Creative Knowledge

« Back to Result | List

ผลิตภัณฑ์ผ้าตัดต่อจากบ้านข้างน้ำ

may08otop.jpg

‘ผลิตภัณฑ์ผ้าตัดต่อจากบ้านข้างน้ำ' ตัวอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยชุมชน

...นำริ้วผ้ามาต่อกับริ้วผ้า ...นำลวดลายมาต่อสลับลาย ...กลายมาเป็นปลอกหมอน ผ้าคลุมเตียง กระเป๋าย่าม และตุ๊กตาผ้าที่ตัดเย็บขึ้นอย่างปราณีต

ผลงานสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขตแห่งจินตนาการเหล่านี้ไม่ใช่การออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังจากที่ใด แต่มาจากประสบการณ์ มันสมอง และสองมืออันเปี่ยมด้วยทักษะความชำนาญ ของกลุ่มสตรีแม่บ้านเกษตรกรบ้านข้างน้ำ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้ทดลองนำผ้าทอลวดลายเรขาคณิตสลับสีสันมาประกอบตัดเย็บเข้าด้วยกัน หวังสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผลิตภัณฑ์ของชุมชน

ผลงานที่เห็นผ่านการลองผิดลองถูกและเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงของกลุ่มแม่บ้าน ที่พยายามปรับปรุงสินค้าให้ถูกกับรสนิยม และความต้องการของตลาดปัจจุบัน จนในที่สุดก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ผ้าตัดต่อที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยรูปแบบที่ทันสมัย สามารถสร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่ชุมชนบ้านข้างน้ำได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ศรีพรรณ ไทยวงศ์ ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำ วัย 52 ปี เล่าว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ในรูปของกลุ่มสหกรณ์สตรีแม่บ้านเกษตรกร ซึ่งรวมตัวกันตัดเย็บเสื้อผ้าโดยรวมหุ้นเพื่อเป็นเงินลงทุนในรูปของสหกรณ์คนละ 200 บาท โดยจำนวนสมาชิกของกลุ่มก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลา จากช่วงเริ่มต้นที่มีสมาชิกเพียง 40 คน ก็กลายมาเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีจำนวนสมาชิกกว่า 102 คนในปัจจุบัน

ในช่วงแรกนั้น ทางกลุ่มแม่บ้านผลิตเสื้อผ้าพื้นเมืองออกจำหน่าย จากนั้นก็ออกแบบพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เรื่อยมาเป็นลำดับ จนกระทั่งได้ทดลองตัดเย็บปลอกหมอนผ้าตัดต่อ ซึ่งปรากฏว่าประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างสูง กลายเป็นสินค้าที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา

ศรีพรรณเล่าถึงความเป็นมาของการคิดพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของกลุ่มว่า เป็นผลจากที่ตลาดการผลิตเสื้อผ้าพื้นเมืองนั้นเริ่มอิ่มตัว เพราะมีผู้ผลิตจำนวนมาก รวมทั้งเสื้อผ้าพื้นเมืองจะขายได้ในช่วงเทศกาลเท่านั้น เธอจึงเริ่มค้นคว้าหารูปแบบงานใหม่ๆ โดยอาศัยการศึกษาจากหนังสือวิชาตัดเย็บต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ จากนั้นก็ลองนำมาตัดเย็บกันดูภายในกลุ่ม

"จากประสบการณ์ที่เราได้เอาผ้าพื้นเมืองไปขายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ นั้น ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้นว่าลูกค้าต้องการอะไร ตอนแรกพอทำปลอกหมอนสีพื้นก็ขายได้ยาก จึงกลับมาคิดใหม่ ลองใส่รายละเอียดลงไป กลายเป็นหมอนตัดต่อลายซึ่งปรากฏว่าขายได้ดี ก็เลยยึดเป็นแนวทางทำกันเรื่อยมา"

ทางกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำได้นำเทคนิคตัดต่อเติมศิลป์บนผืนผ้านี้มาใช้ในการออกแบบสินค้าอีกหลายประเภท อาทิ หมอนตัดต่อสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมของใบชา กล่องกระดาษทิชชู่ กระเป๋าผ้า ที่ใส่ขวดไวน์ ตุ๊กตาผ้า ผ้ารองจาน ผ้าคาดโต๊ะอาหาร ผ้าห่ม ไปจนถึงผ้าคลุมเตียงขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จทางยอดขาย และมีการสั่งซื้อเพิ่มมาไม่เคยขาด

นอกจากนั้น ที่ผ่านมาสินค้าภายใต้แบรนด์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้า ‘บ้านข้างน้ำ' ยังได้รับออเดอร์จาก ‘ร้านจิตรลดา' ให้ผลิตตุ๊กตาเต่าผ้าให้อีกด้วย โดยทางกลุ่มได้นำเสนอแนวคิดให้มีการเล่นลวดลายบนกระดองเต่าจากผ้าตัดต่อหลากสี ซึ่งผลงานก็ได้การตอบรับอย่างดีจากลูกค้า

"ทุกวันนี้กลุ่มของเรามีทั้งลูกค้าคนไทย และต่างชาติ สังเกตว่าลูกค้าจะนิยมสีที่ดูเรียบคลาสสิก ซึ่งเราก็ค่อยๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และรูปแบบการตัดต่อผ้าให้มีความละเอียดมากขึ้น มีทั้งที่เป็นลายดอก ลายช่อ หรือว่าลายมั่วที่ใช้ผ้าสีผสมมาต่อกัน เราทำกันไปออกแบบไป อันไหนทำแล้วขายไม่ได้ก็ลองกลับมาออกแบบใหม่ ไม่ยอมแพ้"

การเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง การเรียนรู้สิ่งใหม่ การปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง อาศัยประสบการณ์เข้าช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถแตกแขนงเป็นสินค้าหลากหลายชนิดในวันนี้ ศรีพรรณเล่าว่า ขั้นตอนการตัดเย็บงานผ้าตัดต่อนั้นต้องใช้ความละเอียดปราณีต ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญเป็นอย่างสูง ความยากง่าย และหัวใจแห่งความงามนั้นอยู่ที่ขั้นตอนนี้ โดยทั่วไปผู้ที่ชำนาญในการตัดเย็บจะสามารถผลิตหมอนผ้าตัดต่อหนึ่งใบได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ในขณะที่งานชิ้นอื่นๆ อาจต้องใช้เวลามากกว่า ขึ้นอยู่กับขนาด และความละเอียด เช่น ผ้าคลุมเตียงขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ทำยากที่สุด อาจต้องใช้เวลาในการตัดเย็บถึงสองสัปดาห์ เนื่องจากต้องใช้จำนวนผ้าตัดต่อหลายสิบชิ้นมาเย็บรวบกัน กว่าจะสำเร็จออกมาเป็นผ้าคลุมเตียงที่สวยงามหนึ่งผืน

สำหรับวัสดุที่ทางกลุ่มนำมาใช้ในการตัดเย็บนั้นมีทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือผ้าใยกัญชง โดยทางกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำจะให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายการทำงานที่เอื้อหนุนกันระหว่างกลุ่มสตรีทอผ้าต่างๆ ในแถบภาคเหนือ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้สั่งซื้อวัตถุดิบที่เป็นผ้าทอจากกลุ่มสตรีทอผ้าของอำเภอจอมทอง หรืออำเภอฮอด เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าตัดต่ออีกที เป็นการส่งเสริม และสนับสนุนเครือข่ายหัตถกรรมพื้นบ้าน ให้สามารถขายสินค้า และกระจายรายได้ร่วมกันนั่นเอง

ผู้ที่สนใจชมการเย็บตัดต่อผ้าอันปราณีตของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำ สามารถเดินทางมาชมโดยสะดวก และอาจซื้อหาผลิตภัณฑ์จากผ้าตัดต่อไปใช้ตกแต่งบ้านหรือเป็นของฝาก เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม และเครือข่ายให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป โดยหากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่นั้น ให้ใช้เส้นทางดอยสะเก็ด - เชียงราย เมื่อถึงอำเภอดอยสะเก็ด ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านข้างน้ำ คุณศรีพรรณ และสมาชิกกลุ่มยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยไมตรี

กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าบ้านข้างน้ำ
146/2 หมู่ 7 บ้านข้างน้ำ ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
โทร.053495862, 0810214651 

Patch work makes perfect design

may08otop400.jpg

The community products of Ban Khang Nam, Doi Saket district Chiangmai, shows the bravery decision of woman handicraft group who differentiate their products from others by adding the ‘patch work' technique to their fabric goods. Such creative ideas combining to gifted sewing skill has spiced up once boring and plain fabric work into the stylish products such as the complex geometry designed patch work cushion, pillow case, bed cover, bag, plate mat, animal dolls, etc. which are getting a good selling and more purchasing order than ever before.

"We learned about the customers demand and taste after participating to several trade shows in Bangkok. In the past, we produced the plain color pillow case but it was very hard to sell. Therefore, we returned home and redesigned our products and tried to put the patch work detail on it. When we return to trade show again, it works very well so that we continue to use the patch work for our product design since then"

Sripan Thaiwong, the leader of 102 members, Ban Khan Nam woman group, shares the story of the group that learns from experiences and develops their community product with outstanding design from different kind of fabric such as silk, cotton or hemp. Moreover, Ban Khang Nam group works closely and support the other local group in the community network in term of ordering the fabric produced by other woman group in the area for material.

Nowadays, community products under the local brand ‘Ban Khang Nam' are warm welcomed from by customers. While Thai likes the colorful pattern of patch work, foreign customer likes classic tone better.

Sripan explained that the group aims to do more design and pattern of product to become more elaborate work in the future "We keep trying the new thing. If it doesn't work, we will try again and never surrender"


« Back to Result

  • Published Date: 2009-05-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง