Articles

« Back to Result | List

รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้นำกระแส “อินดี้ที่ขายได้” จากค่ายเพลง Smallroom

small-room.jpg

ถ้าคิดจะโดดลงเป็นผู้เล่นในสนามธุรกิจดนตรีบ้านเรา ในช่วงนี้ก็ต้องบอกว่าน่าสน เพราะทิศทางดนตรีกำลังเติบโต ผู้ฟังเปิดใจกว้างขึ้น แต่ด้วยปัจจัยเฉพาะบางอย่าง ก่อนจะริเปิดค่ายเพลงขึ้นเอง คงต้องคิดให้ดีๆหลายตลบ ลองฟังความเห็นของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่าง รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ กุนซือค่าย Smallroom ประสบการณ์ของเขาอาจทำให้นักธุรกิจหน้าใหม่ที่กำลังจดๆ จ้องๆ สามารถวางแผนการเล่นได้รัดกุมขึ้น

ทำงานกับศิลปินหลากหลายแนวที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงทั้งนั้น คุณบริหารจัดการอย่างไร

ข้อแรกเรื่องแนวเพลง ตัวเราเองอาจจะไม่หลากหลายเท่าเขา เราก็ต้องเรียนรู้ก่อน เราต้องฟังเพลงให้หลากหลายขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจว่าเขาคิดอะไรกัน จากนั้นเราถึงจะคุยกับเขาได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องของคน ที่ Smallroom เราขอแค่เรื่องเดียวคือเรื่อง "อีโก้" ซึ่งมันมีอยู่แล้วในคนที่ทำงานเพลงทุกคน แต่เราก็จะบอกกับน้องๆ เสมอว่ามีอีโก้ได้ แต่ต้องคิดอยู่เสมอว่าตัวเองยังไม่เก่ง เมื่อไม่เก่งก็ต้องพยายามและขยันให้มากขึ้น

3.jpg

คุณมีมาตรฐานในการคัดเลือกศิลปินไทยเข้าสังกัด หรือการคัดเลือกศิลปินต่างประเทศมาออกอัลบั้มกับ Smallroom อย่างไร
นอกเหนือไปจากตัวเพลงที่เราชอบแล้วก็คือเรื่องของทัศนคติ งานเพลงเป็น Commercial Art เป็นงานที่สื่อสารกับสาธารณะ ทัศนคติที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับตัวผลงาน ถ้างานเพลงเขาดี ทัศนคติสาธารณะเขาต้องดีด้วย ตรงนี้ต้องคุยกันถึงจะทราบได้ว่าเด็กแต่ละคนเขามองโลกอย่างไร ส่วนการเลือกอัลบั้มต่างประเทศเข้ามาขาย เราจะเน้นเพลงที่ฟังเพราะ แต่ที่สำคัญต้องจุดประกายให้วงการเพลงสากลในเมืองไทยด้วย เช่น มีสไตล์ดนตรีที่แตกต่าง หรือเป็นวงที่มีภาพลักษณ์ดูดี วงต่างประเทศที่เรานำเข้ามาจะเป็นวงที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่ๆ ที่โน่น

ขณะนี้ Smallroom ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของวงการเพลง อะไรที่ผลักดันให้คุณมาถึงจุดนี้ได้
เขาว่ากันว่าเรามียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง (ที่แน่ๆ คือมีมาร์จินที่ดีกว่าค่ายเพลงใหญ่) เพราะเราไม่ได้ใช้สื่อ แต่ใช้กลยุทธ์แบบกองโจรแทน มองที่โปรดักท์ก่อน เหมือนเราทำของขาย โปรดักท์ต้องดีก่อน และไม่ดาษดื่น

สิ่งที่เราทำอยู่จะเรียกว่า Niche market ก็คงได้ ซึ่งถ้าคุณตีความหมายของคำว่า Niche ในเชิง Commercial ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นโปรดักท์ของคุณก็จะแข็งแรงมาก เราต้องทำทั้งสองอย่างนะ คือทำให้ Niche ด้วย และเข้าใจตลาดด้วย

41.jpg

คุณคิดว่าในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โอกาสการเติบโตของ Smallroom จะยังคงสดใสอยู่หรือไม่
เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องใหญ่ขนาดไหน และไม่ได้เร่งรัดตรงนั้น ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี Smallroom ก็ยังไม่รู้สึกว่าถูกกระทบมาก คิดว่าตอนนี้มันกระทบกับคนระดับรากหญ้ามากกว่า ไม่ใช่กับคนเมืองเหมือนในปี 2540

โชคดีว่าฐานแฟนเพลงของเราเป็นคนเมือง โอกาสการเติบโตจึงยังมีอยู่ ตอนนี้อาจจะพูดได้ด้วยซ้ำว่า เรายังไม่มีคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ผลกระทบจากผู้เล่นอื่นๆ จึงไม่ค่อยมี

ในภาวะที่ซีดีขายยาก "เพลง" สามารถเปลี่ยนวิธีขายตัวเองไปสู่แนวทางไหนได้บ้าง
เรามองว่าซีดีหรือสื่อดิจิตอลเป็นแค่พาหะอย่างหนึ่ง พอเราทำเพลงเสร็จหนึ่งเพลง เพลงนั้นอาจจะถูกบันทึกลงฮาร์ดแวร์เป็นซีดี หรือถูกบันทึกลงซอฟท์แวร์เป็นดิจิตอลก็ได้ มันก็แล้วแต่ว่าใครจะนำไปใช้อย่างไร

เราเคยพูดมานานแล้วว่าเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวพาหะ ไม่ได้คิดแบบ Old school ว่าต้องฮาร์ดแวร์เท่านั้น แต่ถ้าจะทำฮาร์ดแวร์ ก็ต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ล้าสมัย ส่วนซอฟท์แวร์ที่เป็นดิจิตอล เขาก็ใช้กันทั่วไป เราก็ขายทั้งสองทางนั่นแหละ ถ้าเราทำเพลงให้ดีแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในพาหะใดมันก็ขายได้หมด

ยิ่งถ้าเพลงที่ศิลปินทำมีบุคลิกชัดมากๆ ตัวเขาเองก็จะขายได้ด้วย และถือเป็นความโชคดีที่เด็กค่ายเราหน้าตาดี (หัวเราะ) สามารถไปเป็นพรีเซนเตอร์ในสื่ออื่นๆ ได้อีก ก็สร้างรายได้เสริมโดยที่เราไม่ได้วางแผนไว้

จะให้คำแนะนำแก่ค่ายเพลงขนาดเล็กอย่างไร
การที่มีคนอยากทำค่ายเพลง ต้องถามก่อนว่าเขาทำงานกลุ่มได้ดีแค่ไหน ให้นึกย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยนะ ถ้าทำได้ดี ค่อยคิดทำค่ายฯ เพราะมันก็คือการทำงานกลุ่มดีๆ นี่เอง ต้องถามตัวเองว่าชอบทำงานกับคนเยอะๆ มั้ย ทนกับเพื่อนที่ขี้เกียจได้มั้ย แข็งแรงพอที่จะแบกรับเพื่อนที่ขี้เกียจได้มั้ย ถ้าคิดว่าพร้อมสำหรับเรื่องเหล่านี้แล้วก็มาคุยกับเราได้เลย เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำทุกอย่าง

เพลงที่คุณชอบมากที่สุดคือเพลงอะไร
เพลง The more you ignore me the closer I get ของ Morrissey ไม่ได้ฟังมานานแล้ว

คุณคิดว่า "รสนิยม" เป็นสิ่งที่สั่งสอนหรือเรียนรู้กันได้หรือไม่
ได้ ไม่งั้นประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นอย่างนี้กันทั้งประเทศหรอก

เราเชื่อว่าทุกเรื่องปลูกฝังได้ รสนิยมก็เช่นกัน แต่ถ้าพูดถึงคนอายุมากๆ อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ อย่างเราเองเราก็กลัวว่า พอแก่ไปจะฟังเพลงไม่ทันน้องๆ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เด็กมองว่าเราแก่ เราก็ต้องเรียนรู้เสมอ


« Back to Result

  • Published Date: 2009-06-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com