Articles

« Back to Result | List

จากรถเข็นสู่แฟรนไชส์ กรณีศึกษาของ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” และ “แดงแหนมเนือง”

chay4.jpg

ถ้าพูดถึง "บะหมี่เกี๊ยว" หนึ่งในภาพติดตาคงหนีไม่พ้นภาพรถเข็นที่มีหม้อก๋วยเตี๋ยวควันฉุย เสิร์ฟบะหมี่จานร้อนแถวหน้าเซเว่น ตลาดกลางคืน ฯลฯ พร้อมป้ายชื่อร้านอันโดดเด่นด้วยตัวอักษรแดงตัดกับพื้นเหลือง ที่อ่านได้ชัดเจนว่า "ชายสี่บะหมี่ เกี๊ยว" (http://www.chay4.co.th/

ด้วยแฟรนไชส์กว่า 1,500 สาขาในปัจจุบัน ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวคือแบรนด์อันเป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ ทุกวันนี้ได้รับความนิยมสูงถึงขั้นกลายเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นๆ ได้ด้วย นับตั้งแต่ลูกอม หนังสือพิมพ์ ไปจนกระทั่งโทรศัพท์มือถือ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เหมือนจะกลายเป็นสัญลักษณ์แทนบะหมี่เกี๊ยวแห่งชาติอันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากรถเข็นก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ แค่คันเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ. 2535 คุณพันธ์รบ กำลา (ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัทชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จำกัด) เริ่มต้นธุรกิจรถเข็นเล็กๆ ด้วยการขายบะหมี่และเส้นหมี่ลูกชิ้นน้ำใสควบคู่กันไป ไม่นานเขาก็สังเกตว่า บะหมี่เกี๊ยวคือจานที่ได้รับความนิยมมากกว่า ต่อมาจึงเริ่มคิดผลิตเส้นบะหมี่และเกี๊ยวเอง โดยลงทุนซื้อเครื่องจักรผลิตเส้นบะหมี่-เกี๊ยว และจ้างวานผู้ที่มีความรู้มาสาธิตให้ดู พันธ์รบลองผิดลองถูกอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็ได้เส้นบะหมี่และแผ่นเกี๊ยวที่มีคุณภาพเป็นที่พอใจ และตั้งชื่อสินค้าใหม่ของเขาว่า "ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว"

เมื่อธุรกิจเริ่มไปได้ดีขึ้น พันธ์รบมีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมที่บ้านหนองมะเขือ ต.สระบัว อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในละแวกหมู่บ้านมองเห็นความเป็นไปได้ และคิดอยากทำธุรกิจชายสี่บะหมี่เกี๊ยวกันบ้าง ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อปีพ.ศ. 2542 พันธ์รบได้รับเชิญไปออกรายการ"เกมแก้จน" ทำให้มีผู้สนใจอยากทำธุรกิจกับเขาเป็นจำนวนมากในเวลาต่อมา เขาจึงตัดสินใจจดทะบียนจัดตั้งบริษัท ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ขึ้นในปีพ.ศ. 2543 พร้อมกับสร้างโรงงานเพื่อรองรับการขยายตัว

จากจุดแข็งในเรื่อง "ช่องทางการจำหน่าย" ที่ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนแทบทุกแห่ง พันธ์รบผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเล็งเห็นโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจชายสี่บะหมี่เกี๊ยวออกไปอีก เขามองว่าด้วยความที่รถเข็นบะหมี่นั้นได้เปรียบเรื่องความสะดวก และมีความใกล้ชิดกับลูกค้ารองรับอยู่แล้ว จึงปรับกระบวนยุทธ์ให้ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวกลายเป็น "ร้านสะดวกซื้อ" ไปด้วย เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ขาย (ผู้ซื้อแฟรนไชส์) ของเขาอีกทาง

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวได้รับการติดต่อจากผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทให้เป็นช่องทางการจำหน่าย อาทิ ลูกอม โทรศัพท์มือถือดีแทค (ที่มุ่งเน้นให้ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเป็นจุดเติมเงิน และจุดขายผลิตภัณฑ์ปลีกย่อยอื่นๆ) ทุกวันนี้บนรถเข็นของชายสี่บะหมี่เกี๊ยว มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากบะหมี่เกี๊ยวขายอยู่ถึง 20-30 รายการ

นอกจากนั้นแล้ว พันธ์รบเผยว่าแบรนด์ของเขาเพิ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ ทางบริษัทกำลังเร่งศึกษาลู่ทางและพัฒนาคุณภาพเพื่อให้สามารถส่งขายยังต่างประเทศได้

นอกจากชายสี่บะหมี่เกี๊ยวแล้ว "แดงแหนมเนือง" คืออีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นตำนานเล่าขานกันมาเนิ่นนาน นับจากรุ่นพ่อ-แม่ที่อพยพกันมาจากเวียดนามพร้อมสูตรอาหารเวียดนามต้นตำรับ แดงแหนมเนืองเริ่มต้นเล็กๆ จากการเป็นร้านค้าหาบเร่ จนในที่สุดก็กลายมาเป็นธุรกิจอาหารขนาดยักษ์ที่ถูกบรรจุอยู่ในรายการทัวร์ และต่อยอดด้วยการขายแฟรนไชส์อย่างเช่นทุกวันนี้

deang.jpg

จากที่คุณแม่ของคุณณัฐวุฒิ กุลธัญวัฒน์ ทายาทเจ้าของร้านแดงแหนมเนือง เริ่มต้นขายอาหารเวียดนามหาบเร่ เช่น บั๊นแบ่ว กะยอทอด กะยอสด ฯลฯ และได้รับความสนใจจากลูกค้า (เนื่องจากความแปลกใหม่) จนกระทั่งสามารถตั้งโต๊ะขายได้ที่ ถ.บันเทิงจิต จ.หนองคายในปีพ.ศ. 2505 จากนั้นมาครอบครัวก็ได้ปรับสูตรและรสชาติเพื่อให้เข้ากับลิ้นคนไทยมากขึ้น ทำให้ร้านได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาคุณภาวิดา (หรือคุณแดง) ได้เข้ามารับช่วงกิจการ จนกระทั่งร้านมีชื่อเรียกติดปากว่า "แดงแหนมเนือง"

ธุรกิจเติบโตขึ้นจนขยายร้านใหญ่โตได้ถึง 5 คูหา ปัจจุบันอยู่ติดกับตลาดท่าเสด็จ จ.หนองคาย มีรายได้เฉลี่ยช่วงวันธรรมดาราว 2 หมื่นบาทต่อวัน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาหจะได้ไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นบาทต่อวัน (ข้อมูลปี 2543) นอกจากการขายปลีกหน้าร้านแล้ว แดงแหนมเนืองยังขายส่งอาหารเวียดนามให้กับร้านอาหารในต่างจังหวัดอีกราว 30 ร้านด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยความนิยมอันนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาสินค้าลอกเลียนขึ้นมากมาย ซึ่งทางร้านได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการยื่นขอจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า "แดงแหนมเนือง" ไปเมื่อปี พ.ศ. 2541 และตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 ก็ได้ขยายสาขาให้ครอบคลุมไปตามจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ขอนแก่น นครราชสีมา นอกจากนั้นยังขยายช่องทางการจำหน่ายมายังกรุงเทพฯ ด้วยวิธีการฝากไปกับรถโดยสารประจำทาง และกับบริการของไปรษณีย์ไทยอีกด้วย

ด้วยความเข้าใจในกระแสการเติบโตของตลาด เทรนด์การบริโภคเพื่อสุขภาพ บวกกับแผนการขยายธุรกิจของทางร้าน แดงแหนมเนืองรู้ว่าธุรกิจอาหารจำเป็นต้องดูแลเรื่อง "คุณภาพวัตถุดิบ" อย่างระมัดระวัง ทั้งในแง่ของการขนส่งและการจัดหาวัตถุดิบ ยกตัวอย่างเช่น ที่ผ่านมาได้ลงทุนสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบ และจัดซื้อรถแช่เย็นเพื่อการขนส่งวัตถุดิบอย่างมีคุณภาพ ส่วนในด้านการจัดหาวัตถุดิบนั้น แดงแหนมเนืองใช้วิธีทำ Contract Farming กับเกษตรกรราว 15 ไร่ ที่บ้านกวนวัน ต.กวนวัน และบ้านเมืองหมี บ้านบุงเล ต.เมืองหมี อ.เมือง จ.หนองคาย โดยทางร้านจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพให้เกษตรกรนำไปปลูก ซึ่งสวนผักเหล่านี้จะไม่ใช้สารเคมีแต่ป้องกันแมลงด้วยการกางมุ้งแทน ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผักปลอดสารพิษ 100% เกษตรกรที่อยู่ใน contract นี้จะเก็บผักส่งขายให้ทางร้านวันละ 3 เวลาทุกวัน (เช้า กลางวัน และเย็น) เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานผักที่มีความสดใหม่เสมอ

ในแง่ของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจนั้น กว่า 35 ปีที่ผ่านมา แดงแหนมเนืองเน้นการทำธุรกิจด้วยความระมัดระวังและไม่เคยเกินศักยภาพ (ไม่เคยกู้เงินจากธนาคาร) โดยจะแบ่งเงินกำไรสะสมไว้เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียน และอีกส่วนเป็นเงินเก็บออม ทุกวันนี้เป้าหมายทางธุรกิจของแดงแหนมเนืองอยู่ที่การขยายอาณาจักรแฟรนไชส์ ที่ก็ยังเน้นหลักการ "Slow but Sure" เน้นคุณภาพทุกกระเบียดนิ้วเหมือนเดิม

จับประเด็นกลยุทธ์สร้างความสำเร็จของชายสี่บะหมี่เกี๊ยวและแดงแหนมเนือง
- เข้มงวดเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ-ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวผลิตเส้นเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน, แดง แหนมเนืองรับผักจากเกษตรกรวันละ 3 รอบ และใช้ผักกางมุ้งไร้สารเคมี
- ใช้กลยุทธ์ "แทรกซึม" เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่-รถเข็นชายสี่บะหมี่เกี๊ยวครอบคลุมพื้นที่ชุมชนแทบทุกแห่ง ส่วนแดงแหนมเนืองขยายสาขาและส่งสินค้าในหลายช่องทาง เช่น ฝากไปกับรถทัวร์หรือไปรษณีย์ มีรถแช่เย็นส่งของ เป็นต้น

เรื่องจาก:
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=83 http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=84
http://www.richdadthai.com/
http://www.chay4.co.th

เครดิตภาพ:
http://gotoknow.org/file/uackku/DSC08369.JPG
http://www.chay4.co.th
http://www.hflight.net/hf/_column/eattravel/_220551/dangnamnung.jpg

« Back to Result

  • Published Date: 2009-06-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com