Creative Knowledge

« Back to Result | List

“ลิขซ้าย” ด้านตรงข้ามของ “ลิขสิทธิ์” … จริงหรือ ?

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย : เรื่อง

creativecommon.jpg

ลิขซ้าย หรือ copyleft เป็นการอธิบายถึงสัญญาอนุญาต (license) กลุ่มหนึ่ง ซึ่งประยุกต์ใช้กับผลงานต่างๆ อย่างเช่น ซอฟต์แวร์ เอกสาร หนังสือ และผลงานศิลปะ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่และนำผลงานดังกล่าวไปสร้างสรรค์ต่อไปอย่างเสรี ในสายตาของผู้สนับสนุนลิขซ้ายและผู้สนับสนุนการปฏิรูประบบลิขสิทธิ์นั้น กฎหมายลิขสิทธิ์ หรือ copyright ในปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่จำกัดการสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงาน - ซึ่งตรงกันข้ามกับข้ออ้างของผู้สนับสนุนระบบลิขสิทธิ์

แต่การปฏิรูประบบลิขสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องยากลำบากและต้องใช้เวลายาวนาน ผู้สนับสนุนลิขซ้ายจึงประยุกต์ใช้กฎหมายลิขสิทธิ์อย่างที่มีในปัจจุบัน สร้างสัญญาอนุญาตแบบลิขซ้าย ให้ทำงานตามจุดประสงค์ที่พวกเขาต้องการ นั่นคือ: ทำให้มั่นใจว่า ทุกคนที่ได้รับสำเนาผลงานที่เป็นลิขซ้าย จะสามารถใช้งาน ดัดแปลงแก้ไขงานนั้นได้อย่างอิสระ รวมทั้งสามารถเผยแพร่สำเนาทั้งที่แก้ไขหรือยังไม่ได้แก้ไขต่อไปให้ผู้อื่นได้ด้วย

เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาสัญญาอนุญาตในระบบลิขสิทธิ์โดยทั่วไปนั้น เราจะพบว่า เพื่อที่จะปกป้องสิทธิต่างๆ ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ตัวสัญญาอนุญาตจะจำกัดสิทธิ์ต่างๆ ของผู้ได้รับสำเนา เช่น อนุญาตให้เปิดซีดีได้เพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ห้ามใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือให้เปิดดีวีดีดูได้เฉพาะจากเครื่องเล่นดีวีดีเท่านั้น ห้ามเปิดในคอมพิวเตอร์ หรือได้สิทธิในการเผยแพร่ในรูปแบบหนังสือเท่านั้น แต่ห้ามดัดแปลงเป็นบทหนังหรือบทละคร และโดยมากจะจำกัดสิทธิในการทำสำเนาผลงาน (ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของคำว่า copyright นั่นคือ right to copy สิทธิที่จะทำสำเนา)

ดังนั้น ในระบบลิขซ้าย การที่ผู้ได้รับสำเนาได้การรับรองว่าจะสามารถใช้หรือเผยแพร่สำเนาผลงานที่ตนได้รับอย่างไรก็ได้ โดยอิสระ ตราบเท่าที่ยังคงความเป็นลิขซ้ายของงานเอาไว้ จึงทำให้ "ลิขซ้าย" ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ "ลิขสิทธิ์" - ซึ่งอันที่จริงแล้ว ตัวสัญญาอนุญาตลิขซ้ายเองนั้นทำงานอยู่บนระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ และตัวผลงานที่จะใช้ลิขซ้ายได้ก็จำเป็นต้องเป็นผลงานมีลิขสิทธิ์
ลิขซ้าย จึงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ "ลิขสิทธิ์" โดยสิ้นเชิง - หากเป็นความพยายามเสนอทางเลือกที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ในสังคมมากกว่า บนระบบลิขสิทธิ์แบบเดิม

ลิขซ้ายยังคงให้การยอมรับในสิทธิต่างๆ ของผู้สร้างสรรค์งานเช่นเดียวกับสัญญาอนุญาตอื่นๆ ในระบบลิขสิทธิ์ - หากแต่สิ่งที่ลิขซ้ายได้เสนอเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ การปลดปล่อยผลงานออกจากข้อจำกัดในการใช้ต่างๆ และเพิ่มสิทธิให้กับผู้ได้รับสำเนา ด้วยความมุ่งหวังที่ว่า การทำเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันของคนในสังคมต่อไป และสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้ที่จะตัดสินใจว่า จะใช้สัญญาอนุญาตแบบไหน ลิขซ้ายหรือไม่ กับงานชิ้นไหนของตัวเอง ก็ยังเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานอยู่ดี

ผู้สนใจสามารถศึกษาเรื่อง copyleft เพิ่มเติมได้จาก
รายงาน: จากลิขสิทธิ์ - สละสิทธิ์ - สู่ครีเอทีฟคอมมอนส์, ประชาไท,
http://www.prachatai.com/05web/th/home/16202
(รายงานจากการประชุมวิชาการประจำปีทางมานุษยวิทยาครั้งที่ 8 โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร)
สวนกระแสลิขสิทธิ์และเรื่องของลิขซ้ายโดยสังเขป, มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document9575.html
(สมเกียรติ ตั้งนโม เรียบเรียงจากวิกิพีเดีย)

« Back to Result

  • Published Date: 2009-05-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง