพื้นที่วัฒนธรรมเดิม ความเก่าแก่ของอาคารแบบชิโน-โปรตุกีส และวิถีชุมชนของชาวเยาวราชยังคงอยู่และดำเนินต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวได้ว่า หอศิลป์ใหม่ทำตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจัยนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด

ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายว่า วันวานของเยาวราชสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าตลาด วัด หรือชุมชนชาวจีน พื้นที่บนชั้น 2 - 4 ของธนาคารกรุงไทยคงจะได้มีโอกาสต้อนรับผู้แวะเวียนมาเยี่ยมชมในรูปแบบของกิจกรรมหลากหลาย เช่น การสอนศิลปะให้กับเยาวชน การสอนวาดภาพพู่กันจีน ห้องสมุดที่ให้บริการข้อมูลด้านศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น และประวัติของกรุงรัตนโกสินทร์และเยาวราช ห้องจัดฝึกอบรมความรู้ พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะของนักศึกษา ฯลฯ โดยในขณะนี้ทางหอศิลป์มีผลงานสะสมศิลปกรรมแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เปิดแสดงให้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป ซึ่งเสียงตอบรับจากชุมชนวงกว้างคงจะมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางให้เยาวราชเติบโตเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่แข็งแรงยั่งยืน ทรงคุณค่าความเก่าแก่ และดำรงเอกลักษณ์แห่งตนต่อไปได้นานเท่านาน



« Back to Result

  • Published Date: 2009-04-28
  • Resource: www.tcdcconnect.com