Articles

« Back to Result | List

บทสัมภาษณ์ MATATABI และ “ก้าวชีวิต” ของ 2 แมวคู่คิดนักเดินทาง

พลอย มัลลิกะมาส : เรื่อง

matatabi2.jpg

เรื่องราวของคู่รักนักเดินทางที่โชคชะตาพัดพาให้ห่างไกลจากบ้านเกิดในญี่ปุ่น ผลิกผันให้ได้มาใกล้ชิดกับงาน Propaganda Art จนเกิดเป็นที่มาของแกลเลอรี่เล็กๆ แห่งหนึ่ง ณ ใจกลางกรุงฮานอย แกลเลอรี่แห่งนี้ได้รวบรวมผลงานของศิลปินระดับชาติชาวเวียดนามที่สะท้อนหลากหลายเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านภาพโปสเตอร์สีน้ำ ตลอดจนของที่ระลึกต่างๆ ที่แสดงถึงความเป็น "เวียดนาม" ได้ดีที่สุด

ความประทับใจแรกที่คุณมีต่อเวียดนามและฮานอย
เรารู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชชีนเพื่อย้อนเวลากลับสู่อดีต สมัยที่โลกยังมีแต่จักรยานและมอเตอร์ไซค์ เพราะสิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ "เมืองอะไร ..ไม่มีรถยนต์ให้เห็นเลยซักคัน!!"

ฮานอยในวันนี้กับฮานอยในวันแรกที่เคยได้สัมผัส แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

แรกเริ่มเดิมทีเราย้ายมาอยู่ที่เมืองไฮฟอง เมืองท่าสำคัญที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเวียดนาม ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ห่างจากฮานอยไปประมาณ 100 กิโลเมตร พอนึกเปรียบเทียบไฮฟองกับฮานอยในตอนนั้น ก็รู้สึกว่า ฮานอยนี่ช่างเป็นเมืองที่ใหญ่โตจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากๆ เพราะจริงๆ แล้วฮานอยนั้นเล็กนิดเดียว แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างในฮานอย ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ตอนนี้มีรถยนต์วิ่งสวนกันไปมาเต็มไปหมด (หัวเราะ)

ย้ายมาอยู่เวียดนามได้ 10 ปี คุณรู้สึกยังไงกับงานศิลปะแบบชวนเชื่อ (Propaganda Art) และศิลปะที่เกี่ยวโยงกับการเมือง (Subversive Art) ในประเทศนี้
งานศิลปะทั้งสองแบบที่ว่า มีอิทธิพลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของคนเวียดนาม เพราะมันคือ "เครื่องมือที่สำคัญที่สุด" ของรัฐ เป็นวิธีการเพียงอย่างเดียวที่รัฐบาลใช้เผยแพร่ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดนโยบายทางการเมือง รวมทั้งเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของแต่ละยุคสมัยให้ประชาชนของเขาได้รับรู้

ตัวอย่างเช่น ภาพโปสเตอร์ของท่านประธานโฮจิมินห์กับประโยคอมตะของท่านที่ว่า "Unity Unity Great Unity, Success Success Great Success" ก็เป็นคำสอนที่รัฐบาลเวียดนามต้องการจะปลูกฝังให้กับประชาชนชาวเวียดนามทุกคน แต่ดูเหมือนว่าคนเวียดนามรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยสนใจจะจดจำมันเท่าไรแล้วล่ะ (หัวเราะ)

แรงบันดาลใจและที่มาที่ไปในการเริ่มต้นแกลเลอรี่แห่งนี้
ครั้งแรกที่ได้เห็นงานศิลปะพวกนี้ เราเข้าใจว่ามันคือ งาน Pop Art ทุกภาพเต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่ทำให้เราหลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เราจึงค่อยๆ เก็บสะสมภาพพวกนี้ทีละเล็กละน้อย แต่ปัญหาก็คือ เราไม่สามารถหาร้านที่ขายภาพ Propaganda Art ในแบบที่เราชอบนี้ได้ เพราะที่ฮานอยอะไรๆ ก็ล้วนแต่เป็นของลอกเลียนแบบ หรือของที่ทำขึ้นมาใหม่ทั้งนั้น จนวันหนึ่งเราเลยมานั่งคุยกันว่า ทำไมเราไม่เปิดร้านของเราขึ้นมาเองเพื่อเผยแพร่งานศิลป์แบบนี้ให้คนอื่นๆ ได้รู้จักบ้าง

matatabi11.jpg

ความแตกต่างระหว่างภาพ Propaganda ที่ร้านของคุณ กับภาพ Propaganda ที่จำหน่ายกันทั่วไปในเวียดนามคืออะไร
ภาพ Propaganda Art ทุกชิ้นที่ร้านเราเป็นงานต้นฉบับ ไม่ใช่งานก็อปปี้ เป็นภาพวาดสีน้ำโดยศิลปินเวียดนามระดับปรมาจารย์ที่ชื่อ Luong Anh Dung ท่านผู้นี้คือ ผู้ที่วาดภาพ Propaganda ในสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเวียดนามมากว่า 30 ปีแล้ว

ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า ประเทศที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารอย่างเช่นเวียดนามนี้ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐและเรื่องราวทางการเมือง จะถูกผลิตและควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งภาพวาดและโปสเตอร์ทุกชิ้นที่จำหน่ายในร้านของเราคือภาพวาดสีน้ำผลงานต้นฉบับที่ Luong Anh Dung วาดให้กับรัฐบาลเวียดนามจริงๆ ไม่ใช่ภาพพิมพ์ที่ถูกทำขึ้นใหม่หรือภาพวาดที่นักเรียนศิลปะวาดเลียนแบบจากต้นฉบับอย่างที่ร้านอื่นๆ ในฮานอยทำกัน

เสน่ห์ของภาพวาดโดย Luong Anh Dung ก็คือ แม้ตัวท่านเองจะเป็นศิลปินรุ่นใหญ่วัยหกสิบกว่า แต่ผลงานของท่านกลับมีความร่วมสมัยและทันสมัยอย่างที่สุด แทบไม่น่าเชื่อเลยล่ะว่า นี่คือภาพวาดฝีมือศิลปินอาวุโสจริงๆ

นอกจากตัวสินค้าแล้ว อะไรคือ จุดเด่นที่ทำให้แกลเลอรี่ของคุณประสบความสำเร็จ
ความพิถีพิถันและใส่ใจใน "คุณภาพ" ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องของสินค้า แต่รวมไปถึงเรื่องของการบริการ ความสะดวกสบาย และบรรยากาศภายในร้านด้วย เราอยากให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกประทับใจ และมีความสุขกับพื้นที่ศิลปะเล็กๆ เป็นสถานที่ที่คุณจะสามารถทำความรู้จักและใกล้ชิดกับตัวตนของประเทศเวียดนามได้อย่างแท้จริง

ลูกค้าหลักและกลุ่มเป้าหมายของแกลเลอรี่คือใคร
คือ ทุกคนที่รัก สนใจ และเข้าใจในคุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะ โดยมากแล้วลูกค้าของเราคือชาวต่างชาติ ซึ่งชาติหลักที่มักจะผูกขาดเป็นลูกค้าประจำกันเลยก็คือ ชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่น เพราะคนสองชาตินี้มีกำลังซื้อสูงและค่อนข้างเห็นถึงคุณค่าของงานศิลปะ แต่ที่น่าสนใจมากก็คือ ช่วงหลังๆ มานี้ คนเวียดนามรุ่นใหม่ก็ได้กลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเราเช่นกัน ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

ในตลาดที่เต็มไปด้วยงานลอกเลียนแบบอย่างนี้ ธุรกิจที่นำเสนอ "ความแท้" ของสังคม/วัฒนธรรม สามารถอยู่รอดได้อย่างไร
ต้องยอมรับว่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่จะเลี้ยงตัวเองให้รอดภายใต้ภาวะการแข่งขันของเมืองท่องเที่ยวอย่างฮานอย แต่สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อมั่นมากๆ ก็คือ "คุณค่าของผลงาน" ภาพวาดโดย Luong Anh Dung นั้นเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา ซึ่งคุณจะสัมผัสได้จริงๆ ในภาพวาดทุกภาพของเขา

คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจนี้เติบโตต่อไปได้
..เงิน..

ทิศทางและอนาคตของงานศิลปะ Propaganda ในเวียดนาม
ถ้านับย้อนไปถึงวันแรกที่เรามาถึงที่นี่ ทั่วทุกมุมของเมืองฮานอยเต็มไปด้วยป้ายบิลบอร์ด Propaganda ขนาดใหญ่ยักษ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ป้าย Propaganda ที่เคยอยู่ตามถนนหนทางและสถานที่ต่างๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยภาพกราฟฟิกดิจิตอล ซึ่งนับวันก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คุณแน่ใจได้เลยล่ะว่า ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในที่สุดภาพวาดสีน้ำแนว Propaganda พวกนี้ก็จะล้ม-หาย-ตาย และจากไปจากสังคม

พวกคุณมาเที่ยวที่กรุงเทพฯ แทบทุกปี มีแผนการจะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยหรือไม่ แล้วถ้าได้ย้ายมาจริงๆ คุณคิดว่าจะมาทำอะไรที่นี่
ใช่แล้ว .. เราชอบกรุงเทพฯ มาก ปกติจะมากรุงเทพฯ กันปีละ 1 - 2 ครั้ง เพราะอาหารไทยอร่อยที่สุดในโลก และเราก็มีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าถามว่ามีแผนจะย้ายมาอยู่เมืองไทยรึเปล่า เรายังไม่เคยคิดนะ และก็คิดไม่ออกเลยด้วยว่าถ้าได้ย้ายมาจริงๆ จะมีอะไรให้ทำบ้าง คงต้องกลับไปลองคิดดูอย่างจริงๆ จังๆ ซะแล้ว (หัวเราะ)

(* Matatabi เป็นชื่อสมมติที่ทั้งสองท่านขอใช้แทนชื่อจริงในการให้สัมภาษณ์ โดยหยิบยืมมาจากชื่อพืชชนิดหนึ่งที่แมวชอบกิน สำหรับคำว่า MATA มาจากชื่อของแมว สัตว์เลี้ยงของทั้งคู่ ส่วนคำว่า Tabi มาจากภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง "การเดินทาง" นั่นเอง)


« Back to Result

  • Published Date: 2009-05-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com