Creative Knowledge

« Back to Result | List

มัลดีฟส์ ความพิสุทธิ์ที่ปลุกเร้า

หาดทรายขาวสะอาดและหมู่ปาล์มเขียวครึ้มตัดกับน้ำทะเลฟ้าสด ชีวิตใต้ท้องทะเลที่ทั้งสมบูรณ์และอุดมด้วยสีสัน บวกกับความสะดวกสบายของหมู่บังกะโลทั้งบนบกและบนผืนน้ำที่เคล้าเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดดุจกำลังขับกล่อม หมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives Islands) จึงเป็นดั่งสวนสวรรค์เขตร้อนและจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคู่รักคู่สมรสผู้หวังจะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะหลงลืมตนท่ามกลางธรรมชาติแสนบริสุทธิ์

มุกงามกลางมหาสมุทร
มัลดีฟส์ประกอบขึ้นจากเกาะน้อยใหญ่ 1,190 เกาะที่โอบล้อมด้วยทะเลสาบน้ำเค็มสีครามอ่อนเข้มหลากเฉด รวมเป็น “อะทอลล์ (Atoll)” หมู่เกาะรูปทรงวงแหวนที่เกิดจากซากปะการังทับถมจนเกิดเป็นแผ่นดิน คงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่ามัลดีฟส์ได้อานิสงค์จากภูมิประเทศเฉพาะตัวเช่นนี้อย่างเต็มที่ เมื่อตัดสินใจเริ่มลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช่วงทศวรรษ 1970 ด้วยการเปิดสัมปทานให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาบุกเบิกทำที่พักบนเกาะซึ่งไม่มีผู้คนอยู่อาศัยในแบบ “หนึ่งเกาะหนึ่งโรงแรม” ในกลุ่มอะทอลล์ 10 แห่ง จากทั้งหมด 26 แห่ง ซึ่งนั่นได้พลิกเศรษฐกิจของประเทศที่เคยขึ้นกับการทำประมงไปอย่างสิ้นเชิง

                ภายหลังการเปิดให้บริการของรีสอร์ตแห่งแรกชื่อ คูลูมบา วิลเลจ รีสอร์ต (Kurumba Village Resort) บนเกาะบันโดส (Bandos Island) ในมาเล อะทอลล์ (Male Atoll) เมื่อปี 1972 จำนวนของ “เกาะโรงแรม” ได้เพิ่มขึ้นจากเพียง 2 เกาะเป็น 99 เกาะในปี 2012 ซึ่งรวมถึง “ดุสิตธานี มัลดีฟส์”รีสอร์ตหรูสัญชาติไทยของเครือดุสิตธานีบนเกาะมุดดูห์ (Mudhdhoo Island) ในบาอะทอลล์ (Baa Atoll) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา แม้ความหลากหลายของกิจกรรมทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำชมแนวปะการังและปลาเขตร้อน การเล่นกระดานโต้คลื่น หรือการแล่นเรือชมฝูงโลมาตามธรรมชาติจะเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ความเงียบสงบและทัศนียภาพงดงามแบบลืมหายใจของท้องทะเลใสและหาดทรายสีขาวสวยที่สัมผัสได้รอบทิศทางกลับเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่ทำให้มัลดีฟส์ยังคงสถานะความเป็นแหล่งตากอากาศสุดโรแมนติกซึ่งได้รับการการันตีโดยสื่อท่องเที่ยวหลายสำนักทั่วโลก


© Sakis Papadopoulos

                “จริงๆ ก็เหมือนถูกบังคับด้วยพื้นที่ เพราะหนึ่งเกาะมีแค่โรงแรมเดียว” นักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากมัลดีฟส์กล่าว “แต่สำหรับเรามันเหมือนครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ ที่ไปกินบรรยากาศ ได้ว่ายน้ำ มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น คนทำงานส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันเท่าไหร่ ถ้าไปเที่ยวที่อื่นเราอาจจะแยกกันไปเดินเที่ยวหรือช้อปปิ้งบ้าง แต่ถ้าที่นี่ก็ได้อยู่ด้วยกันตลอด” ต้องขอบคุณธรรมชาติอันงดงามยากจะหาที่ใดเทียมซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และที่พักที่พรั่งพร้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครันเป็นสัดส่วนที่ช่วยสร้างบรรยากาศชวนให้ผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว เพราะเพียงครึ่งปีแรกของปี 2012 มัลดีฟส์ก็ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงไปแล้วถึง 458,068 คน ด้วยค่าใช้จ่ายต่อหัวที่อาจสูงถึง 700 เหรียญสหรัฐฯ ต่อวันในที่พักซึ่งอาจแพงลิ่วได้ถึง 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคืน โดยแม้ชาวยุโรปจะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดถึงร้อยละ 59.9 แต่ชาวจีนก็ครองส่วนแบ่งตลาดไปถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว                 

             ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนหมู่เกาะกลางมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้ โดยสร้างทั้งงานและรายได้ให้แก่ผู้คนในท้องถิ่น โดยกินสัดส่วนไปถึงร้อยละ 28 ของรายได้ประชาชาติ นอกจากนี้รายได้จากภาษีกว่าร้อยละ 90 ยังมาจากภาษีนำเข้าและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด นับว่าไม่เลวเลยสำหรับประเทศที่จัดว่าเล็กที่สุดในทวีปเอเชียด้วยประชากรเพียง 320,000 คน และเคยเป็นที่รู้จักจากสินค้าจำพวกหอยเบี้ย เชือกใยเปลือกมะพร้าว ไขปลาวาฬ ปลาทูน่า ปลาทะเลตากแห้ง และมะพร้าวทะเล (Coco de Mer)

อยากจะรักก็ต้องรักษ์

ทุกวันนี้มัลดีฟส์ตั้งเป้าจะรักษาธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของประเทศไว้อย่างสุดกำลัง เพื่อหวังกระตุ้นให้เกิดโครงการนำร่องด้านการอนุรักษ์ทางทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับรูปแบบการบริหารจัดการอะทอลล์ต่างๆ ต่อไปในอนาคต โมฮัมหมัด วาฮีด ฮัสซัน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันแห่งมัลดีฟส์ได้ประกาศความตั้งใจที่จะทำให้หมู่เกาะทั้งหมดเป็นเขตอนุรักษ์ทางทะเลภายในปี 2017 ในที่ประชุมสหประชาชาติ Rio+20 ว่าด้วยประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนเมื่อมิถุนายนปีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “พันธสัญญานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพที่เรามีต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันเปี่ยมเอกลักษณ์ของมัลดีฟส์ และเราได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องแนวปะการัง ทะเลสาบน้ำเค็ม เกาะปะการัง และหาดปะการัง รวมถึงจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อรับประกันอนาคตข้างหน้า”

อีกฝากฝั่งของสรวงสวรรค์
แม้มัลดีฟส์จะได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่งภาพฝันของหาดทราย สายลม และแสงแดดอุ่นๆ ที่กระตุ้นเร้าอารมณ์ความรู้สึกได้ถึงขีดสุดด้วยรีสอร์ตหรูที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่อีกด้านหนึ่งมัลดีฟส์คือประเทศมุสลิมที่ยากจนและเข้มงวดกับกฎระเบียบทางศาสนาอย่างยิ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปในประเทศ บิกินีและการแต่งกายล่อแหลมทุกรูปแบบไม่เป็นที่ต้อนรับในมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ที่ยังคงเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมและประเพณีดั้งเดิมอย่างสุดกู่ กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานข่าวว่าสาววัย 16 ปี ถูกลงโทษโบยในที่สาธารณะหลังสารภาพว่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานกับชายหนุ่มวัย 29 ปี โดยฝ่ายหลังถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 10 ปี นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงได้ทุบทำลายโบราณวัตถุทางศาสนาพุทธและฮินดูซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาลจำนวน 35 ชิ้น ที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัลดีฟส์ลงอย่างราบคาบ
                นอกเหนือจากแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแทบจะหมดสิทธิ์มีปฏิสัมพันธ์กับชาวพื้นถิ่นเมื่อเกาะโรงแรมแต่ละแห่งไม่มีชาวมัลดีเวียนอาศัยอยู่เลย บนเกาะมาเลอาจเป็นโอกาสเดียวที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับชาวท้องที่ แต่การกระทำดังกล่าวก็ไม่เป็นที่แนะนำ การกดขี่และการริดรอนสิทธิมนุษยชนยังคงเป็นปัญหาสำคัญในมัลดีฟส์ ประเทศที่ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความไม่สงบทางการเมืองภายหลังการสิ้นสุดของยุคเผด็จการของอดีตประธานาธิบดีเมามูน อับดุล กายูม ที่ครองแดนสวรรค์แห่งนี้มานานกว่า 30 ปี เห็นได้ชัดจากภาพตำรวจและทหารซึ่งกวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาประท้วงอย่างสันติ ด้วยการใช้กำลังรุนแรงตามคำสั่งของโมฮาเหม็ด นาชีด อดีตประธานาธิบดีคนก่อนเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
                ภายหลังเหตุการณ์สึนามิในปี 2004 ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายมากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ระบบสาธารณูปโภคบนเกาะ 57 เกาะของมัลดีฟส์เสียหายอย่างหนัก เกาะ 14 เกาะต้องสั่งอพยพฉุกเฉิน ในขณะที่เกาะ 6 เกาะถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง และเกาะโรงแรมทั้งสิ้น 21 แห่งต้องปิดกิจการเพราะเสียหายเกินกว่าจะเยียวยา โดยมีเกาะเพียง 9 เกาะเท่านั้นที่รอดพ้นจากคลื่นสูง ความสงบงามของหมู่เกาะปะการังต้องปั่นป่วน ชาวมัลดีฟส์ถูกปลุกให้ตื่นมารับรู้ความจริงที่ว่าพวกเขากำลังอยู่บนผืนดินที่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1.5 เมตร แต่มัลดีฟส์ยังมุ่งมั่นพยายามที่จะกู้ชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการดำเนินนโยบายเอาใจใส่ในธรรมชาติและการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างหนักที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล หลังยูเนสโกประกาศให้บาอะทอลล์ ซึ่งประกอบด้วยเกาะจำนวนทั้งสิ้น 75 เกาะ เป็นเขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve) ในกรกฎาคมปี 2011


© Charlie Mahoney / Corbis
กราฟิตี้การเมืองที่สนับสนุนให้เลือกนายโมฮัมหมัด นาชีด หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่น "อันนิ"
นักโทษทางความคิดขององค์กรนิรโทษกรรมระหว่างประเทศบนกำแพงริมถนนในเมืองมาเล

              ในแง่หนึ่งมัลดีฟส์อาจดูล้าหลังและเข้มงวด อีกทั้งเสี่ยงต่อการจมหายไปในท้องทะเลภายในอีกไม่กี่สิบปี แต่อันที่จริงแล้วจะมีสักกี่คนที่สนใจเรื่องนี้ เมื่อธรรมชาติที่ไม่เหมือนใครในโลกและกฎระเบียบอันเข้มงวดของชาวเกาะและตัวเมืองเอง ได้ทำให้หมู่เกาะเล็กๆ กลางมหาสมุทรแห่งนี้ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ไม่เหมือนใครได้อย่างไม่จืดจาง ชวนให้ผู้บริหารรีสอร์ตน้อยใหญ่เลือกหยิบสินทรัพย์จากธรรมชาติมาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างพอดิบพอดีและสร้างสรรค์ จนนำมาซึ่งนิยามของความโรแมนติกทั้งมวลที่ทรงพลานุภาพและสามารถบดบังความเป็นจริงไปได้ชั่วขณะ CT

ที่มา:
www.bbc.co.uk
chakranews.com
dusit.com/dusit-thani/maldives.html
tourism.gov.mv
presidencymaldives.gov.me

เรื่อง นันท์นรี พานิชกุล
 

« Back to Result

  • Published Date: 2013-01-23
  • Resource: www.creativethailand.org
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง